สนใจลงโฆษณากรุณาติดต่อ webmaster@suzukiclubthai.com

2007-10-22

ทำความรู้จักกับ บริษัท ซูซูกิ ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด


บทความจากนิตยสารกรังด์ปรีซ์ GRAND PRIX ฉบับเดือน ตุลาคม พ.ศ.2550



จากประสบการณ์อันยาวนานตลอดระยะเวลา 30 ปี ซูซูกินับว่าเป็นค่ายรถออฟโรดค่ายแรกที่บุกเบิกทำตลาดในประเทศไทย หลังจากนั้น 10 ปีที่ผ่านมาตลาดรถออฟโรดในเมืองไทยเต็มไปด้วยสีสัน มีค่ายรถมากมายหลายค่ายที่เข้ามาสร้างปรากฏการณ์ที่น่าตื่นตาตื่นใจอยู่ไม่ขาดสาย แต่ค่ายออฟโรดค่ายหนึ่งที่ยังยืนหยัดได้อย่างมั่นคงมาโดยตลอด คือ ค่ายซูซูกิ
ในปี พ.ศ. 2546 ทางบริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ จำกัด (ประเทศญี่ปุ่น) ได้มีนโยบายที่จะให้รถยนต์ซูซูกิมีส่วนร่วมในตลาดรถยนต์ในประเทศไทยให้มากยิ่งขึ้น และกำหนดจะใช้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตรถขับเคลื่อน 4 ล้อขนาดเล็ก และรถยนต์นั่งสำหรับภูมิภาคอาเซียนรวมถึงตลาดเอเชียในอนาคต จึงดำเนินการโดยตั้งบริษัท ซูซูกิ ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นการร่วมทุนระหว่าง บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ จำกัด (ประเทศญี่ปุ่น) และ บริษัท สยามอินเตอร์เนชั่นแนล คอร์ปอเรชั่น จำกัด โดยนายพรพงษ์ พรประภา เป็นประธานบริษัท และ นาย เคอิอิชิ อะซะโนะ เป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทมีวัตถุประสงค์ให้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตและจำหน่ายรถยนต์ซูซูกิทุกรุ่นทุกแบบ โดยเฉพาะรถยนต์โดยสารขนาดเล็ก-ประหยัดพลังงาน ซึ่งถือว่า ค่ายซูซูกิเป็นยิ่งกว่าผู้เชี่ยวชาญ เพื่อจัดจำหน่ายในประเทศไทย รวมถึงส่งออกจำหน่ายในกลุ่มประเทศอาเซียน

SUZUKI CARRY คันเล็กบรรทุกเยอะ


ที่มา นิตยสาร แหล่งรถ (AUTO PLACE) ปีที่ 24 ฉบับที่ 864 เดือน ตุลาคม 2550 คอลลัมน์ ROAD TEST

SUZUKI CARRY คันเล็กบรรทุกเยอะ


เวลาถือเป็นเรื่องสำคัญในการทำธุรกิจ ยิ่งถ้ามีการบริหารเวลาที่ดี งานแต่ละอย่างก็สามารถทำเสร็จภายในเวลาอันรวดเร็ว ก็จะมีเวลาเหลือไปทำอย่างอื่นได้ โดยเฉพาะการขนส่งจำเป็นต้องทำงานแข่งกับเวลาแม้ว่าจะเจอสภาพรถราที่ติดขัดก็ตาม การขนส่งที่ทำได้ตลอดเวลาก็ต้องหารถบรรทุกที่ไม่ติดเวลามาใช้จะได้เดินทางได้แบบไม่ติดขัดและเมื่อจำเป็นต้องใช้รถเพื่อการบรรทุกจริงๆ นอกจากรถกระบะจะมีตัวเลือกมาให้ไม่มากนัก



ซึ่งในบ้านเรารถที่จะใช้งานได้โดยไม่ติดเวลาก็จะเป็นรถบรรทุกขนาด 1 ตัน ที่หนีไม่พ้นรถกระบะทั้งหลาย หันไปหารถบรรทุกเล็กหน้าตัด ที่ประกอบขึ้นมาจากชิ้นส่วนเก่าจากญี่ปุ่น แล้วมาต่อกระบะใหม่ การจดทะเบียนรถเหล่านี้ ปัจจุบันทำได้ยากเต็มที นั่นคือที่มาของรถบรรทุกเล็กจากค่ายเกียในรุ่น เค2700 แต่กว่าจะผ่านการจดทะเบียนได้ต้องไปรีดเหงื่อออกหลายหยดเพื่อให้น้ำหนักผ่านพิกัด ทำให้กลายเป็นรถขายได้โดยไม่มีคู่แข่ง มีบ้างที่ต้องเจอกับการตรวจจับหากมีการต่อเติมรั้วสูงโดยไม่ไปแจ้งเปลี่ยนที่ขนส่งหรืออาจจะโดนจับ หากวิ่งขวาตลอด



และก็มีรถบรรทุกอีกค่ายหนึ่งที่มาแบบเงียบๆ และก็ขายได้ด้วย นั่นก็คือซูซูกิแครี่ รถรุ่นนี้มีการดัดแปลงมาจากโฉมรถตู้เอพีวีรถตู้คันเล็กที่มีราคาไม่แพง พอแปลงโฉมมาเป็นรถบรรทุก ก็ได้รับการตอบรับดีมาก อาจจะเป็นผลมาจากค่าตัวที่ต่ำเพียง 329,000บาท แต่การบรรทุกไม่ได้น้อยหน้าไปกว่ารถกระบะทั่วๆไป อีกทั้งยังมองหาพลังงานทางเลือกอย่างก๊าซธรรมชาติมาติดตั้งในราคาที่ไม่สูงและไม่ต้องดัดแปลงเยอะ



จากค่าตัวที่มีขนาดระทัดรัด มีด้านหน้ายื่นออกมาแต่พองาม เครื่องยนต์ถูกวางไว้ด้านล่างหัวเก๋ง ไม่ได้วางไว้ด้านหน้าแบบรถทั่วๆไป พื้นที่ใต้ฝากระโปรงจึงโล่งๆ มีแค่หม้อลมเบรค รวมทั้งอุปกรณ์ไม่กี่ชิ้นที่โผล่ออกมา หากจะซ่อมบำรุงเครื่องยนต์ จะต้องไปเปิดฐานของเบาะนั่งขึ้นมา จึงจะมองเห็นเครื่องยนต์ ซึ่งเครื่องยนต์ที่วางในรุ่นนี้จะเป็นเครื่องยนต์ที่คุ้นหน้าคุ้นตาคนไทย กับรหัส G16A ที่เป็นรหัสเดียวกันกับที่วางอยู่ในพวกวีทาร่า 3 ประตู โดยยกชุดเกียร์และเฟืองท้ายมาด้วย จะต่างกันแค่ลกษณะการวางเครื่องยนต์ให้เอียงๆ แทนที่จะตั้งตรงเพื่อลดความสูงของเครื่องยนต์ เรื่องของกำลังมีมากพอสมควรกับ 92แรงม้า ที่ 5,750รอบ ต่อนาที แรงบิดสูงสุด 127นิวตัน-เมตร ที่ 4,500รอบต่อนาที เหตุที่กำลังดีเพราะว่าการใส่เฟืองท้ายที่มีอัตราทดมากถึง 5.375:1 ทำให้กดคันเร่งลงไปรถก็จะพุ่งไปอย่างรวดเร็ว ยิ่งได้คันเกียร์สั้นๆ ทำให้เหมือนกับกำลังขับรถสปอร์ตมากกว่ารถกระบะ เปลี่ยนเกียร์ง่าย คลัตช์ก็เบาเท้าเวลาเหยียบ


อัตราเร่งมาอย่างรวดเร็วจากการทดเฟืองท้ายไว้เยอะ หากไม่ได้บรรทุกหนัก รอบเครื่องยนต์น่าจะอยู่แถวๆ 3,500รอบต่อนาที กับความเร็วระดับ 100กม./ชม. ทางแก้อีกทางหนึ่งคือไปหาเฟืองท้ายของซูซูกิ วีทาร่ารุ่น 2.0 มาใช้ ก็จะได้อัตราทดน้อยลง ความประหยัดก็จะมากขึ้นเป็นเงาตามตัว และในรถรุ่นนี้เขาก็มีครีบระบายความร้อนตรงเฟืองท้ายมาให้ด้วย แต่เขาไม่ได้เน้นมากเหมือนรถบางค่าย ตรงจุดนี้คงเห็นว่าใช้กันมานานแล้วก็ไม่รู้ว่าจะโฆษณาทำไม ด้านหน้าของตัวรถแทบจะไม่ได้ดัดแปลงจากตัวรถตู้มากนัก ก็เลยทำให้ด้านล่างของประตูห้อยต่ำลงมาช่วยปกปิดด้านล่างของห้องโดยสารให้ดูใหญ่



การขึ้นลงจะใกล้เคียงกับพวกรถตู้หรือรถบรรทุกเล็กเนื่องจากการวางหัวเก๋งเอาไว้เหนือเครื่องยนต์ ซึ่งจะทำให้ห้องโดยสารอยู่สูงขึ้นไปจึงต้องมีบันไดมารองรับขึ้นเพื่อให้ขึ้นลงได้สะดวก จากการใช้พื้นที่ห้องโดยสารให้คุ้มค่าจึงจับเบาะยึดติดตายแต่ละจุดตามสภาพบังคับของพื้นที่ เป็นเบาะหุ้มด้วยไวนิลที่ไม่สกปรกเลอะเทอะง่ายรวมทั้งสามารถทำความสะอาดได้ง่ายเช่นกัน แผงประตูโดนบีบให้แบนเรียบเพื่อลดการสิ้นเปลืองเนื้อที่ก็ช่วยในห้องโดยสารดูไม่แคบนัก
แม่ว่าจะเป็นท่านั่งตายตัว แต่ก็นั่งสบายกว่ารถหลายๆรุ่น ช่วงแกนพวงมาลัยก็ไม่โผล่ออกมาเกะกะเท้าอีกด้วย พวงมาลัยสองก้านจับได้พอดี วงไม่ใหญ่มากลักษณะการวางเหมือนรถเก๋งมากกว่าพวกรถบรรทุก จึงไม่ต้องเอื่อมมือสาวพวงมาลัยกันให้เหนื่อย น้ำหนักในการหมุนก็เบามือดี หมุนเลี้ยวได้คล่อง แผงคอนโซลออกแบบมาให้โล่งๆ พวกเครื่องเสียงต้องใส่ทีหลัง สิ่งที่ดีน่าจะเป็นเรื่องระบบปรับอากาศเย็นฉ่ำทั้งวันแม้จะเจออากาศร้อนๆก็ตาม
การวางกระบะท้ายไว้บนแชสซีทำให้พื้นของกระบะเรียบสามารถบรรทุกได้เยอะ ด้วยความยาวของภายในกระบะถึง 2200มม. กว้าง 1585มม. ขอบกระบะสูง 360มม. สามารถเปิดพับลงมาได้ทั้ง 3 ด้าน สะดวกมากเวลาขนของชิ้นใหญ่ๆ และหนัก ตัวแชสซีจะมีการต่อหูลงมาเพื่อรับกับตัวแหนบ อาจจะดูเกะกะไปบ้าง แต่ก็ช่วยในเรื่องของหูยึดแหนบทำได้ง่ายขึ้น ส่วนด้านหลังจะเก็บงานเรียบร้อยดี ในบางจุดที่อาจจะง่ายต่อการแตกหรือบิดก็จะมีการเสริมแผ่นเหล็กเพิ่มความแข็งแรง
เวลาวิ่งทางตรง ยอมรับว่าช่วงล่างที่ใช้ระบบกันสะเทือนหน้าแบบแม็กเฟอร์สันสตรัท พร้อมคอยส์สปริงและด้านหลังเป็นแหนบสั้นไม่กระด้างเหมือนพวกรถบรรทุกเล็ก แต่อาจจะมีการกระโดดบ้างเวลาเจอตัวหนอนที่นูนๆ บนถนน เวลาวิ่งด้วยความเร็วระดับ 90-100กม./ชม. นั้นตัวรถจะไม่มีอาการร่อน แม้ว่าจัวิ่งแบบรถเปล่าๆ ไม่มีน้ำหนักบรรทุกก็ตาม เวลาเบรกก็จะไม่เห็นอาการท้ายปัด นั่นคือจุดเด่นของรถรุ่นนี้

2007-10-07

มาดูกันก่อนซิว่า Suzuki จะมีอะไรใหม่มาโชว์ในงาน Tokyo Motor Show 2007

ในเดือนตุลาคม 2007 นี้ก็จะมีงานแสดงรถยนต์ที่ยิ่งใหญ่อีกงาน นั้นก็คือ Tokyo Motor Show 2007 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่าง 24 ตุลาคม - 11 พฤษจิกายน นี้ ซึ่งก็เป็นที่รู้กันดีว่าญี่ปุ่นเป็นประเทศที่คิดค้นรถยนต์ขนาดเล็กได้ดีที่สุดในโลก

เรามาดูกันซิว่าทางค่ายรถยนต์ซูซูกิ ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้นำรถเล็กของวงการจะมีอะไรมาสร้างความประทับใจและปฏิวัติวงการรถยนต์บ้าง











ที่เห็นดูโดดเด่นและน่าสนใจที่สุดก็คงเป็นเจ้า X-Head ที่ทางซูซูกิบอกว่ามันเป็นรถยนต์อเนกประสงค์ ที่ดูเหมือนรถ Off-Road ที่มีสองที่นั่ง แต่ก็ยังคงมีรูปแบบที่สะดุดตาและทันสมัยพอให้สามารถนำมาขับอวดบนถนนได้แบบไม่อายใคร



ต่อมาก็เป็น Suzuki Palette Concept ซึ่งเป็นรถต้นแบบที่ดูเหมือนรถที่จะถูกผลิตเพื่อการจำหน่ายจริงมากที่สุด เป็นรถไสตล์ Wagon ห้องโดยสารทรงสูงที่สามารถจุผู้โดยสารได้ 4 คน พร้อมด้วยประตูหลังแบบไสลด์ระบบไฟฟ้า เพื่อความสะดวกสบาย ซึ่งเราก็อาจเห็นเจ้า Suzuki Palette ได้ในโชว์รูมซูซูกิในญี่ปุ่นได้ในอีกไม่นานนัก



หลังจากที่ Suzuki Kizashi ได้เปิดตัวไปที่ Frankfurt Auto Show 2007 ไปก่อนหน้านี้ไม่นาน ซึ่งก็ได้รับความสนใจจากสื่อวงการรถยนต์เป็นอย่างมาก มาตอนนี้ทางฝั่งญี่ปุ่นก็จะมีการเปิดตัว Kizashi2 ออกมาแบบติดๆ ซึ่งเจ้า Kizashi2 นี้จะแตกต่างจาก Kizashi ก็ตรงที่เป็นรถที่มี 2ที่นั่ง ด้วยรูปร่างของ Kizashi นั้นก็มีความใกล้เคียงกับรถที่จะสามารถผลิตจริงได้ จึงเชื่อว่าตัวจริงที่จะทำออกจำหน่ายก็คงมีหน้าตาไม่แตกต่างไปจากตัวต้นแบบมากนัก



และสุดท้ายก็คือ Suzuki PIXY รถขนาดจิ๋วที่ทำมาเพื่อเอาใจกระแสอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและการประหยัดพลังงานโดยเฉพาะ ซึ่งเป็นรถสำหรับนั่งเพียง 1 คนเท่านั้น เช่นเดียวกันกับ Toyota's i-Unit ที่ได้มีการเปิดตัวในเวลาไล่เลี่ยกัน

พาไปชม Suzuki ในงาน Frankfurt Auto Show 2007

แก้เหงากันหน่อยด้วยการนำภาพสวยๆจากงาน Frankfurt Auto Show 2007 ที่จัดขึ้นที่ประเทศเยอรมันนีเมื่อ 13-23 กันยายน ที่ผ่านมาสดๆร้อนๆ มาฝากกัน


เริ่มด้วยรถ Concept ตัวใหม่ของซูซูกิที่ชื่อ "Suzuki Kizashi" "คิซาชิ" ซึ่งเป็นการเปิดตัวครั้งแรกในงานนี้ ก่อนหน้านี้ไม่มีใครเคยเห็นมันมาก่อน เรียกได้ว่าเก็บความลัพธ์ได้มิดชิดทีเดียว สำหรับรูปร่างหน้าตาของเจ้า Kizashi ตัวนี้ทำให้ผมนึกถึงรถในหนังพวกยอดมนุษย์ Batman อะไรทำนองนั้น


จริงๆแล้วซูซูกิต้องการจะขยายไลน์การผลิตไปยังกลุ่มรถยนต์ขนาดกลางสำหรับครอบครัว หรือรถยนต์กลุ่มดี (D-Segment) จึงต้องผลิตรถต้นแบบที่แสดงถึงศักยภาพ และเทคโนโลยีของค่ายตัวเอส แห่งแดนซามูไรให้ชาวโลกได้ประจักษ์

ซึ่งรถต้นแบบคันดังกล่าวต้องสะท้อนให้เห็นถึงเอกลักษณ์ของแบรนด์ ซูซูกิ " Way of Life" ที่ประกอบไปด้วย ความสปอร์ต ความคุ้มค่า จิตวิญญาณ ความก้าวหน้า และ ความน่าตื่นเต้น ภายใต้รูปทรงอันโดดเด่นเพื่อสร้างความประทับใจให้กับลูกค้าได้พบเห็น เป็นการปูทางไปสู่การยอมรับรถยนต์ครอบครัวขนาดกลางที่ซูซูกิ จะผลิตออกจำหน่ายในอนาคต



เอกลักษณ์เหล่านั้นเป็นแนวทางในการออกแบบอัตลักษณ์ของ "คิซาชิ" รถครอบครัวขนาดกลางต้นแบบของซูซูกิ ที่สะท้อนให้เห็นถึงจิตวิญญาณแห่งความคิดสร้างสรรค์ที่ไม่หยุดยั้งของชาวญี่ปุ่น ทั้งยังนำเสนออย่างตรงไปตรงมาผ่านทางรูปลักษณ์ที่ดูคล้ายหน้าตาของซุปเปอร์ฮีโร ในการ์ตูนของญี่ปุ่น สะท้อนให้เห็นถึงความผูกพันระหว่างการ์ตูนกับวิถีชีวิตของชาวซามูไร ที่ไม่ได้มองว่าการ์ตูนเป็นเพียงหนังสืออ่านเล่น แต่มันช่วยนำเสนอเรื่องราวที่ชัดเจนและเข้าใจได้ง่ายกว่าการอ่านหนังสือทั่วไป


คิซาชิ (ในภาษาญี่ปุ่นแปลว่า "โหมโรง") ได้ออกโรงปรากฏโฉมในงานแฟรงค์เฟิร์ท มอเตอร์โชว์ 2007 ท้าทายสายตาของผู้เข้าชมงาน และ ส่งสารท้าทายไปยังคู่แข่งที่ส่งรถยนต์มาโชว์โฉมในงานเดียวกัน ซึ่งเชื่อได้ว่าทุกคนที่เดินผ่านบูธของซูซูกิ จะต้องหยุดสายตามาจับจ้อง คิซากิอย่างเอาจริงเอาจัง และ รับรู้สาส์นที่ซูซูกิต้องการสื่อออกไป

รูปลักษณ์ของคิซากิโดยรวมจัดอยู่ในกลุ่มรถครอบครัวขนาดกลาง 5 ประตูท้ายตัด ด้านหน้าโดดเด่นจากการออกแบบให้คล้ายกับหน้ากากของซุปเปอร์ฮีโร มีโคมไฟทรงเรียวพร้อมหลอดไฟแอลอีดีเป็นดวงตา กระจังหน้าสีดำคล้ายส่วนจมูกและปาก ตัวถังสีแดงแสดงถึงพลังของซุปเปอร์ฮีโรคันนี้



ทั้งยังมีรูปทรงที่ลื่นไหล ตามหลักอากาศพลศาสตร์ ช่วยเพิ่มความน่าสนใจของคาชิอากิมากขึ้นไปอีก

ส่วนตัวรถมีมิติความยาว 4.65 เมตร กว้าง 1.95 เมตร และ สูง 1.4 เมตร แต่จากการออกแบบที่ใช้เส้นสายโค้งมนและเส้นแนวตั้งทำให้รถดูไม่เทอะทะ กลับปราดเปรียวพร้อมทะยานไปบนท้องถนนอยู่เสมอ

พลังขับเคลื่อนได้มาจากเครื่องยนต์ ดีเซล 4 สูบ 16 วาวล์ ขนาด 2.0 ลิตร พร้อมเทอร์โบคอยผลักดันอากาศเข้าห้องเผาไหม้ ส่งกำลังผ่านเกียร์ซีเควนเชี่ยล (Sequential) อัตราทดชิด 6 สปีด ไปยังระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ (i-AWD) ก่อนส่งไปยังพื้นถนนผ่านวงล้ออัลลอยด์ขนาด 21 นิ้ว ที่หุ้มไว้ด้วยยางหน้ากว้าง 255/30 R21

ซูซูกิตระหนักดีถึงกระแสการรักษาสถาพแวดล้อมจึงพัฒนาเครื่องยนต์ดีเซลสำหรับคาชิอากิ ให้ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์น้อยที่สุด จนอยู่ในระดับต่ำสุดของรถยนต์ขนาดกลางกลุ่มดี

ก่อนหน้านี้ค่ายตัวเอส แดนซามูไร เคยประสบความสำเร็จกับการออกแบบ ซูซกิ สวิฟท์ รถเล็กทรงทรมานใจสาว และเมื่อออกจำหน่ายก็ได้รับการตอบรับจากลูกค้าในวงกว้าง ดังนั้นจึงน่าแปลกใจ เมื่อซูซูกิจะพัฒนารถยนต์ครอบครัวขนาดกลางให้ประสบความสำเร็จจากการออกแบบที่พิถีพิถัน ทั้งยังคุ้มค่าการลงทุน พิจารณาจาก "น้ำจิ้ม" อย่างคาชิอากิดูแล้วกันจะเห็นความมุ่งมั่นของค่ายตัวเอสในการเปิดตลาดใหม่อย่างชัดเจน

นอกจากเจ้า Kizashi แล้วในงานนี้ทางซูซูกิก็ได้นำรถยนต์รุ่นใหม่ๆอย่างเช่น Splash, SX4, Grand Vitara, Swift ซึ่งได้มีการเปิดตัวไปก่อนหน้านี้แล้ว


(SX4 ตัวต้นแบบที่จะใช้ทำการแข่งขัน World Rally Championship 2008) ซึ่งจะเป็นการเข้าร่วมการแข่งขันแรลลี่รายการระดับโลกเป็นตรั้งแรกของซูซูกิ ซึ่งเป็นที่น่าตื่นเต้นและน่าติดตามสำหรับแฟนๆรถยนต์ซูซูกิทั่วโลก




รูปซูซูกิ Splash ซึ่งไดมีีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการไปก่อนหน้านี้แล้ว ก็ถูกนำมาโชว์ในงานนี้ด้วย ซึ่งตัวที่นำมาโชว์นี้มิใช่ตัวต้นแบบแต่อย่างใด แต่เป็นหน้าตาตัวจริงๆที่จะมีการผลิตและจำหน่ายในปี 2008 โดยจะเริ่มมีการจำหน่ายในกลุ่มประเทศแถบยุโรปก่อน

2007-09-10

วีดีโอ 5 ตัวใหม่ สำหรับเดือนกันยายน 2550


ดาวน์โหลด 9.11Mb
เป็นวีดีโอที่ทาง Fifth Gear (สำนักพิมพ์และผู้ทำรายการเกียวกับยานยนต์ชั้นนำของเกาะอังกฤษ)จัดทำขึ้นเพื่อแสดงการทดสอบสมรรถนะระหว่าง Suzuki Swift Sport กับ Mini Cooper ซึ่งผลที่ออกมานั้นจะเป็นอย่างไรดูได้จากวีดีโอเลยครับ



ดาวน์โหลด 2.6Mb
ขอบอกก่อนเลยว่าวีดีโอนี้จะต้องทำให้คุณรู้สึกเสียดายเจ้าซูซูกิ สวิฟต์คันนี้เป็นอย่างมาก เนื่องจากมันได้ถูกดัดแปลงให้เป็นเครื่องจักรที่จะตะลุยไปในทุกสภาพทาง รับรองว่าท่านจะไม่เคยเห็นที่ใหนมาก่อน



ดาวน์โหลด 2.05Mb

เป็นวีดีโอเกี่ยวกับกิจกรรมการรวมตัวกันของรถซูซูกิสวิฟต์ของชมรม Swift Club อินโดนีเซีย



ดาวน์โหลด 2.79Mb
เป็นวีดีโอที่ถ่ายเจ้าAPV ในทุกซอกทุกมุม ใครที่อยากดูเจ้าAPV แบบเต็มๆ ทั้งในฝากระโปรง,ใต้ท้องรถ, ห้องเครื่องยนต์ และภายในห้องโดยสาร รับรองไม่ผิดหวัง



ดาวน์โหลด 3.86Mb
เป็นวีดีโอเกี่ยวกับซูซูกิแครี่ (รุ่นเก่า เครื่องเบ็นซิน 660cc 3สูบ) มาโชว์วิ่งซิ่งให้ดูด้วย ซึ่งรถรุ่นนี้ก็มีผู้ที่นำเข้ามือสองจากประเทศญี่ปุ่นมาขายในบ้านเราเหมือนกัน