<?xml version='1.0' encoding='UTF-8'?><?xml-stylesheet href="http://www.blogger.com/styles/atom.css" type="text/css"?><feed xmlns='http://www.w3.org/2005/Atom' xmlns:openSearch='http://a9.com/-/spec/opensearchrss/1.0/' xmlns:georss='http://www.georss.org/georss' xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'><id>tag:blogger.com,1999:blog-9121136793600780935</id><updated>2012-01-30T00:01:46.055+07:00</updated><category term='Thai_News'/><category term='Global_News'/><category term='APV'/><category term='Carry_Pick-up'/><category term='Grand_Vitara'/><category term='Video'/><category term='Swift'/><category term='Review'/><title type='text'>Suzuki Club Thai Articles : รวมบทความชมรมรถยนต์ซูซูกิ (ประเทศไทย)</title><subtitle type='html'>ชมรมรถยนต์ซูซูกิ (ประเทศไทย), Suzuki Thailand, ซูซูกิ, รถซูซูกิ, ซูซูกิเอพีวี, ซูซูกิAPV, เอพีวี, กระบะซูซูกิ, กระบะแครี่, Carry Pick-up, แกรนด์วีทาร่า, วีทาร่า, วิทาร่า, สวิฟต์, สวิฟท์, ราคาซูซูกิ, โชว์รูมซูซูกิ, ดีลเลอร์ซูซูกิ, ซูซูกิคลับ, ซูซูกิไทย, ซูซูกิประเทศไทย, ราคาซูซูกิ, ซื้อซูซูกิ, อู่ซูซูกิ, ซ่อมซูซูกิ, อะไหล่ซูซูกิ, Suzuki Showroom, Suzuki Thailand Dealer, Suzuki APV, APV, APV Pickup, Carry Pick-up, Carry Pickup, Grand Vitara, Vitara, Swift, Suzuki Service, Suzuki Spare Parts</subtitle><link rel='http://schemas.google.com/g/2005#feed' type='application/atom+xml' href='http://suzukiclubthai.blogspot.com/feeds/posts/default'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9121136793600780935/posts/default?max-results=100'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://suzukiclubthai.blogspot.com/'/><link rel='hub' href='http://pubsubhubbub.appspot.com/'/><author><name>webmaster</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04682246217302500999</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='31' src='http://photos1.blogger.com/x/blogger2/4225/1104169234043570/410/101593/gse_multipart61735.jpg'/></author><generator version='7.00' uri='http://www.blogger.com'>Blogger</generator><openSearch:totalResults>42</openSearch:totalResults><openSearch:startIndex>1</openSearch:startIndex><openSearch:itemsPerPage>100</openSearch:itemsPerPage><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9121136793600780935.post-6931694755051271766</id><published>2007-10-22T14:41:00.000+07:00</published><updated>2007-10-22T14:41:49.798+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='Thai_News'/><title type='text'>ทำความรู้จักกับ บริษัท ซูซูกิ ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด</title><content type='html'>&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Thai_News/07-10-22/4.jpg" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;บทความจากนิตยสารกรังด์ปรีซ์ GRAND PRIX ฉบับเดือน ตุลาคม พ.ศ.2550&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Thai_News/07-10-22/3.jpg" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จากประสบการณ์อันยาวนานตลอดระยะเวลา 30 ปี ซูซูกินับว่าเป็นค่ายรถออฟโรดค่ายแรกที่บุกเบิกทำตลาดในประเทศไทย หลังจากนั้น 10 ปีที่ผ่านมาตลาดรถออฟโรดในเมืองไทยเต็มไปด้วยสีสัน มีค่ายรถมากมายหลายค่ายที่เข้ามาสร้างปรากฏการณ์ที่น่าตื่นตาตื่นใจอยู่ไม่ขาดสาย แต่ค่ายออฟโรดค่ายหนึ่งที่ยังยืนหยัดได้อย่างมั่นคงมาโดยตลอด คือ ค่ายซูซูกิ&lt;br /&gt;ในปี พ.ศ. 2546 ทางบริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ จำกัด (ประเทศญี่ปุ่น) ได้มีนโยบายที่จะให้รถยนต์ซูซูกิมีส่วนร่วมในตลาดรถยนต์ในประเทศไทยให้มากยิ่งขึ้น และกำหนดจะใช้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตรถขับเคลื่อน 4 ล้อขนาดเล็ก และรถยนต์นั่งสำหรับภูมิภาคอาเซียนรวมถึงตลาดเอเชียในอนาคต จึงดำเนินการโดยตั้งบริษัท ซูซูกิ ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นการร่วมทุนระหว่าง บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ จำกัด (ประเทศญี่ปุ่น) และ บริษัท สยามอินเตอร์เนชั่นแนล คอร์ปอเรชั่น จำกัด โดยนายพรพงษ์ พรประภา เป็นประธานบริษัท และ นาย เคอิอิชิ อะซะโนะ เป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทมีวัตถุประสงค์ให้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตและจำหน่ายรถยนต์ซูซูกิทุกรุ่นทุกแบบ โดยเฉพาะรถยนต์โดยสารขนาดเล็ก-ประหยัดพลังงาน ซึ่งถือว่า ค่ายซูซูกิเป็นยิ่งกว่าผู้เชี่ยวชาญ เพื่อจัดจำหน่ายในประเทศไทย รวมถึงส่งออกจำหน่ายในกลุ่มประเทศอาเซียน&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9121136793600780935-6931694755051271766?l=suzukiclubthai.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://suzukiclubthai.blogspot.com/feeds/6931694755051271766/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9121136793600780935&amp;postID=6931694755051271766' title='1 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9121136793600780935/posts/default/6931694755051271766'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9121136793600780935/posts/default/6931694755051271766'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://suzukiclubthai.blogspot.com/2007/10/blog-post.html' title='ทำความรู้จักกับ บริษัท ซูซูกิ ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด'/><author><name>webmaster</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04682246217302500999</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='31' src='http://photos1.blogger.com/x/blogger2/4225/1104169234043570/410/101593/gse_multipart61735.jpg'/></author><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9121136793600780935.post-4705473613890772542</id><published>2007-10-22T13:53:00.000+07:00</published><updated>2007-10-22T13:53:25.412+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='Carry_Pick-up'/><title type='text'>SUZUKI CARRY คันเล็กบรรทุกเยอะ</title><content type='html'>&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Carry/07-10-22/cover.jpg" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;ที่มา นิตยสาร แหล่งรถ (AUTO PLACE) ปีที่ 24 ฉบับที่ 864 เดือน ตุลาคม 2550 คอลลัมน์ ROAD TEST&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;strong&gt;SUZUKI CARRY คันเล็กบรรทุกเยอะ&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Carry/07-10-22/1.jpg" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เวลาถือเป็นเรื่องสำคัญในการทำธุรกิจ ยิ่งถ้ามีการบริหารเวลาที่ดี งานแต่ละอย่างก็สามารถทำเสร็จภายในเวลาอันรวดเร็ว ก็จะมีเวลาเหลือไปทำอย่างอื่นได้ โดยเฉพาะการขนส่งจำเป็นต้องทำงานแข่งกับเวลาแม้ว่าจะเจอสภาพรถราที่ติดขัดก็ตาม การขนส่งที่ทำได้ตลอดเวลาก็ต้องหารถบรรทุกที่ไม่ติดเวลามาใช้จะได้เดินทางได้แบบไม่ติดขัดและเมื่อจำเป็นต้องใช้รถเพื่อการบรรทุกจริงๆ นอกจากรถกระบะจะมีตัวเลือกมาให้ไม่มากนัก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Carry/07-10-22/2.jpg" border="0" /&gt; &lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Carry/07-10-22/3.jpg" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ซึ่งในบ้านเรารถที่จะใช้งานได้โดยไม่ติดเวลาก็จะเป็นรถบรรทุกขนาด 1 ตัน ที่หนีไม่พ้นรถกระบะทั้งหลาย หันไปหารถบรรทุกเล็กหน้าตัด ที่ประกอบขึ้นมาจากชิ้นส่วนเก่าจากญี่ปุ่น แล้วมาต่อกระบะใหม่ การจดทะเบียนรถเหล่านี้ ปัจจุบันทำได้ยากเต็มที นั่นคือที่มาของรถบรรทุกเล็กจากค่ายเกียในรุ่น เค2700 แต่กว่าจะผ่านการจดทะเบียนได้ต้องไปรีดเหงื่อออกหลายหยดเพื่อให้น้ำหนักผ่านพิกัด ทำให้กลายเป็นรถขายได้โดยไม่มีคู่แข่ง มีบ้างที่ต้องเจอกับการตรวจจับหากมีการต่อเติมรั้วสูงโดยไม่ไปแจ้งเปลี่ยนที่ขนส่งหรืออาจจะโดนจับ หากวิ่งขวาตลอด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Carry/07-10-22/4.jpg" border="0" /&gt; &lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Carry/07-10-22/5.jpg" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และก็มีรถบรรทุกอีกค่ายหนึ่งที่มาแบบเงียบๆ และก็ขายได้ด้วย นั่นก็คือซูซูกิแครี่ รถรุ่นนี้มีการดัดแปลงมาจากโฉมรถตู้เอพีวีรถตู้คันเล็กที่มีราคาไม่แพง พอแปลงโฉมมาเป็นรถบรรทุก ก็ได้รับการตอบรับดีมาก อาจจะเป็นผลมาจากค่าตัวที่ต่ำเพียง 329,000บาท แต่การบรรทุกไม่ได้น้อยหน้าไปกว่ารถกระบะทั่วๆไป อีกทั้งยังมองหาพลังงานทางเลือกอย่างก๊าซธรรมชาติมาติดตั้งในราคาที่ไม่สูงและไม่ต้องดัดแปลงเยอะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Carry/07-10-22/6.jpg" border="0" /&gt; &lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Carry/07-10-22/7.jpg" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จากค่าตัวที่มีขนาดระทัดรัด มีด้านหน้ายื่นออกมาแต่พองาม เครื่องยนต์ถูกวางไว้ด้านล่างหัวเก๋ง ไม่ได้วางไว้ด้านหน้าแบบรถทั่วๆไป พื้นที่ใต้ฝากระโปรงจึงโล่งๆ มีแค่หม้อลมเบรค รวมทั้งอุปกรณ์ไม่กี่ชิ้นที่โผล่ออกมา หากจะซ่อมบำรุงเครื่องยนต์ จะต้องไปเปิดฐานของเบาะนั่งขึ้นมา จึงจะมองเห็นเครื่องยนต์ ซึ่งเครื่องยนต์ที่วางในรุ่นนี้จะเป็นเครื่องยนต์ที่คุ้นหน้าคุ้นตาคนไทย กับรหัส G16A ที่เป็นรหัสเดียวกันกับที่วางอยู่ในพวกวีทาร่า 3 ประตู โดยยกชุดเกียร์และเฟืองท้ายมาด้วย จะต่างกันแค่ลกษณะการวางเครื่องยนต์ให้เอียงๆ แทนที่จะตั้งตรงเพื่อลดความสูงของเครื่องยนต์ เรื่องของกำลังมีมากพอสมควรกับ 92แรงม้า ที่ 5,750รอบ ต่อนาที แรงบิดสูงสุด 127นิวตัน-เมตร ที่ 4,500รอบต่อนาที เหตุที่กำลังดีเพราะว่าการใส่เฟืองท้ายที่มีอัตราทดมากถึง 5.375:1 ทำให้กดคันเร่งลงไปรถก็จะพุ่งไปอย่างรวดเร็ว ยิ่งได้คันเกียร์สั้นๆ ทำให้เหมือนกับกำลังขับรถสปอร์ตมากกว่ารถกระบะ เปลี่ยนเกียร์ง่าย คลัตช์ก็เบาเท้าเวลาเหยียบ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Carry/07-10-22/8.jpg" border="0" /&gt; &lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Carry/07-10-22/9.jpg" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;อัตราเร่งมาอย่างรวดเร็วจากการทดเฟืองท้ายไว้เยอะ หากไม่ได้บรรทุกหนัก รอบเครื่องยนต์น่าจะอยู่แถวๆ 3,500รอบต่อนาที กับความเร็วระดับ 100กม./ชม. ทางแก้อีกทางหนึ่งคือไปหาเฟืองท้ายของซูซูกิ วีทาร่ารุ่น 2.0 มาใช้ ก็จะได้อัตราทดน้อยลง ความประหยัดก็จะมากขึ้นเป็นเงาตามตัว และในรถรุ่นนี้เขาก็มีครีบระบายความร้อนตรงเฟืองท้ายมาให้ด้วย แต่เขาไม่ได้เน้นมากเหมือนรถบางค่าย ตรงจุดนี้คงเห็นว่าใช้กันมานานแล้วก็ไม่รู้ว่าจะโฆษณาทำไม ด้านหน้าของตัวรถแทบจะไม่ได้ดัดแปลงจากตัวรถตู้มากนัก ก็เลยทำให้ด้านล่างของประตูห้อยต่ำลงมาช่วยปกปิดด้านล่างของห้องโดยสารให้ดูใหญ่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Carry/07-10-22/10.jpg" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การขึ้นลงจะใกล้เคียงกับพวกรถตู้หรือรถบรรทุกเล็กเนื่องจากการวางหัวเก๋งเอาไว้เหนือเครื่องยนต์ ซึ่งจะทำให้ห้องโดยสารอยู่สูงขึ้นไปจึงต้องมีบันไดมารองรับขึ้นเพื่อให้ขึ้นลงได้สะดวก จากการใช้พื้นที่ห้องโดยสารให้คุ้มค่าจึงจับเบาะยึดติดตายแต่ละจุดตามสภาพบังคับของพื้นที่ เป็นเบาะหุ้มด้วยไวนิลที่ไม่สกปรกเลอะเทอะง่ายรวมทั้งสามารถทำความสะอาดได้ง่ายเช่นกัน แผงประตูโดนบีบให้แบนเรียบเพื่อลดการสิ้นเปลืองเนื้อที่ก็ช่วยในห้องโดยสารดูไม่แคบนัก&lt;br /&gt;แม่ว่าจะเป็นท่านั่งตายตัว แต่ก็นั่งสบายกว่ารถหลายๆรุ่น ช่วงแกนพวงมาลัยก็ไม่โผล่ออกมาเกะกะเท้าอีกด้วย พวงมาลัยสองก้านจับได้พอดี วงไม่ใหญ่มากลักษณะการวางเหมือนรถเก๋งมากกว่าพวกรถบรรทุก จึงไม่ต้องเอื่อมมือสาวพวงมาลัยกันให้เหนื่อย น้ำหนักในการหมุนก็เบามือดี หมุนเลี้ยวได้คล่อง แผงคอนโซลออกแบบมาให้โล่งๆ พวกเครื่องเสียงต้องใส่ทีหลัง สิ่งที่ดีน่าจะเป็นเรื่องระบบปรับอากาศเย็นฉ่ำทั้งวันแม้จะเจออากาศร้อนๆก็ตาม&lt;br /&gt;การวางกระบะท้ายไว้บนแชสซีทำให้พื้นของกระบะเรียบสามารถบรรทุกได้เยอะ ด้วยความยาวของภายในกระบะถึง 2200มม. กว้าง 1585มม. ขอบกระบะสูง 360มม. สามารถเปิดพับลงมาได้ทั้ง 3 ด้าน สะดวกมากเวลาขนของชิ้นใหญ่ๆ และหนัก ตัวแชสซีจะมีการต่อหูลงมาเพื่อรับกับตัวแหนบ อาจจะดูเกะกะไปบ้าง แต่ก็ช่วยในเรื่องของหูยึดแหนบทำได้ง่ายขึ้น ส่วนด้านหลังจะเก็บงานเรียบร้อยดี ในบางจุดที่อาจจะง่ายต่อการแตกหรือบิดก็จะมีการเสริมแผ่นเหล็กเพิ่มความแข็งแรง&lt;br /&gt;เวลาวิ่งทางตรง ยอมรับว่าช่วงล่างที่ใช้ระบบกันสะเทือนหน้าแบบแม็กเฟอร์สันสตรัท พร้อมคอยส์สปริงและด้านหลังเป็นแหนบสั้นไม่กระด้างเหมือนพวกรถบรรทุกเล็ก แต่อาจจะมีการกระโดดบ้างเวลาเจอตัวหนอนที่นูนๆ บนถนน เวลาวิ่งด้วยความเร็วระดับ 90-100กม./ชม. นั้นตัวรถจะไม่มีอาการร่อน แม้ว่าจัวิ่งแบบรถเปล่าๆ ไม่มีน้ำหนักบรรทุกก็ตาม เวลาเบรกก็จะไม่เห็นอาการท้ายปัด นั่นคือจุดเด่นของรถรุ่นนี้&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9121136793600780935-4705473613890772542?l=suzukiclubthai.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://suzukiclubthai.blogspot.com/feeds/4705473613890772542/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9121136793600780935&amp;postID=4705473613890772542' title='2 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9121136793600780935/posts/default/4705473613890772542'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9121136793600780935/posts/default/4705473613890772542'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://suzukiclubthai.blogspot.com/2007/10/suzuki-carry.html' title='SUZUKI CARRY คันเล็กบรรทุกเยอะ'/><author><name>webmaster</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04682246217302500999</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='31' src='http://photos1.blogger.com/x/blogger2/4225/1104169234043570/410/101593/gse_multipart61735.jpg'/></author><thr:total>2</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9121136793600780935.post-6550647502369556055</id><published>2007-10-07T21:45:00.001+07:00</published><updated>2007-10-07T21:45:46.866+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='Global_News'/><title type='text'>มาดูกันก่อนซิว่า Suzuki จะมีอะไรใหม่มาโชว์ในงาน Tokyo Motor Show 2007</title><content type='html'>ในเดือนตุลาคม 2007 นี้ก็จะมีงานแสดงรถยนต์ที่ยิ่งใหญ่อีกงาน นั้นก็คือ Tokyo Motor Show 2007 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่าง 24 ตุลาคม - 11 พฤษจิกายน นี้ ซึ่งก็เป็นที่รู้กันดีว่าญี่ปุ่นเป็นประเทศที่คิดค้นรถยนต์ขนาดเล็กได้ดีที่สุดในโลก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เรามาดูกันซิว่าทางค่ายรถยนต์ซูซูกิ ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้นำรถเล็กของวงการจะมีอะไรมาสร้างความประทับใจและปฏิวัติวงการรถยนต์บ้าง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://widget.slide.com/rdr/1/1/1/W/50000000e1bdfb5/1/0/87ixbHl77D83EK9A8oCKnIBX3QYocCY1.jpg" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://deco-00.slide.com/r/1/0/dl/vrVxz8bE2T-5Qdsx3iXf_jVXwdqJ13j-/item" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://deco-00.slide.com/r/1/0/dl/EIqQc7ssxz_rv5cNAjeCVL-IBzUDRnPD/item" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://deco-00.slide.com/r/1/0/dl/yXhjGoS07j8izLqz7DyI1UcfM0n4xxlu/item" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://deco-00.slide.com/r/1/0/dl/s2MrdkKN7j-yj1runjxKArVY1-VgDwL7/item" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่เห็นดูโดดเด่นและน่าสนใจที่สุดก็คงเป็นเจ้า X-Head ที่ทางซูซูกิบอกว่ามันเป็นรถยนต์อเนกประสงค์ ที่ดูเหมือนรถ Off-Road ที่มีสองที่นั่ง แต่ก็ยังคงมีรูปแบบที่สะดุดตาและทันสมัยพอให้สามารถนำมาขับอวดบนถนนได้แบบไม่อายใคร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://deco-00.slide.com/r/1/0/dl/Jm1IHR8M0j98n2CBy8bX8KIr8JV-MBTf/item" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;ต่อมาก็เป็น Suzuki Palette Concept ซึ่งเป็นรถต้นแบบที่ดูเหมือนรถที่จะถูกผลิตเพื่อการจำหน่ายจริงมากที่สุด เป็นรถไสตล์ Wagon ห้องโดยสารทรงสูงที่สามารถจุผู้โดยสารได้ 4 คน พร้อมด้วยประตูหลังแบบไสลด์ระบบไฟฟ้า เพื่อความสะดวกสบาย ซึ่งเราก็อาจเห็นเจ้า Suzuki Palette ได้ในโชว์รูมซูซูกิในญี่ปุ่นได้ในอีกไม่นานนัก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://deco-00.slide.com/r/1/0/dl/1AoNqcmd5z9_MOfR1MnLeTP-aUFoCRB0/item" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;หลังจากที่ Suzuki Kizashi ได้เปิดตัวไปที่ Frankfurt Auto Show 2007 ไปก่อนหน้านี้ไม่นาน ซึ่งก็ได้รับความสนใจจากสื่อวงการรถยนต์เป็นอย่างมาก มาตอนนี้ทางฝั่งญี่ปุ่นก็จะมีการเปิดตัว Kizashi2 ออกมาแบบติดๆ ซึ่งเจ้า Kizashi2 นี้จะแตกต่างจาก Kizashi ก็ตรงที่เป็นรถที่มี 2ที่นั่ง ด้วยรูปร่างของ Kizashi นั้นก็มีความใกล้เคียงกับรถที่จะสามารถผลิตจริงได้ จึงเชื่อว่าตัวจริงที่จะทำออกจำหน่ายก็คงมีหน้าตาไม่แตกต่างไปจากตัวต้นแบบมากนัก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://deco-01.slide.com/r/1/0/dl/6LIRFWfw7D_Px9vzmIwmCS-Kww8ckAjY/item" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;และสุดท้ายก็คือ Suzuki PIXY รถขนาดจิ๋วที่ทำมาเพื่อเอาใจกระแสอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและการประหยัดพลังงานโดยเฉพาะ ซึ่งเป็นรถสำหรับนั่งเพียง 1 คนเท่านั้น เช่นเดียวกันกับ Toyota's i-Unit ที่ได้มีการเปิดตัวในเวลาไล่เลี่ยกัน&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9121136793600780935-6550647502369556055?l=suzukiclubthai.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://suzukiclubthai.blogspot.com/feeds/6550647502369556055/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9121136793600780935&amp;postID=6550647502369556055' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9121136793600780935/posts/default/6550647502369556055'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9121136793600780935/posts/default/6550647502369556055'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://suzukiclubthai.blogspot.com/2007/10/suzuki-tokyo-motor-show-2007.html' title='มาดูกันก่อนซิว่า Suzuki จะมีอะไรใหม่มาโชว์ในงาน Tokyo Motor Show 2007'/><author><name>webmaster</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04682246217302500999</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='31' src='http://photos1.blogger.com/x/blogger2/4225/1104169234043570/410/101593/gse_multipart61735.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9121136793600780935.post-5564734735660706032</id><published>2007-10-07T21:13:00.000+07:00</published><updated>2007-10-07T21:13:35.988+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='Global_News'/><title type='text'>พาไปชม Suzuki ในงาน Frankfurt Auto Show 2007</title><content type='html'>แก้เหงากันหน่อยด้วยการนำภาพสวยๆจากงาน Frankfurt Auto Show 2007 ที่จัดขึ้นที่ประเทศเยอรมันนีเมื่อ 13-23 กันยายน ที่ผ่านมาสดๆร้อนๆ มาฝากกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://widget.slide.com/rdr/1/1/1/W/50000000e1bd0c4/1/0/6gYKNZvW0D-r5Dm01TLACShvJT2nSlq9.jpg" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;เริ่มด้วยรถ Concept ตัวใหม่ของซูซูกิที่ชื่อ "Suzuki Kizashi" "คิซาชิ" ซึ่งเป็นการเปิดตัวครั้งแรกในงานนี้ ก่อนหน้านี้ไม่มีใครเคยเห็นมันมาก่อน เรียกได้ว่าเก็บความลัพธ์ได้มิดชิดทีเดียว สำหรับรูปร่างหน้าตาของเจ้า Kizashi ตัวนี้ทำให้ผมนึกถึงรถในหนังพวกยอดมนุษย์ Batman อะไรทำนองนั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://deco-01.slide.com/r/1/0/dl/brQNxClS5z9B2537UADfM7e5CwKSHnx4/item" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;จริงๆแล้วซูซูกิต้องการจะขยายไลน์การผลิตไปยังกลุ่มรถยนต์ขนาดกลางสำหรับครอบครัว หรือรถยนต์กลุ่มดี (D-Segment) จึงต้องผลิตรถต้นแบบที่แสดงถึงศักยภาพ และเทคโนโลยีของค่ายตัวเอส แห่งแดนซามูไรให้ชาวโลกได้ประจักษ์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ซึ่งรถต้นแบบคันดังกล่าวต้องสะท้อนให้เห็นถึงเอกลักษณ์ของแบรนด์ ซูซูกิ " Way of Life" ที่ประกอบไปด้วย ความสปอร์ต ความคุ้มค่า จิตวิญญาณ ความก้าวหน้า และ ความน่าตื่นเต้น ภายใต้รูปทรงอันโดดเด่นเพื่อสร้างความประทับใจให้กับลูกค้าได้พบเห็น เป็นการปูทางไปสู่การยอมรับรถยนต์ครอบครัวขนาดกลางที่ซูซูกิ จะผลิตออกจำหน่ายในอนาคต&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://deco-01.slide.com/r/1/0/dl/EOrMPsWq5T_t0RGoW-xZOuMOksJ5G1do/item" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เอกลักษณ์เหล่านั้นเป็นแนวทางในการออกแบบอัตลักษณ์ของ "คิซาชิ" รถครอบครัวขนาดกลางต้นแบบของซูซูกิ ที่สะท้อนให้เห็นถึงจิตวิญญาณแห่งความคิดสร้างสรรค์ที่ไม่หยุดยั้งของชาวญี่ปุ่น ทั้งยังนำเสนออย่างตรงไปตรงมาผ่านทางรูปลักษณ์ที่ดูคล้ายหน้าตาของซุปเปอร์ฮีโร ในการ์ตูนของญี่ปุ่น สะท้อนให้เห็นถึงความผูกพันระหว่างการ์ตูนกับวิถีชีวิตของชาวซามูไร ที่ไม่ได้มองว่าการ์ตูนเป็นเพียงหนังสืออ่านเล่น แต่มันช่วยนำเสนอเรื่องราวที่ชัดเจนและเข้าใจได้ง่ายกว่าการอ่านหนังสือทั่วไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://deco-00.slide.com/r/1/0/dl/WuCcyD6G0j9835QPZFg3VaQshBL_3CB-/item" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;คิซาชิ (ในภาษาญี่ปุ่นแปลว่า "โหมโรง") ได้ออกโรงปรากฏโฉมในงานแฟรงค์เฟิร์ท มอเตอร์โชว์ 2007 ท้าทายสายตาของผู้เข้าชมงาน และ ส่งสารท้าทายไปยังคู่แข่งที่ส่งรถยนต์มาโชว์โฉมในงานเดียวกัน ซึ่งเชื่อได้ว่าทุกคนที่เดินผ่านบูธของซูซูกิ จะต้องหยุดสายตามาจับจ้อง คิซากิอย่างเอาจริงเอาจัง และ รับรู้สาส์นที่ซูซูกิต้องการสื่อออกไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รูปลักษณ์ของคิซากิโดยรวมจัดอยู่ในกลุ่มรถครอบครัวขนาดกลาง 5 ประตูท้ายตัด ด้านหน้าโดดเด่นจากการออกแบบให้คล้ายกับหน้ากากของซุปเปอร์ฮีโร มีโคมไฟทรงเรียวพร้อมหลอดไฟแอลอีดีเป็นดวงตา กระจังหน้าสีดำคล้ายส่วนจมูกและปาก ตัวถังสีแดงแสดงถึงพลังของซุปเปอร์ฮีโรคันนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://deco-00.slide.com/r/1/0/dl/YkJ6WCCn6z_d0LAG-wLPvaAkMoAOjr4R/item" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทั้งยังมีรูปทรงที่ลื่นไหล ตามหลักอากาศพลศาสตร์ ช่วยเพิ่มความน่าสนใจของคาชิอากิมากขึ้นไปอีก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ส่วนตัวรถมีมิติความยาว 4.65 เมตร กว้าง 1.95 เมตร และ สูง 1.4 เมตร แต่จากการออกแบบที่ใช้เส้นสายโค้งมนและเส้นแนวตั้งทำให้รถดูไม่เทอะทะ กลับปราดเปรียวพร้อมทะยานไปบนท้องถนนอยู่เสมอ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พลังขับเคลื่อนได้มาจากเครื่องยนต์ ดีเซล 4 สูบ 16 วาวล์ ขนาด 2.0 ลิตร พร้อมเทอร์โบคอยผลักดันอากาศเข้าห้องเผาไหม้ ส่งกำลังผ่านเกียร์ซีเควนเชี่ยล (Sequential) อัตราทดชิด 6 สปีด ไปยังระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ (i-AWD) ก่อนส่งไปยังพื้นถนนผ่านวงล้ออัลลอยด์ขนาด 21 นิ้ว ที่หุ้มไว้ด้วยยางหน้ากว้าง 255/30 R21&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ซูซูกิตระหนักดีถึงกระแสการรักษาสถาพแวดล้อมจึงพัฒนาเครื่องยนต์ดีเซลสำหรับคาชิอากิ ให้ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์น้อยที่สุด จนอยู่ในระดับต่ำสุดของรถยนต์ขนาดกลางกลุ่มดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก่อนหน้านี้ค่ายตัวเอส แดนซามูไร เคยประสบความสำเร็จกับการออกแบบ ซูซกิ สวิฟท์ รถเล็กทรงทรมานใจสาว และเมื่อออกจำหน่ายก็ได้รับการตอบรับจากลูกค้าในวงกว้าง ดังนั้นจึงน่าแปลกใจ เมื่อซูซูกิจะพัฒนารถยนต์ครอบครัวขนาดกลางให้ประสบความสำเร็จจากการออกแบบที่พิถีพิถัน ทั้งยังคุ้มค่าการลงทุน พิจารณาจาก "น้ำจิ้ม" อย่างคาชิอากิดูแล้วกันจะเห็นความมุ่งมั่นของค่ายตัวเอสในการเปิดตลาดใหม่อย่างชัดเจน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นอกจากเจ้า Kizashi แล้วในงานนี้ทางซูซูกิก็ได้นำรถยนต์รุ่นใหม่ๆอย่างเช่น Splash, SX4, Grand Vitara, Swift ซึ่งได้มีการเปิดตัวไปก่อนหน้านี้แล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://deco-01.slide.com/r/1/0/dl/AgQB1JWn3D_F4Pk-_3bbQEchiRjn1zOK/item" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;(SX4 ตัวต้นแบบที่จะใช้ทำการแข่งขัน World Rally Championship 2008) ซึ่งจะเป็นการเข้าร่วมการแข่งขันแรลลี่รายการระดับโลกเป็นตรั้งแรกของซูซูกิ ซึ่งเป็นที่น่าตื่นเต้นและน่าติดตามสำหรับแฟนๆรถยนต์ซูซูกิทั่วโลก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://deco-00.slide.com/r/1/0/dl/lnN4nU2w0T_zxMAU-AcqypIRmTwgYM8H/item" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://deco-01.slide.com/r/1/0/dl/yVWPgbio4T-nmQj47s7RwmrPFkwgEJY4/item" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;รูปซูซูกิ Splash ซึ่งไดมีีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการไปก่อนหน้านี้แล้ว ก็ถูกนำมาโชว์ในงานนี้ด้วย ซึ่งตัวที่นำมาโชว์นี้มิใช่ตัวต้นแบบแต่อย่างใด แต่เป็นหน้าตาตัวจริงๆที่จะมีการผลิตและจำหน่ายในปี 2008 โดยจะเริ่มมีการจำหน่ายในกลุ่มประเทศแถบยุโรปก่อน&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9121136793600780935-5564734735660706032?l=suzukiclubthai.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://suzukiclubthai.blogspot.com/feeds/5564734735660706032/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9121136793600780935&amp;postID=5564734735660706032' title='2 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9121136793600780935/posts/default/5564734735660706032'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9121136793600780935/posts/default/5564734735660706032'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://suzukiclubthai.blogspot.com/2007/10/suzuki-frankfurt-auto-show-2007.html' title='พาไปชม Suzuki ในงาน Frankfurt Auto Show 2007'/><author><name>webmaster</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04682246217302500999</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='31' src='http://photos1.blogger.com/x/blogger2/4225/1104169234043570/410/101593/gse_multipart61735.jpg'/></author><thr:total>2</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9121136793600780935.post-7578058403502775857</id><published>2007-09-10T23:11:00.000+07:00</published><updated>2007-09-10T23:11:28.919+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='Video'/><title type='text'>วีดีโอ 5 ตัวใหม่ สำหรับเดือนกันยายน 2550</title><content type='html'>&lt;embed type="application/x-shockwave-flash" wmode="transparent" src="http://i149.photobucket.com/player.swf?file=http://vid149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/video/article/swift/07-09-09/06fith_gear_swift_vs_mini_eng2.flv" height="361" width="448"&gt;&lt;/embed&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://www.mediafire.com/?1dmndcsnzdx"&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;ดาวน์โหลด 9.11Mb&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;เป็นวีดีโอที่ทาง Fifth Gear (สำนักพิมพ์และผู้ทำรายการเกียวกับยานยนต์ชั้นนำของเกาะอังกฤษ)จัดทำขึ้นเพื่อแสดงการทดสอบสมรรถนะระหว่าง Suzuki Swift Sport กับ Mini Cooper ซึ่งผลที่ออกมานั้นจะเป็นอย่างไรดูได้จากวีดีโอเลยครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;embed type="application/x-shockwave-flash" wmode="transparent" src="http://i149.photobucket.com/player.swf?file=http://vid149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/video/article/swift/07-09-09/07-06-27offroad_swift2.flv" height="361" width="448"&gt;&lt;/embed&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://www.mediafire.com/?3lmtwz2jgt9"&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;ดาวน์โหลด 2.6Mb&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;ขอบอกก่อนเลยว่าวีดีโอนี้จะต้องทำให้คุณรู้สึกเสียดายเจ้าซูซูกิ สวิฟต์คันนี้เป็นอย่างมาก เนื่องจากมันได้ถูกดัดแปลงให้เป็นเครื่องจักรที่จะตะลุยไปในทุกสภาพทาง รับรองว่าท่านจะไม่เคยเห็นที่ใหนมาก่อน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;embed type="application/x-shockwave-flash" wmode="transparent" src="http://i149.photobucket.com/player.swf?file=http://vid149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/video/article/swift/07-09-09/07-08-26swift_club_indonesia2.flv" height="361" width="448"&gt;&lt;/embed&gt;&lt;a href="http://www.mediafire.com/?ex4jm2ktnmm"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;ดาวน์โหลด 2.05Mb&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;เป็นวีดีโอเกี่ยวกับกิจกรรมการรวมตัวกันของรถซูซูกิสวิฟต์ของชมรม Swift Club อินโดนีเซีย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;embed type="application/x-shockwave-flash" wmode="transparent" src="http://i149.photobucket.com/player.swf?file=http://vid149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/video/article/APV/07-09-09/07apv_photo_story2.flv" height="361" width="448"&gt;&lt;/embed&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://www.mediafire.com/?2yiwqvymlrm"&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;ดาวน์โหลด 2.79Mb&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;เป็นวีดีโอที่ถ่ายเจ้าAPV ในทุกซอกทุกมุม ใครที่อยากดูเจ้าAPV แบบเต็มๆ ทั้งในฝากระโปรง,ใต้ท้องรถ, ห้องเครื่องยนต์ และภายในห้องโดยสาร รับรองไม่ผิดหวัง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;embed type="application/x-shockwave-flash" wmode="transparent" src="http://i149.photobucket.com/player.swf?file=http://vid149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/video/article/others/07-09-09/older_japan_carry660cc_video2.flv" height="361" width="448"&gt;&lt;/embed&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://www.mediafire.com/?7xnmfyfe2mx"&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;ดาวน์โหลด 3.86Mb&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;เป็นวีดีโอเกี่ยวกับซูซูกิแครี่ (รุ่นเก่า เครื่องเบ็นซิน 660cc 3สูบ) มาโชว์วิ่งซิ่งให้ดูด้วย ซึ่งรถรุ่นนี้ก็มีผู้ที่นำเข้ามือสองจากประเทศญี่ปุ่นมาขายในบ้านเราเหมือนกัน&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9121136793600780935-7578058403502775857?l=suzukiclubthai.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://suzukiclubthai.blogspot.com/feeds/7578058403502775857/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9121136793600780935&amp;postID=7578058403502775857' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9121136793600780935/posts/default/7578058403502775857'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9121136793600780935/posts/default/7578058403502775857'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://suzukiclubthai.blogspot.com/2007/09/5-2550.html' title='วีดีโอ 5 ตัวใหม่ สำหรับเดือนกันยายน 2550'/><author><name>webmaster</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04682246217302500999</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='31' src='http://photos1.blogger.com/x/blogger2/4225/1104169234043570/410/101593/gse_multipart61735.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9121136793600780935.post-5799637625241788734</id><published>2007-09-10T09:30:00.000+07:00</published><updated>2007-09-10T09:30:46.989+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='Carry_Pick-up'/><title type='text'>CARRY Pick-up 1600 cc. รถกระบะอเนกประสงค์แห่งความคุ้มค่า</title><content type='html'>&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Carry/07-09-10/1.jpg" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;บทความจากนิตยสารแหล่งรถ ปีที่24 ฉบับที่862 เดือนสิงหาคม 2550&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Carry/07-09-10/2.jpg" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold; color: rgb(33, 66, 99);font-size:130%;" &gt;CARRY Pick-up 1600 cc. รถกระบะอเนกประสงค์แห่งความคุ้มค่า&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;ปัจจุบัน บริษัท ซูซูกิ ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ได้เสริมแนวรุกรถใหม่ด้วยการนำเข้า SUZUKI CARRY รถกระบะหน้าตาน่ารักแต่แข็งแกร่งสามารถรองรับการบรรทุกได้ถึง 1 ตันมาเปิดตัวในตลาด หลังจากประสปความสำเร็จเป็นอย่างสูงกับการเปิดตัว SUZUKI APV รถยนต์อเนกประสงค์ 8 ที่นั่งไปได้ไม่นาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;SUZUKI CARRY กระบะตัวใหม่นี้มีราคาเพียง 329,000 บาทเท่านั้น นับเป็นราคาที่ได้รับการสนับสนุนเป็นพิเศษจากทาง ซูซูกิ ญี่ปุ่น ซึ่งรถรุ่นนี้มีความโดดเด่นทั้งในด้านคุณภาพของตัวรถ, รูปลักษณ์, ประโยชน์ใช้สอย และราคาที่คุ้มค่าอีกทั้งยังเหมาะแก่การนำไปติดตั้งก๊าซ NGV หรือ LPG เนื่องจากเป็นรถกระบะที่ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 1,600 cc จึงสามารถติดตั้งระบบก๊าซรถยนต์ได้ทันที ซึ่งแตกต่างกับรถปิกอัพเครื่องยนต์ดีเซลอื่นๆ ซึ่งถ้าจะติดตั้งแก๊สต้องใช้ระบบผสมดีเซลกับแก๊สเท่านั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ด้วยรูปโฉมสไตล์รถการ์ตูน น่ารัก และมีไฟหน้าแบบฮาโลเจนให้ความสว่างสูง ทำให้ลูกค้าให้ความสนใจนำไปดัดแปล&lt;br /&gt;เป็นรถโมบายสำหรับกิจกรรมต่างๆ เช่นรถส่งขนมปัง รถส่งดอกไม้ หรือแม้กระทั่งเป็นคีออสรับแลกเปลี่ยนเงินเคลื่อนที่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;SUZUKI CARRY รุ่นใหม่ล่าสุดนี้จึงเป็นทางเลือกที่ดีมากสำหรับวันนี้และในอนาคต เหมาะสำหรับงานบรรทุกขนาด 1 ตันและการใช้งานเชิงพาณิชย์ มีพื้นที่สำหรับการขึ้นลงสินค้าทั้ง 3 ด้าน ให้พลังขับเคลื่อนที่ดีขึ้น ผนวกกับความทนทานและความเชื่อถือได้ในคุณภาพ ทั้งหมดนี้ยังมาพร้อมกับห้องโดยสารที่สะดวกสบาย ตอบสนองทุกความต้องการของการใช้งาน&lt;br /&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Carry/07-09-10/3.jpg" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Carry/07-09-10/4.jpg" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;การออกแบบรูปลักษณ์ภายนอกให้ความแปลกใหม่ทั่วทั้งคัน มุมมองด้านหน้าออกแบบดีไซน์ส่วนหัวจาก APV จึงมีรูปลักษณ์ที่มีความทันสมัยแตกต่างจากรถกระบะราคาถูกจากประเทศจีนอย่างมาก และมีจุดเด่นที่การออกแบบไฟหน้าใสอยู่ในตำแหน่งสูงและมีกันชนขนาดใหญ่ดูแล้วโดดเด่นน่ารักไม่จำเจ สำหรับขนาดมิติตัวรถมีขนาดที่เหมาะสมกับงานบรรทุกเป็นอย่างยิ่ง ความยาวตลอดคันเท่ากับ 4,155 มม. ความกว้าง 1,680 มม. ความ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สูง 1,895 มม. ส่วนพื้นที่กระบะท้ายมีความยาว 2,200 มม. ความกว้าง 1,585 มม. ความสูง 360 มม. และกระบะท้ายยังสามารถเปิดด้านข้างได้ถึง 3 ด้าน เพื่อความสะดวกสบายในการขนย้ายสินค้า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ภายในห้องโดยสารได้รับการออกแบบเรียบง่ายเน้นการใช้งานเป็นหลัก แผงคอนโซลสีดำตัดกับเบาะสีเทาให้ความรู้สึกเหมือนกับรถเก๋ง มาพร้อมกับแผงควบคุมและช่องเก็บสำภาระเพิ่มประโยชน์ใช้สอย มีไฟให้ความสว่างห้องโดยสาร 3 จุด เบาะนั่งบุด้วยวัสดุไวนิลอย่างดี CARRY ยังมาพร้อมกับพวงมาลัยเพาเวอร์เพิ่มความสบายในการขับขี่เช่นเดียวกับรถเก๋งซีดานและแอร์คุณภาพเยี่ยมให้ความเย็นสบายขณะขับขี่มาเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Carry/07-09-10/5.jpg" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Carry/07-09-10/6.jpg" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Carry/07-09-10/7.jpg" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Carry/07-09-10/8.jpg" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สำหรับเครื่องยนต์ของ SUZUKI CARRY ได้รับการพัฒนาให้สามารถตอบสนองความต้องการในการขับเคลื่อนและการบรรทุกได้อย่างยอดเยี่ยม โดยเครื่องยนต์เป็นแบบเบนซินรหัส G16A แบบ 4 สูบ 16 วาล์ว ขนาดความจุ 1,600 ซีซี. ให้กำลังขับเคลื่อนสูงสุด 92 แรงม้าที่ 5,750 รอบ/นาที พร้อมแรงบิดสูงสุด 127 นิวตันเมตร ที่ 4,500 รอบ/นาที ระบบส่งกำลังเป็นแบบเกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ ระบบพวงมาลัยเป็นแบบแร็คแอนด์พิเนียนพร้อมเพาเวอร์ให้การควบคุมสะดวกสบายใกล้เคียงกับรถเก๋ง ระบบช่วงล่างเป็นแบบแม็คเฟอร์สันสตรัท พร้อมคอยส์สปริง และด้านหลังเป็นแบบคานแข็งพร้อมแหนบ ระบบเบรกหน้าเป็นดิสค์พร้อมช่องระบายความร้อนและด้านหลังเป็นแบบดรัมเบรก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Carry/07-09-10/9.jpg" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Carry/07-09-10/10.jpg" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Carry/07-09-10/12.jpg" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Carry/07-09-10/13.jpg" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วิศวกรของซูซูกิยังได้ออกแบบให้ SUZUKI CARRY ขับเคลื่อนด้วยล้อหลังเนื่องจากเป็นที่ทราบกันดีว่ารถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยล้อหลังนั้นเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการใช้งานที่ต้องบรรทุกสิ่งของโดยจะมีน้ำหนักถ่ายลงที่ล้อหลังมากกว่าล้อหน้า และยังช่วยเพิ่มความสามารถในการควบคุมการเลี้ยวแก่ล้อหน้าอีกด้วย เนื่องจากล้อหน้าไม่ต้องทำหน้าที่หลายอย่างในเวลาเดียวกัน จึงใช้ในการควบคุมทิศทางเพียงอย่างเดียว ทำให้ขับได้สนุกและปลอดภัยมากกว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นอกจากนี้ SUZUKI CARRY ยังเพียบพร้อมด้วยอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยเฉกเช่นเดียวกับรถเก๋งในราคาที่สูงกว่า อาทิเช่น โครงสร้างตัวถังแบบ TECT ลิขสิทธิ์เฉพาะของรถยนต์ซูซูกิ จะช่วยหันเหแรงกระแทกจากการชนปะทะออกไปจากห้องโดยสาร และโครงสร้างตอนหน้ารถจะเป็นเสมือนกันชนเพื่อการปกป้องที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ห้องโดยสารเสริมความแข็งแกร่งด้วยคานเหล็กกันกระแทกด้านข้าง เพื่อต้านทานการบุบเบี้ยวของตัวรถ และเสริมความปลอดภัยยิ่งขึ้นให้แก่ห้องโดยสาร ไฟหน้าติดตั้งสูงเพื่อทรรศนะการมองที่สว่างชัดรอบทิศทาง และช่วยลดความเสี่ยงในการแตกหักในกรณีการชนกระแทกเล็กน้อย และติดตั้งเข็มขัดนิรภัยแบบ 3 จุด ฯลฯ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สำหรับการดัดแปลงเพื่อประหยัดเชื้อเพลิง เนื่องจากเป็นรถปิกอัพที่ใช้เครื่องยนต์เบนซิน จึงสามารถติดตั้งระบบแก๊ส NGV หรือแก๊ส LPG ได้ทันที ซึ่งแตกต่างกับรถปิกอัพเครื่องยนต์ดีเซล ที่จะติดตั้งแก๊สต้องใช้ระบบผสมดีเซลกับแก๊สเท่านั้น ซึ่งทำให้ประหยัดค่าเชื้อเพลิงได้ประมาณครึ่งหนึ่ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อพิจารณาโดยภาพรวม SUZUKI CARRY จึงถือเป็นรถกระบะอเนกประสงค์ยุคใหม่ที่มีความคุ้มค่ากับราคาเพียง 329,000 บาทซึ่งเหมาะแก่การใช้งานบรรทุกและดัดแปลงกระบะหลังให้ตรงกับลักษณะการใช้งานต่างๆ และยังเป็นรถเครื่องยนต์เบนซินที่เหมาะแก่การนำไปติดตั้งระบบแก๊สรถยนต์ไม่ว่าจะเป็น NGV หรือ LPG ที่มีส่วนช่วยในการประหยัดพลังงาน และลดค่าใช้จ่ายในการทำธุรกิจต่างๆ&lt;br /&gt;สำหรับผู้ที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือสัมผัสคันจริงได้ที่ บริษัท ซูซูกิ ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด โทร 0-2247-9397 www.suzuki.co.th หรือตามโชว์รูมซูซูกิทั่วประเทศ&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9121136793600780935-5799637625241788734?l=suzukiclubthai.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://suzukiclubthai.blogspot.com/feeds/5799637625241788734/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9121136793600780935&amp;postID=5799637625241788734' title='6 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9121136793600780935/posts/default/5799637625241788734'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9121136793600780935/posts/default/5799637625241788734'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://suzukiclubthai.blogspot.com/2007/09/carry-pick-up-1600-cc.html' title='CARRY Pick-up 1600 cc. รถกระบะอเนกประสงค์แห่งความคุ้มค่า'/><author><name>webmaster</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04682246217302500999</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='31' src='http://photos1.blogger.com/x/blogger2/4225/1104169234043570/410/101593/gse_multipart61735.jpg'/></author><thr:total>6</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9121136793600780935.post-5229146487909416600</id><published>2007-09-09T15:45:00.000+07:00</published><updated>2007-09-09T15:45:26.215+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='Global_News'/><title type='text'>พาชมบูธซูซูกิในงาน Indonesian International Motor Show 2007 (ครั้งที่ 15)</title><content type='html'>สวัสดีครับเพื่อนๆชาวชมรมรถยนต์ซูซูกิทุกท่าน งานแสดงรถยนต์ของประเทศอินโดนีเซียที่ยิ่งใหญ่พอๆกับงาน Motor Show หรือ Motor Show ของบ้านเราก็คืองาน Indonesian International Motor Show นั่นเอง ซึ่งมีการจัดขึ้นต่อเนื่องทุกปี ซึ่งในปีนี้ก็เป็นครั้งที่ 15 แล้ว งานจัดขึ้นที่กรุงจากาต้า Jakarta เมืองหลวงของประเทศอินโดนีเซีย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และแน่นอนว่า จะมีบูธของรถยนต์ Suzuki อยู่ในงานและก็จัดได้ยิ่งใหญ่สมกับเป็นแบรนด์รถยนต์ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในอินโดนีเซีย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Global_News/07-09-09/1.jpg" border="0"&gt;&lt;br /&gt;รูปนี้น่าจะเป็นการประกวด มิสซูซูกิ เหมือนกับที่ในไทยเรามีการประกวด มิสมอเตอร์โชว์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Global_News/07-09-09/2.jpg" border="0"&gt;&lt;br /&gt;ภาพบรรยากาศโดยรวมของบูธซูซูกิ ภายในภาพจะเห็นเจ้าSX4 Crossover อยู่ ซึ่งในงานนี้ซูซูกิก็ได้ขนรถรุ่นใหม่ๆมาโชว์อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็น APV, Grand Vitara, SX4, Karimun Estilo หรือก็คือ(Mr Wagon)ที่นำเข้าชิ้นส่วนCKD มาจากจากอินเดีย ซึ่งน่าจะเป็นตัวไฮไลท์ของงานเนื่องจากพรึ่งทำการเปิดตัว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Global_News/07-09-09/3.jpg" border="0"&gt;&lt;br /&gt;มีการนำมินิคอนเสอร์ทมาเล่นกันสดๆด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Global_News/07-09-09/4.jpg" border="0"&gt;&lt;br /&gt;พริตตี้กับAPV&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Global_News/07-09-09/6.jpg" border="0"&gt;&lt;br /&gt;อย่าพรึ่งตกใจไปครับเมื่อได้เห็นเจ้าAPV ที่มีหน้าตาแปลกๆแต่สวยงามคันนี้ มันมิใช่APV รุ่นใหม่แต่อย่างใดครับ จากการสอบถามจากเพื่อนๆชาวอินโดนีเซียที่ไปชมงานนี้ เค้าบอกว่ามันคือเจ้าAPV ธรรมดาที่เราคุ้นเคยนี่หละแต่ใส่ชุดแต่งรอบคันที่ออกแบบและผลิตโดย Suzuki Pondok Indah Jakarta (ซึ่งบริษัทนี้ไม่มีเว็ปไซต์ให้ค้นหารายละเอียดเพิ่มเติม) ผมก็ยังอดสงสัยอยู่ว่าแล้วที่มันสวยขนาดนี้ทำไมไม่ยักเห็นผู้ใช้APV ที่อินโดหามาใส่วิ่งกันเลย เค้าก็เลยบอกว่าที่ยังไม่เป็นที่แพร่หลายก็เนื่องมาจากเป็นสินค้าพรึ่งเปิดตัว และก็มีราคาค่อนข้างสูง คือทั้งชุดที่มีกว่า 10 รายการ นั้นมีราคาประมาณ 30,000,000รูเปีย หรือประมาณ 105,000บาท นั่นเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Global_News/07-09-09/7.jpg" border="0"&gt;&lt;br /&gt;สังเหตุดูด้านหน้ารถที่เปลี่ยนไปก็คือตัวโลโก้ S ของซูซูกิมาอยู่ที่ฝากระโปรงแทนที่จะอยู่ที่กระจังหน้าแบบเดิมๆ และก็เปลี่ยนกันชนพร้อมเสกิร์ทหน้าแบบยกชุด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Global_News/07-09-09/8.jpg" border="0"&gt;&lt;br /&gt;เต็มๆกับรูปโฉมของAPV ที่ตกแต่งด้วยชุดแต่งราคากว่า 1แสนบาท ซึ่งหลังจากแต่งแล้วAPV ตัวนี้จะมีชื่อเรียกว่า APV Type L&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Global_News/07-09-09/9.jpg" border="0"&gt;&lt;br /&gt;ด้านข้าง ก็เป็นอีกจุดที่น่าจับตามองก็คือตัวกระจกมองข้างที่เปลี่ยนตำแหน่งลงมาเกาะอยู่ที่ข้างประตูแทน ซึ่งทำให้ดูดีขึ้นเป็นอย่างมาก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Global_News/07-09-09/11.jpg" border="0"&gt;&lt;br /&gt;ด้านหลัง เน้นการใช้สีColor Key คือใช้สีเดียวกันกับสีของรถในส่วนต่างๆ เช่นที่เปิดกระโปรงท้ายจากสีเงินเป็นสีเดียวกับตัวรถเพื่อเพิ่มความหรูหรายิ่งขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Global_News/07-09-09/12.jpg" border="0"&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Global_News/07-09-09/13.jpg" border="0"&gt;&lt;br /&gt;อันนี้เป็นรถที่มีชื่อรุ่นว่า Karimun Estilo หรือก็คือ(Mr Wagon)ที่นำเข้าชิ้นส่วนCKD มาจากจากอินเดีย ซึ่งน่าจะเป็นตัวไฮไลท์ของงานเนื่องจากพรึ่งทำการเปิดตัวที่อินโดนีเซียไปไม่นานมานี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Global_News/07-09-09/14.jpg" border="0"&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Global_News/07-09-09/15.jpg" border="0"&gt;&lt;br /&gt;นำรูปพริตตี้ชาวอินโดนีเซียมาฝากกันด้วย พริตตี้ของไทยสวยกว่าหรือเปล่าหนอ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Global_News/07-09-09/16.jpg" border="0"&gt;&lt;br /&gt;คนนี้เป็นพริตตี้จากบูธ Daihatsu นะครับ แต่ว่าหน้าตาน่ารักดี มีคนสนใจมากกว่ารถซะอีก&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9121136793600780935-5229146487909416600?l=suzukiclubthai.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://suzukiclubthai.blogspot.com/feeds/5229146487909416600/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9121136793600780935&amp;postID=5229146487909416600' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9121136793600780935/posts/default/5229146487909416600'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9121136793600780935/posts/default/5229146487909416600'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://suzukiclubthai.blogspot.com/2007/09/indonesian-international-motor-show.html' title='พาชมบูธซูซูกิในงาน Indonesian International Motor Show 2007 (ครั้งที่ 15)'/><author><name>webmaster</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04682246217302500999</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='31' src='http://photos1.blogger.com/x/blogger2/4225/1104169234043570/410/101593/gse_multipart61735.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9121136793600780935.post-1890857558015045082</id><published>2007-09-08T23:45:00.000+07:00</published><updated>2007-09-08T23:45:30.428+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='APV'/><title type='text'>การรวมตัวของAPV กว่า1,000 คัน</title><content type='html'>ที่อินโดนีเซียจะมีกิจกรรมการรวมตัวกันของAPV ที่มีเป้าหมายให้ได้ถึง1,000 คัน มารวมตัวกันทำกิจกรรมในวันที่ 26 สิงหาคม 2550&lt;br /&gt;ซึ่งในงานก็มีกิจกรรมมากมายเช่น การจับฉลากจากผู้เข้าร่วมงานซึ่งรางวัลเป็นรถมอเตอร์ไซค์ Suzuki Smash 2 คัน, แนะนำวิธีการปรับแต่งและใช้งานรถAPV, การประกวดการแต่งรถAPV , ความบันเทิงจากนักร้อง, และมุมสำหรับคุณหนูๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จากที่ได้สอบถามเพื่อนชาวอินโดเค้าบอกว่างานนี้มีAPV มาลงทะเบียนและปรากฏตัวในงานถึง 1,300คัน แลยทีเดียว (ต้องยอมรับว่ายิ่งใหญ่ทีเดียว) อาจเป็นการรวมตัวของรถยนต์รุ่นใดรุ่นหนึ่งในกิจกกกรมที่จัดในวันเดียวที่มากที่สุดในโลกก็ว่าได้ ที่เป็นอย่างนี้ได้ผมเชื่อว่าคงมีส่วนมาจากความรักชาติก็อาจจะเป็นได้ เพราะAPV เป็นรถที่ผลิตในอินโดนีเซียเพื่อการส่งออกและก็สวยงามเป็นที่นิยม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เอาหละผมได้มีภาพจากงานนี้มาให้ชมอย่างจุใจกันกว่า 20 ภาพและตบท้ายด้วยวีดีโอจากงาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/APV/07-09-08/1.jpg" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;เริ่มจากภาพโปสเตอร์สวยๆของงานนี้กันเลย งานนี้เค้าใช้เวลาโปรโมทประมาณ 1 เดือนเต็ม แรกๆนึกว่าจะมีรถAPV มาร่วมงาน500 คัน แต่ปรากฎว่าประสปความสำเร็จเหนือความคาดหมายเพราะได้ถึง 1,300คัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/APV/07-09-08/2.jpg" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;ภาพบริเวณโพเดี้ยมของงานครับ มีสมาชิกมาร่วมงานอย่างอุ่นหนาฝาคั่งเลยครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/APV/07-09-08/3.jpg" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;ภาพบริเวณจุดStart ซึ่งเหล่าสาวกAPV กำลังช่วยกันติดSticker มากันเป็นครอบครัวก็มาก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/APV/07-09-08/4.jpg" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;สติ๊กเกอร์สวยๆหน้ารถ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/APV/07-09-08/5.jpg" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/APV/07-09-08/6.jpg" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;งานนี้เค้าลงทุนใช้เฮลิคอปเตอร์ติดตามขบวนรถAPV ถ่ายทอดสดกันด้วย (ยิ่งใหญ่จริงๆ)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/APV/07-09-08/7.jpg" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;ภาพขบวนรถAPV&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/APV/07-09-08/8.jpg" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;ภาพนี้คงแสดงให้เห็นและเป็นเครื่องยืนยันตัวเลขได้เลยว่ามากันกว่า 1,000คัน จริงๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/APV/07-09-08/9.jpg" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;ภาพบรรยากาศความชื่นมื่นที่ความฝันของเหล่าสมาชิกผู้ใช้APV นั้นเป็นจริงขึ้นมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/APV/07-09-08/10.jpg" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;ผู้ร่วมงานทุกคนจะได้รับใบประกาศณียบัตร ว่าได้มาร่วมกิจกรรมการรวมตัวในครั้งนี้ และคันนี้ก็เป็นคันที่ 1140&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/APV/07-09-08/11.jpg" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/APV/07-09-08/12.jpg" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/APV/07-09-08/13.jpg" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;มีการจัดกิจกรรมบนเวทีและแจกของรางวัลต่างๆด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/APV/07-09-08/14.jpg" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;ชายในภาพลงทุนสกรีนเสื้อยืดมาร่วมงานนี้โดยเฉพาะเลย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/APV/07-09-08/15.jpg" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;อีกมุมของขบวนคาราวานAPV&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/APV/07-09-08/17.jpg" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/APV/07-09-08/18.jpg" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/APV/07-09-08/19.jpg" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;หนึ่งในรถที่มาร่วมงาน คันนี้แต่งชุดSkirt รอบคันและยังมีลวดลายAir Brush รอบคัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/APV/07-09-08/20.jpg" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;คันนี้ผมของเรียกว่ายานอวกาศละกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/APV/07-09-08/21.jpg" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/APV/07-09-08/22.jpg" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;งานนี้เค้าก็มีการประกวดเรื่องการแต่งเครื่องเสียงด้วยครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/APV/07-09-08/23.jpg" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;การรวมตัวครั้งนี้เป็นข่าวลงหน้าหนังสือพิมพ์ด้วยครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;embed width="448" height="361" type="application/x-shockwave-flash" wmode="transparent" src="http://i149.photobucket.com/player.swf?file=http://vid149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/APV/07-09-08/07-08-261000apv_convoy.flv"&gt;&lt;/embed&gt;&lt;br /&gt;ผมมีวีดีโอของงานนี้มาฝากด้วยครับ อย่างว่า 100ภาพ 1,000ภาพ ก็ไม่เท่ากับวีดีโอ 1 นาที&lt;br /&gt;ในวีดีโอนี้จะได้เห็นภาพจากเฮลิคอปเตอร์ด้วยครับ &lt;span style="color:#336699;"&gt;&lt;a href="http://www.mediafire.com/?9z0xx7ivw9n" target="blank"&gt;Download 10.6 Mb&lt;/a&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9121136793600780935-1890857558015045082?l=suzukiclubthai.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://suzukiclubthai.blogspot.com/feeds/1890857558015045082/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9121136793600780935&amp;postID=1890857558015045082' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9121136793600780935/posts/default/1890857558015045082'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9121136793600780935/posts/default/1890857558015045082'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://suzukiclubthai.blogspot.com/2007/09/apv-1000.html' title='การรวมตัวของAPV กว่า1,000 คัน'/><author><name>webmaster</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04682246217302500999</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='31' src='http://photos1.blogger.com/x/blogger2/4225/1104169234043570/410/101593/gse_multipart61735.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9121136793600780935.post-6457452630882096491</id><published>2007-09-06T12:36:00.000+07:00</published><updated>2007-09-06T12:36:19.160+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='Grand_Vitara'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='Global_News'/><title type='text'>แกรนด์วีทาร่า ตอนนี้ ได้มีการผลิตขึ้นที่ประเทศอินโดนีเซีย</title><content type='html'>&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/06Grand_Vitara/07-09-06/07-09-06gv.jpg" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;ภาพแกรนด์วีทาร่าออกจากสายการผลิตที่อินโดนีเซีย&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;บทความแปลจากวรสารซูซูกิ ฉบับเดือนมีนาคม 2007&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#336699;"&gt;"แกรนด์วีทาร่า ตอนนี้ ได้มีการผลิตขึ้นที่ประเทศอินโดนีเซีย"&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;วันที่ 21 กรกฎาคม 2006 ทาง PT. Indomobil Suzuki International (ISI) บริษัทในเครือของซูซูกิ อินโดนีเซีย ประกาศในงาน Indonesia International Motor Show (Jakarta Motor Show) ว่าทาง ISI จะผลิตและทำตลาด แกรนด์วีทาร่าตัวใหม่นี้ในอินโดนีเซีย และจะส่งออกไปยังประเทศในกลุ่มประเทศอาเซี่ยน ASEAN ด้วย และมีแผนที่จะผลิตถึง 10,000 คันต่อปี เพื่อป้อนให้ตลาดอินโดนีเซียและส่งออก&lt;br /&gt;"แกรนด์วีทาร่าถูกพัฒนาและวางแผนจากซูซูกิให้เป็นรถหัวหอกในการทำตลาดทั่วโลกเฉกเช่นเดียวกันกับ Swift ปัจจุบันแกรนด์วีทาร่าเป็นที่นิยมในกลุ่มผู้ใช้รถ SUV ในยุโรปและอเมริกาเหนือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จากบทความนี้แสดงว่าความเป็นไปได้ที่จะมาขายที่บ้านเราก็มีความเป็นไปได้สูง&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9121136793600780935-6457452630882096491?l=suzukiclubthai.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://suzukiclubthai.blogspot.com/feeds/6457452630882096491/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9121136793600780935&amp;postID=6457452630882096491' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9121136793600780935/posts/default/6457452630882096491'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9121136793600780935/posts/default/6457452630882096491'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://suzukiclubthai.blogspot.com/2007/09/2007-21-2006-pt.html' title='แกรนด์วีทาร่า ตอนนี้ ได้มีการผลิตขึ้นที่ประเทศอินโดนีเซีย'/><author><name>webmaster</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04682246217302500999</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='31' src='http://photos1.blogger.com/x/blogger2/4225/1104169234043570/410/101593/gse_multipart61735.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9121136793600780935.post-1008862909816857852</id><published>2007-08-14T17:32:00.001+07:00</published><updated>2007-08-14T17:32:16.604+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='Global_News'/><title type='text'>วารสารรถยนต์ซูซูกิ (ของประเทศฮังการี่)</title><content type='html'>พอดีไปเจอวารสารของรถยนต์ซูซูกิโดยเฉพาะ แต่เสียดายอยู่หน่อยคือมันเป็นภาษาฮังการี่ทั้งหมด ซึ่งก็เกินความสามารถที่ผมจะแปลเป็นภาษาไทย ได้แต่ดูรูปประกอบเท่านั้นแต่ก็คุ้มค่าเพราะได้เห็นอะไรใหม่ๆเกี่ยวกับรถยนต์ซูซูกิมากมาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ซูซูกิมีโรงงานประกอบรถยนต์ขนาดใหญ่อยู่ที่ประเทศฮังการี่ชื่อ Magyar Suzuki ผลิตรถยนต์ซูซูกิเพื่อป้อนกลุ่มประเทศในทวีปยุโรป นี่คือสาเหตุที่ประเทศฮังการี่มีความนิยมรถยนต์ซูซูกิเป็นอย่างมากและสามารถผลิตสื่อต่างๆเช่น วารสาร, ภาพยนต์โฆษณา, หรือวีดีโอคลิ๊ปของรถยนต์ซูซูกิได้ หากวันใดมีสื่อที่เป็นภาษาอังกฤษออกมา ผมจะนำมาแปลให้ครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://www.mediafire.com/?7znz0ugfbzj" target="_blank"&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Others/07-08-14/suzukivilag_vilag_2002-1_thumb.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://www.mediafire.com/?7znz0ugfbzj" target="_blank"&gt;ของปี 2002&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://www.mediafire.com/?6l6kjawtmtg" target="_blank"&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Others/07-08-14/suzukivilag_vilag_2003-1_thumb.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://www.mediafire.com/?6l6kjawtmtg" target="_blank"&gt;ของปี 2003&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://www.mediafire.com/?73nrs0knyvh" target="_blank"&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Others/07-08-14/suzukivilag_vilag_2003-2_thumb.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://www.mediafire.com/?73nrs0knyvh" target="_blank"&gt;ของปี 2003&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://www.mediafire.com/?ezbtaoa1zxj" target="_blank"&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Others/07-08-14/suzukivilag_vilag_2004-1_thumb.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://www.mediafire.com/?ezbtaoa1zxj" target="_blank"&gt;ของปี 2004&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://www.mediafire.com/?9wvddlvyj5l" target="_blank"&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Others/07-08-14/suzukivilag_vilag_2005-1_thumb.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://www.mediafire.com/?9wvddlvyj5l" target="_blank"&gt;ของปี 2005&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://www.mediafire.com/?bh0tfpazjmz" target="_blank"&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Others/07-08-14/suzukivilag_vilag_2005-2_thumb.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://www.mediafire.com/?bh0tfpazjmz" target="_blank"&gt;ของปี 2005&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://www.mediafire.com/?5flmommjsnm" target="_blank"&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Others/07-08-14/suzukivilag_vilag_2006-1_thumb.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://www.mediafire.com/?5flmommjsnm" target="_blank"&gt;ของปี 2006&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://www.mediafire.com/?5gty4ydkvvt" target="_blank"&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Others/07-08-14/suzukivilag_vilag_2006-2_thumb.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://www.mediafire.com/?5gty4ydkvvt" target="_blank"&gt;ของปี 2006&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://www.mediafire.com/?8dcxmr35lz7" target="_blank"&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Others/07-08-14/suzukivilag_vilag_2007-1_thumb.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://www.mediafire.com/?8dcxmr35lz7" target="_blank"&gt;ของปี 2007&lt;/a&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9121136793600780935-1008862909816857852?l=suzukiclubthai.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://suzukiclubthai.blogspot.com/feeds/1008862909816857852/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9121136793600780935&amp;postID=1008862909816857852' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9121136793600780935/posts/default/1008862909816857852'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9121136793600780935/posts/default/1008862909816857852'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://suzukiclubthai.blogspot.com/2007/08/blog-post.html' title='วารสารรถยนต์ซูซูกิ (ของประเทศฮังการี่)'/><author><name>webmaster</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04682246217302500999</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='31' src='http://photos1.blogger.com/x/blogger2/4225/1104169234043570/410/101593/gse_multipart61735.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9121136793600780935.post-3097276394813665950</id><published>2007-07-26T12:22:00.000+07:00</published><updated>2007-07-26T12:22:01.471+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='Review'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='Grand_Vitara'/><title type='text'>แกรนด์วีทาร่า Grand Vitara 2.0 (รุ่นปี 99-05)</title><content type='html'>&lt;a href="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/99-05Grand_Vitara/07-07-26/11_b.jpg"&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/99-05Grand_Vitara/07-07-26/11_s.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;ที่มา นิตยสารออฟโรด ฉบับที่ 127&lt;br /&gt;ประจำเดือน พฤศจิกายน 2548&lt;br /&gt;ISSN : 0859-9513&lt;br /&gt;ราคา : 80 บาท&lt;br /&gt;Special Test บรรณาธิการ : กานต์ กาญจนวิไล ช่างภาพ : วโรดม อิ้วลันตา, ฉัตรชัย นามชวัด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color: rgb(51, 102, 255);font-size:130%;" &gt;&lt;strong&gt;SUZUKI GRAND VITARA 2.0&lt;br /&gt;ความหรูหราที่ลุยได้จริงทุกเส้นทางออฟโรด&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;สายพันธุ์ตัวลุยอย่าง SPORTY และ CARIBIAN นับว่าสร้างชื่อเสียงให้กับ SUZUKI จนกลายเป็น ที่รู้จักในเมืองไทยเป็นอย่างดี ในฐานะออฟโรดพันธุ์แท้ แต่สำหรับ SUZUKI GRAND VITARA คันนี้ หากนำไปวิ่งโฉบเฉี่ยวในเมืองคงเป็นเป้าสายตาของใครหลายๆ คน ด้วยความหรูหราสวยงาม และความ คล่องตัวด้วยตัวถังแบบ Shot Wheelbase ที่พร้อมจะลุยเต็มที่เมื่อเข้าสู่เส้นทางออฟโรด ตามแบบฉบับ ของ SUZUKI&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/99-05Grand_Vitara/07-07-26/1.jpg" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color: rgb(51, 102, 255);"&gt;ลบเหลี่ยมออฟโรด เพิ่มความหรูหรา ตอบรับเส้นทางคอนกรีต และเส้นทางผจญภัย&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt; &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;ความโค้งมนและดีไซน์ที่หรูหราด้วยการเสริมเส้นสายของโครเมียม ลบภาพตัวลุยในเส้นสาย เหลี่ยมสันใน SPORTY, CARIBIAN และ VITAVA ให้กลับมาโลดแล่นในเมืองอย่างไม่อายใคร สะดุตา กับโคมไฟหน้าแบบมัลติรีเฟล็กเตอร์ ที่แยกไฟหรี่และไฟเลี้ยวออกจากโคมใหญ่ ให้แสงส่องสว่าง ที่ดียามค่ำคืน เส้นสายด้านข้างตั้งแต่ชุดโป่งล้อหน้าที่ไล่ไปจนสุดกันชนหลัง เสริมความเข้มให้กับ GRAND VITARA ขึ้นไม่น้อย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/99-05Grand_Vitara/07-07-26/2.jpg" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ด้านท้ายที่ยังคงความเป็นออฟโรดพันธุ์แท้ กับการออกแบบกันชนหลังที่บึกบึน เพื่อให้เหยียบขึ้นไป เก็บของบนแร็คหลังคาได้อย่างสะดวกสบาย ไฟท้ายที่มองเห็นชัดเจนพร้อมไฟเบรกดวงที่ 3 เพื่อความ ปลอดภัยในการขับขี่ และยังติดตั้งยางอะไหล่ให้ที่ฝาท้าย เสริมความเป็นออฟโรดเต็มพิกัด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color: rgb(51, 102, 255);font-size:130%;" &gt;&lt;strong&gt;Specifications Data: SUZUKI GRAND VITARA 2.0&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;รหัสตัวถัง : SQ420&lt;br /&gt;ประเภทรถยนต์ : SUV 5 ที่นั่ง&lt;br /&gt;ความยาว (มม.) : 4,215&lt;br /&gt;ความกว้าง (มม.) : 1,780&lt;br /&gt;ความสูง (มม.) : 1,740&lt;br /&gt;ระยะฐานล้อ (มม.) : 2,480&lt;br /&gt;ระยะห่างระหว่างล้อหน้า/หลัง (มม.) : 1,500/1,500&lt;br /&gt;ความจุถังน้ำมันเชื้อเพลิง (ลิตร) : 66&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color: rgb(51, 102, 255);font-size:130%;" &gt;&lt;strong&gt;ภายในดีไซน์หรู ผสานกลิ่นอายของความสปอร์ต กว้างขวาง สบาย อย่างไม่น่าเชื่อ!!!&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/99-05Grand_Vitara/07-07-26/4.jpg" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ด้วยพื้นฐานของรถที่เป็นแบบ Shot Wheelbase โดยปกติ ภายในจะมีพื้นที่ใช้สอยเพียงแค่จำเป็น เท่านั้น แต่สำหรับ SUZUKI GRAND VITARA ความกว้างของห้องโดยสารนั้น สัมผัสได้ถึงความโอ่โถง นั่งสบาย ทั้งตำแหน่งเบาะนั่งด้านหน้า และเบาะนั่งด้านหลัง การตกแต่งที่ใช้โทนเข้ม ตัดกับสีเทาเมทาลิก และโครเมียม เสริมความหรูหรา และผสานความสปอร์ตกับพวงมาลับแบบ 3 ก้านที่จับกระชับมือ เบาะนั่งที่โอบกระชับ ให้การขับขี่ที่ดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ความสะดวกสบายที่มีให้อย่างพวงมาลัยเพาเวอร์ที่สามารถปรับระดับสูง-ต่ำได้ วิทยุแบบ 2 DIN ที่ให้ความสุนทรีย์ในการเดินทาง ช่องเก็บของเล็กๆน้อยๆ ที่มีให้ในทุกตำแหน่งนั่ง และสามารถเพิ่ม พื้นที่เก็บของภายในรถกับการพับเบาะหลังในสัดส่วน 60:40 ให้การเก็บสัมภาระในการเดินทาง เป็นไปอย่างเหมาะสมทุกการเดินทาง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color: rgb(51, 102, 255);font-size:130%;" &gt;ขุมพลัง J20A ผสานการขับเคลื่อน DRIVE SELECT 4X4&lt;br /&gt;ให้การขับเคลื่อนเป็นไปอย่างไม่มีขีดจำกัด&lt;/span&gt; &lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/99-05Grand_Vitara/07-07-26/3.jpg" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เครื่องยนต์รหัส J20A ที่ประจำการอยู่ใน GRAND VITARA นั้น อยู่ในพิกัด 2 ลิตร 16 วาล์ว ให้กำลังแรงสุด 128 แรงม้า ที่ 5,900 รอบ/นาที ดูม้าอาจจะไม่มากมายเหมือนรถ SUV ใหม่ๆ ที่ออกมา แต่แรงบิดขนาด 174 นิวตัน-เมตร ที่ตอบสนองในรอบเครื่องเพียง 4,300 รอบ/นาที ให้กำลัง เหลือเฟือในการตะลุยเส้นทางแบบ OFF ROAD และยังให้มีอัตราเร่งที่ดีเมื่อวิ่งในแบบ ON ROAD อีกด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ระบบเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด ที่ตอบสนองได้อย่างดี พร้อมโหมดการทำงาน A/T POWER และ ระบบเกียร์ขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ DRIVE SELECT 4X4 ที่สามารถปรับเปลี่ยนเกียร์ระหว่าง 2H สู่ 4H โดยไม่ต้องจอดรถ ในความเร็วไม่เกิน 100 กม./ชม. พร้อมอัตราทดเกียร์ Low ที่มีถึง 1.816 ช่วยให้การ ขับขี่ในเส้นทางทุรกันดารเป็นไปอย่างง่ายดายยิ่งขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color: rgb(51, 102, 255);font-size:130%;" &gt;Engine and Transmission&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;เครื่องยนต์รหัส : J20A&lt;br /&gt;แบบ : 4 สูบ แถวเรียง&lt;br /&gt;ความจุกระบอกสูบ (ซี.ซี.) : 1,995&lt;br /&gt;กระบอกสูบ X ช่วงชัก (มม.) : 84 x 90&lt;br /&gt;อัตราส่วนกำลังอัด : 9.3 : 1&lt;br /&gt;กำลังเครื่องยนต์สูงสุด EEC : 128 PS @ 5,900 rpm&lt;br /&gt;แรงบิดสูงสุด EEC : 174 N-m @ 4,300 rpm&lt;br /&gt;ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ แบบ Part-time&lt;br /&gt;ระบบเกียร์ : อัตโนมัติ 4 จังหวะ&lt;br /&gt;อัตราทดเกียร์&lt;br /&gt;1. 2.826&lt;br /&gt;2. 1.493&lt;br /&gt;3. 1.000&lt;br /&gt;4. 0.689&lt;br /&gt;Reverse gear 2.703&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color: rgb(51, 102, 255);font-size:130%;" &gt;&lt;strong&gt;รถช่วงสั้นแต่นุ่มนวล และมั่นคง กับช่วงล่างแบบเพลาแข็ง คานยึด 5 จุด&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;ช่วงล่างของ GRAND VITARA ได้เลือกใช้แบบแมคเฟอร์สัน สตรัท ในด้านหน้าและใช้ในแบบเพลาแข็ง คานยึด 5 จุด ที่ทำงานร่วมกับโช้คอัพและคอยล์สปริง ที่ให้ความนุ่มนวลไม่ต่างกับรถ SUV ระดับหรูหลายๆคัน ถึงแม้จะมีช่วงฐานล้อที่ยาวเพียง 2,480 มม. ระบบบเบรกที่มันใจกับดิสก์เบรก คู่หน้า และดรัมเบรกในคู่หลัง ที่พกระบบป้องกันล้อล็อก ABS และกระจายแรงเบรก EBD ให้การขับขี่บน เส้นทางที่ลื่น มีความปลอดภัยยิ่งขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/99-05Grand_Vitara/07-07-26/5.jpg" border="0" /&gt; &lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/99-05Grand_Vitara/07-07-26/6.jpg" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ความแข็งแรงของโครงสร้างรถที่ยังเป็นแบบแชสซีส์ คงความแกร่งและแข็งแรง ซึ่งเป็นอีก ส่วนหนึ่งที่ช่วยให้การตะลุยในเส้นทาง OFF ROAD เป็นไปอย่างดี ภายในห้องเครื่องยังติดตั้งสตรัท เพาเวอร์บาร์ ไว้ระหว่างเบ้าโช้คคู่หน้าเสริมความแข็งแรงของโครงสร้างอีกระดับหนึ่ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color: rgb(51, 102, 255);font-size:130%;" &gt;&lt;strong&gt;Suspension ระบบกันสะเทือน&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;หน้า แมคเฟอร์สัน สตรัท&lt;br /&gt;หลัง เพลาแข็ง คานยึด 5 จุด&lt;br /&gt;ระบบพวงมาลัย แบบ แร็ค แอนด์ พิเนี่ยน พร้อมเพาเวอร์ช่วยผ่อนแรง&lt;br /&gt;รัศมีวงเลี้ยว (ม.) : 5.3&lt;br /&gt;ระบบเบรก หน้า /หลัง ดิสก์เบรก / ดรัมเบรก&lt;br /&gt;ระบบช่วยเบรก ระบบเบรก ABS ระบบกระจายแรงเบรก EBD&lt;br /&gt;ล้อและยาง : ล้ออัลลอย 16 นิ้ว พร้อมยาง BRIDGESTONE ขนาด 235/60 R16&lt;br /&gt;แรงดันลมยาง (ล้อหน้า / ล้อหลัง) : 26 / 26 Psi&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color: rgb(51, 102, 255);font-size:130%;" &gt;&lt;strong&gt;ROAD TEST SUZUKI GRAND VITARA 2.0&lt;br /&gt;ชมหมอกขาว แสงแดดอุ่น ที่ผาเดียวดาย&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;การทดสอบในครั้งนี้ได้กลับไปยังประตูสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.นครราชสีมาอีกครั้ง แต่ได้เปลี่ยนเส้นทางทดสอบจากกรุงเทพฯ มาใช้ทางหลวงหมายเลข 1 (ถ.พหลโยธิน) มุ่งหน้าเข้าทางหลวง หมายเลข 2 (ถ.มิตรภาพ) ที่สระบุรี ด้วยสภาพเส้นทางที่มีความเรียบ และเป็นทางตรงยาว จึงทำการทดสอบความสิ้นเปลือง ซึ่งผลออกมาน่าประทับใจมาก เพราะการเดินทางไกลกับความเร็วเฉลี่ย 90-110 km/h มีอัตราสิ้นเปลืองเพียง 11.58 km./l ซึ่งยังสามารถทำอัตราเร่ง 0-80 km./h ในเวลาเพียง 11.26 วินาที กับระยะทางเพียง 148.1 เมตร ช่วยเสริมความมั่นใจในการเร่งแซงมากยิ่งขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/99-05Grand_Vitara/07-07-26/7.jpg" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถนนที่เรียบยาวสู่นครราชสีมา ชวนให้ทีมงานอยู่ไม่สุข จนต้องค้นหาประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ กันเล็กน้อย กับความเร็วสูงสุดที่ทำได้ 150 km./h ที่ 4,500 รอบ/นาที ซึ่งถือว่าน้อยไปซักนิด กับการ เดินทางไกล ก่อนที่จะแวะพักการเดินทางที่บริเวณ สวนท้าวสุรนารี ซึ่งเป็นสวนสาธารณะแบบสวนป่ากึ่งสวนรุกขชาติ ที่ตั้งอยู่บริเวณอ่างเก็บน้ำเขื่อนลำตะคอง ริมถนนมิตรภาพ ซึ่งสวนท้าวสุรนารี ได้สร้างขึ้นตามแผนฟื้นฟูสภาพแวดล้อมบริเวณที่ดินจากการขุดเจาะอุโมงค์และโรงไฟฟ้าใต้ดินของโครงการ โรงไฟฟ้าพลังน้ำลำตะคอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/99-05Grand_Vitara/07-07-26/8.jpg" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จุดหมายต่อไปของเรา ตัดสินใจมุ่งหน้าเข้าสู่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ สู่ จุดชมทิวทัศน์เขาเขียว (ผาเดียวดาย) ซึ่งนับเป็นจุดชมทิวทัศน์ที่สวยงามมาก มีลักษณะคล้ายที่ภูกระดึง จะมองเห็นสันเขา ขวางอยู่เป็นแนวเรียงราย และทิวทัศน์ที่สวยงามเคล้าหมอกเมฆและแสงแดดอ่อนๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/99-05Grand_Vitara/07-07-26/10.jpg" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เส้นทางสู่ยอดเขาเขียวที่มีระยะทางประมาณ 10 กิโลเมตร ซึ่งระยะอาจจะไม่มากแต่เป็นเส้นทาง ทดสอบขณะที่ขับขึ้นไปนั้นเป็นช่วงที่ฝนเพิ่งจะหยุดตกพอดี และถนนบางช่วงก็มีดินและหินทลายลงมาสู่ถนน ทำให้ถนนบางช่วงมีความลื่นอยู่พอสมควร ในการขับขี่ช่วงนี้จึงได้เลือกใช้ตำแหน่ง เกียร์ 4H ซึ่งเสริมความมั่นใจในการขับขี่ขึ้นสู่ยอดเขาได้เป็นอย่างดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การขับทดสอบครั้งนี้ไม่ได้เจอเพียงแค่เส้นทางถนนดำที่มีความลื่นเมื่อเจอฝน แต่ยังเจอกับแอ่งน้ำ ขนาดใหญ่ที่เกิดมาจากสายฝนที่สาดลงมาอย่างหนักก่อนหน้านี้ ซึ่งหากเป็นรถขับเคลื่อนแบบธรรมดา คงลำบากที่จะผ่านไปชมธรรมชาติอันสวยงาม แต่ SUZUKI GRAND VITARA ไม่ได้ทำให้เราผิดหวังเลย รถที่ดูหรูหราแต่มาพร้อมด้วยระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ พร้อมแรงบิดเครื่องยนต์ขนาด 174 N-m จึงใช้เพียง walking speed ของเกียร์ 4L ก็สามารถผ่านอุปสรรคที่น่ากลัวตรงนี้ เพื่อเดินทางไปชมธรรมชาติอันสวยงาม ต่อไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/99-05Grand_Vitara/07-07-26/9.jpg" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ความคุ้มค่าของรถ SUZUKI GRAND VITARA ถือว่าคุ้มค่าตั้งแต่ความคล่องตัวสำหรับการ ใช้งานในเมือง ความกว้างขวาง สะดวกสบายที่มีให้เพียงพอสำหรับการเดินทางไกล 3-4คน ซึ่งอยู่ในรูปแบบ ของรถที่มีพื้นฐานช่วงสั้น(Shot Wheelbase) เครื่องยนต์ที่ให้อัตราเร่งดี แต่อาจจะไม่ถูกใจนักสำหรับสิงห์ ตีนปลาย ระบบเกียร์ขับเคลื่อน 4 ล้อที่พร้อมลุยทุกสถานการณ์ กับราคาค่าตัวเพียง 1,128,000 บาท&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/99-05Grand_Vitara/07-07-26/11.jpg" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขอขอบคุณ คุณอลงกต ชูแก้ว หัวหน้าโครงการวิจัยช้างป่าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;SUZUKI AUTOMOBILE (THAILAND) CO., LTD. 5/15 ถนนพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400&lt;br /&gt;โทร. 0-2247-9397, 0-2245-7474&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9121136793600780935-3097276394813665950?l=suzukiclubthai.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://suzukiclubthai.blogspot.com/feeds/3097276394813665950/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9121136793600780935&amp;postID=3097276394813665950' title='1 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9121136793600780935/posts/default/3097276394813665950'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9121136793600780935/posts/default/3097276394813665950'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://suzukiclubthai.blogspot.com/2007/07/grand-vitara-20-99-05.html' title='แกรนด์วีทาร่า Grand Vitara 2.0 (รุ่นปี 99-05)'/><author><name>webmaster</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04682246217302500999</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='31' src='http://photos1.blogger.com/x/blogger2/4225/1104169234043570/410/101593/gse_multipart61735.jpg'/></author><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9121136793600780935.post-4142508595633396586</id><published>2007-07-02T08:58:00.000+07:00</published><updated>2007-07-02T08:58:02.709+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='Review'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='APV'/><title type='text'>รีวิวซูซูกิAPV โดยนิตยสารนักเลงรถกระบะ</title><content type='html'>&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/APV/07-05-05/07-05-05APV_review_SUV-MPV_Magazine.jpg" /&gt;&lt;br /&gt;บทรีวิวซูซูกิเอพีวีจากนิตยสารนักเลงรถกระบะ&lt;br /&gt;ทดสอบเมื่อ มกราคม 2548&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รีวิวชิ้นนี้มีจำนวนทั้งหมด 10 หน้า ทำได้อย่างละเอียดสมบูรณ์พร้อมภาพอธิบายประกอบอย่างจุใจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color: rgb(51, 102, 255);font-size:130%;" &gt;&lt;strong&gt;“โดเรม่อน” 8 ที่นั่ง สำหรับครอบครัว&lt;br /&gt;SUZUKI “APV” 1.6 GLX&lt;br /&gt;สบายทุกแถว... 11.87 กม./ลิตร&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;ถึงแม้องค์กรที่ดูแลเฉพาะในส่วนของรถยนต์ SUZUKI ในประเทศไทยจะไม่ใหญ่โตอะไรมากนัก แต่ถ้าไล่เรียงตั้งแต่เริ่มเข้ามาตั้งหลักปักฐานด้วยรถเก๋ง “Fronte” และรถจี๊ปจิ๋ว “Jimny 8” หรือ “SJ 20” เครื่องยนต์ 800 ซีซี. ที่แทบจะไม่มีเหลือให้เห็นในทุกวันนี้ ก็พอจะนับได้ว่ามีอายุยืนยาวพอสมควร เพราะรวมระยะเวลาได้เกือบสามสิบปีเข้าไปแล้ว... โดยตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมาทั้งในยุคเริ่มก่อร่างสร้างตัว ตลอดจนช่วงเฟื่องฟูภายใต้การบริหารของ “บริษัทคนไทย” ต้องเผชิญกับปัญหาร้อยแปด ซึ่งส่วนใหญ่จะได้แก่ การคิดภาษีสรรพสามิตสำหรับส่วนของการดัดแปลง ตลอดจนการปรับขึ้นอัตราภาษีหลายต่อหลายครั้ง จนส่งผลให้ไม่สามารถขยับขยาย ด้วยการนำยานรุ่นใหม่ๆ เข้ามาประกอบจำหน่ายได้สะดวกนัก เพราะถ้านำเข้ามาสนนราคาก็จะสูงโด่งจนไม่อาจแข่งขันกับยานรุ่นอื่นๆ ในตลาดได้... ครั้นเมื่อ “บริษัทแม่” เข้ามารับช่วงดำเนินการต่อก็ได้มีการปรับแผน “นำเข้า” ยานสำเร็จรูปเพื่อเสริมผลิตภัณฑ์ให้หลากหลายขึ้น โดยอาศัยผลพวงจากข้อตกลงทางการค้าระหว่างประเทศในภูมิภาคอาเซี่ยนที่เสียภาษีศุลกากรต่ำเป็นภิเศษ ซึ่ง “Grand Vitara” ที่ทางคอลลัมน์ได้นำขึ้นไปสัมผัสกับความหนาวเย็นบน “ดอยอ่างขาง” ตั้งแต่เมื่อ “ฉบับที่ 173” เดือนมีนาคม 2547 เป็นรุ่นแรก ครั้นเมื่อถึงปลายปีเดียวกันก็เป็นทีของ “APV” ที่ได้ชิมลาง “เปิดตัว” ในงาน “มหกรรมรถยนต์” ที่ “เมืองทองธานี” ก่อนที่ตัวรถสำหรับการจำหน่ายจริงๆ จะถูกส่งตามมาในช่วงเกือบกลางปี 2548&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/APV/07-06-18/1.jpg" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;P1 SUZUKI “APV” 1.6 GLX ยานครอบครัวขนาด Compact&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;SUZUKI "APV" ที่ได้นำมา "ขับ...แล้วคุย" กันในฉบับนี้ ถือได้ว่าเป็นยานระดับ "เลือดเนื้อเชื้อไขของอาเซียน" อีกรุ่นหนึ่ง เนื่องจากเป็นโครการที่ถือกำเนิดขึ้นมาสำหรับ "อินโดนีเซีย" โดยเฉพาะ อีหรอบเดียวกับอีกหลายยี่ห้อที่เริ่มต้นตั้งฐานการผลิตในบ้านเรา แต่การดำเนินงานจะแตกต่างออกไปในรายละเอียด เพราะการออกแบบ-สร้างรถต้นแบบ-ผลิตชิ้นส่วนที่สำคัญ รวมไปถึงเครื่องยนต์จะกระทำกันใน "ญี่ปุ่น" ก่อนขนลงเรือมาลงมือประกอบกันที่ "เมืองอิเหนา" โดยมีชิ้นส่วนปลีกย่อยในพิกัดของ Local Contents เสริมขึ้นมาไม่มากนัก ซึ่งการกำหนดให้ผลิตยานในลักษณะนี้ก็เพราะความนิยมใน "อินโดนีเซีย" ตลอดจน "มาเลเซีย" จะเน้นหนักไปในยานประเภท MPV มากกว่ารถกระบะ... สำหรับการนำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยนั้นจะมีอยู่ด้วยกัน 3 รุ่นตามระดับความหรูหรา คือ ถูกที่สุดจาก "GA" แล้วหรูขึ้นไปอีกหน่อยใน "GL" และเริ่ดที่สุดด้วย "GLX" ซึ่งคงจะเดากันออกว่ารุ่นที่กำลังจะนำมากล่าวถึงย่อมไม่หนีไปจาก "GLX" หรือตัวหรูสุดตามธรรมเนียม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color: rgb(51, 102, 255);"&gt;MPV 3 ตอน 5 ประตู&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;รูปโฉมโนมพรรณของ SUZUKI “APV” ได้รับการรังสรรค์ไว้ในรูปแบบ MPV 5 ประตู ที่ดูแปลกตาด้วยจังหวะของเส้นสายและความอวบหนาไม่เหมือนใคร ทั้งนี้จะเป็นไปภายใต้โครงสร้างตัวถังแบบ TECT (Total Effective Control Technology) อันเป็นลิขสิทธิ์เฉพาะของ SUZUKI ที่จะช่วยหันเหแรงกระแทกจากการชนปะทะออกไปจากห้องโดยสาร และโครงสร้างตอนหน้ารถจะทำหน้าที่เป็นเสมือนกันชนเพื่อการปกป้องที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น โดยเรื่อนร่างซึ่งจัดอยู่ในระดับ Compact MPV นั้นจะมีความยาว/กว้าง/สูง 4,155/1,655/1,855 มม. ตามลำดับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/APV/07-06-18/2.jpg" border="0" /&gt; &lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/APV/07-06-18/3.jpg" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;P2 ด้านหน้ายื่นออกมาเล็กน้อย... โคมไฟใหญ่อยู่ในตำแหน่งค่อนข้างสูง... กันชนขนาดใหญ่แยกได้เป็นสองชิ้นและรวมหน้ากระจังไว้ในตัว&lt;br /&gt;P3 สะเอวสูงดูสวยแปลกตา... โป่งล้อทรงกลมยกแนวเล่นสันต่อเชื่อมระหว่างกันด้วยแนวตลอดชายประตู... มีสเกิร์ตทรงสวยรองรับทางด้านล่าง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/APV/07-06-18/4.jpg" border="0" /&gt; &lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/APV/07-06-18/5.jpg" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;P4 กระจกมองข้างกรอบดำสลับโครเมี่ยมทรงมนหนา... แนวกรอบหน้าต่างทำเป็นสีดำยาวต่อเนื่องกัน&lt;br /&gt;P5 ไฟท้ายขนาดใหญ่ติดตั้งสูงแนวสะเอว... ที่กันชนฝังทับทิมสะท้อนแสง... ส่วนไฟตัดหมอกด้านหลังห้อยเดี่ยวอยู่ฝั่งขวา&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/APV/07-06-18/6.jpg" border="0" /&gt; &lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/APV/07-06-18/7.jpg" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;P6 เปิดฝาท้ายแบบยกขึ้นทั้งบาน&lt;br /&gt;P7 ล้ออัลลอยลายห้าก้านบึ้กขนาด 14 x 5J... ยางถนน BRIDGESTONE เบอร์ 185/80 R 14&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/APV/07-06-18/8.jpg" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทรวดทรงทางด้านหน้าที่สูงอวบและยื่นยาวจากเสาหน้าไม่มากนัก พร้อมกับมีความลาดเอียงอยู่พอสมควรนั้น สามารถยกเปิดส่วนของฝากระโปรงแผ่นเล็กๆ ที่คาดประดับด้วยแถบคิ้วโครเมี่ยวขึ้นมาได้ โดยที่ภายในทางฝั่งซ้ายจะติดตั้งไว้ด้วยหม้อลมเบรคแบบตอนเดียวขนาด 9 ½ นิ้ว พร้อมแม่ปั้มแยกสองวงจร หน้า/หลัง – ถังฉีดล้างกระจก – กล่องฟิวส์ – และปากท่อรับอากาศที่จะส่งผ่านไปเข้ากรองอากาศเพื่อเข้าสู่ระบบไอดีอีกที แล้วถัดมาในส่วนกลางด้วยหม้อน้ำอลูมิเนียมที่ซ้อนทับหน้าไว้ด้วยรังผึ้งแอร์และประกบดูดออกจากด้านในด้วยพัดลมไฟฟ้าขนาดไม่ใหญ่นัก ซึ่งยังมีชุดแม่แรงและบล็อคถอดล้อติดลอยถัดเข้าไปที่ด้านใน โดยมีหม้อพักน้ำประกบถัดต่อออกไป ขณะที่ในส่วนล่างยังจะมี Oil Cooler ของน้ำมันเกียร์แผงเล็กๆ ตั้งเตียงอยู่ทางฝั่งซ้ายพร้อมจุดเติมน้ำยาแอร์ที่ริมซ้ายตอนบน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สองฝั่งของฝากระโปรงจะขนาบไว้ด้วยโคมไฟใหญ่ทรงสี่เหลี่ยมยาวมนมุมเล็กน้อย ซึ่งเป็นแบบ Multi Reflector ที่ภายในเบ้าใหย่จะใช้เป็นไฟหรี่/ไฟต่ำ/ไฟสูง หลอด Halogen ในดวงเดียวกัน ขณะที่ไฟเลี้ยวหลอดส้มจะอยู่ในส่วนโค้งตรงมุมแล้วรองรับต่ำลงไปด้วยกันชนพลาสติคขนาดใหญ่มากๆ ที่เว้าตรงกลางให้เป็นส่วนของกระจังและไฟตัดหมอกทรงกลมชนาบอยู่สองฟาก พร้อมกับมีช่องรับลมอีกสองแนวซ้อนกันอยู่ด้านล่าง โดยในส่วนของชายล่างยังสามารถแยกตัวออกเป็นอีกชิ้นหนึ่งด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เสาหน้าที่มีกระจกบังลมแบบ Lamisafe (รถที่มาจาก “อินโดฯ” จะใช้คำนี้ ซึ่งก็คือ Laminated นั้นแหละ) ซ้อนสองชั้นแผ่นใหญ่อัดกาวทับอยู่จะเอียงลาดต่อเนื่องไปเป็นชอบหลังคา โดยหัวเสาทางฝั่งขวาจะมีเสาอากาศวิทยุมาอาศัยเสียบซ่อนเอาไว้ด้วย บานประตูทั้งหมดมีขนาดค่อนข้างใหญ่และทำกรอบหน้าต่างตลอดจนเสาข้างหน้าให้เป็นสีดำ ซึ่งบานกระจกบังลมแผ่นปลายสุดจะติดตั้งแบบอัดกาวตายตัวเผยอเปิดไม่ได้... สำหรับกระจกมองข้างทรงสูงลู่ลมมนกลมหนาจะเป็นแบบกรอบสีดำสลับโครเมี่ยมที่ปรับมุมมองด้วยไฟฟ้า แต่การพับเก็บต้องกระทำด้วยมือ ขณะที่มือเปิดประตูยังคงเป็นแผ่นโครเมี่ยมง้างเช่นเดียวกับยุคก่อน โป่งบังโคลนล้อทั้งสี่จะย้ำแนวเป็นทรงกลมขอบกว้างที่อวบพองไม่มากนัก และยกแนวเล่นสันขอบตลอดชายล่างของบานประตูต่อเชื่อมจากโป่งหน้าไปหาด้านหลัง พร้อมกับมีสเกิร์ตที่ออกแบบส่วนหัวให้เป็นกันโคลนล้อหลังล้อหน้าวยในตัวรองรับอยู่ด้านล่างสุด...อ้อ...ฝาเติมน้ำมันจะอยู่ทางฝั่งขวาของตัวรถและยังคงเป็นแบบใช้กุญแจเสียบเปิดอยู่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บานฝาท้ายขนาดใหญ่เป็นแบบเปิดยกขึ้นทั้งบานโดยแผ่นกระจกบังลมที่อัดกาวติดตายจะฝังไว้ด้วยแผงละลายฝ้า ขณะที่ใบปัดน้ำฝนหลังจะติดตั้งอยู่ด้านล่าง ส่วนปุ่มฉีดน้ำล้างกระจกฝังอยู่กับขอบด้านบน แล้วนำเอาไฟเบรคดวงที่สามเข้าไปแปะอยู่ภายใน และให้แสงออกมาในระดับเหนือขอบสะเอวด้านล่าง พร้อมกับตกแต่งด้วยการนำแถบโครเมี่ยมมาคาดปิดเหนือหลุมติดแผ่นป้ายทะเบียนทางตอนล่างสุด สำหรับชุดไฟท้ายทรงห้าเหลี่ยมดวงใหญ่พอสมควร ที่ฝงอยู่กับมุมสะเอวและโค้งโอบมาถึงด้านข้างใช้เลนส์ขาว-แดงสองสี พร้อมจานฉายแบบ Multi Reflector ตามสมัย ซึ่งในส่วนบนจะเป็นไฟเบรคแล้วคาดกลางตรงเลนส์ขาวด้วยไฟเลี้ยวหลอดส้มและไฟถอยหลัง โดยไฟท้ายจริงๆ จะอยู่ส่วนล่าง ขณะที่กันชนท้ายทำด้วยพลาสติคขนาดใหญ่ฝังประดับไว้ด้วยทับทิมสะท้อนแสงทรงเหลี่ยมเล็ก จะมีไฟตัดหมอกด้านหลังลอยตัวห้อยอยู่เดี่ยวๆ ทางด้านซ้าย พร้อมด้วยแผ่นกันโคลนชิ้นเล็กมาอาศัยแปะอยู่ตรงหลังล้อ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฃล้อและยางที่ติดตั้งให้มาจะอยู่ในพิกัดของล้ออัลลอยลายห้าก้านทรงบึกในขนาด 14 x 5 JJ แบบ 5 รูน็อต 114.3 มม. และมีขนาด Off Set + 45 ซึ่งมาพร้อมกับยางถนนของ BRIDGESTONE “Techno 248” เบอร์ 185/80 R 14&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จากเรือนร่างโดยรวมที่ออกไปในทาง “กระลุกปุ๊ก” ด้วยระดับเส้นสะเอวค่อนข้างสูง ส่งผลให้ผนังด้านข้างแลดหนากว่าชาวบ้าน เมื่อประกอบเข้ากับหน้าตาที่อูมๆ ป่องๆ และอวบอั๋นไปทั้งคัน จึงได้สมญาตาม Presenter ภาพยนต์โฆษณาให้เป็น “โดเรม่อน” ไปอีกรุ่น ซึ่งเท่าที่ได้สอบถามความเห็นจากหลายๆ คนถึงเรื่องรูปโฉมและทรวดทรงองค์เอวดังกล่าวก็ได้ผลในทางบวกแทบทั้งสิ้น จึงจัดได้ว่า “โดน” กันไปในระดับหนึ่ง ขณะที่เรื่องของวัสดุซึ่งนำมาใช้ผลิตชิ้นส่วนภายนอกรอบคันก็อยู่ในมาตรฐานทั่วๆไป เพราะส่วนใหญ่ถูกส่งตรงไปจาก “ญี่ปุ่น” เช่นเดียวกับที่กระทำอยู่กับ “Grand Vitara” โดยเรื่องของฝีมือในการประกอบก็นับว่ามีความประณีตอยู่พอสมควร เพราะแนวทางต่างๆ มีระยะสม่ำเสมอเท่าเทียมกันโดยตลอด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color: rgb(51, 102, 255);font-size:130%;" &gt;&lt;strong&gt;Air Bag คู่... สบายทุกแถว&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;การปิดประตูเพื่อเข้าสู่ห้องโดยสารยังคงต้องพึ่งพา “กุญแจ” เป็นหลัก แต่มีระบบเซ็นทรัลล็อคมาช่วยอำนวยความสะดวกอยู่อีกระดับ ซึ่งเมื่อก้าวเข้าสู่ห้องโดยสารจะรองรับสานตาไว้ด้วยคอนโซลพลาสติกแข็งฉีดขึ้นรูปสีทูโทน ที่มีพื้นบนผิวลายคอตต้อนสีน้ำตาลอมเทา ส่วนท่อนล่างเป็นสีเบจที่ออกเทาๆเหมือนกัน และมีแผงลยไม้สีแดงเข้มสไตล์ “อิเหนานิยม” เน้นมาให้ตรงกลางหนึ่งแถบ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/APV/07-06-18/9.jpg" border="0" /&gt; &lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/APV/07-06-18/10.jpg" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;P9 แผงคอนโซลแบบทูโทนพร้อมลายไม้... พวงมาลัยทรงสปอร์ตแบบสามก้าน... มี Air Bag มาให้สองฝั่ง&lt;br /&gt;P10 ปุ่มปรับระดับไฟหน้าอยู่ทางริมขวา... บันไดพลาสติคฉีดขึ้นรูปดูเรียบร้อยสวยงาม&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/APV/07-06-18/11-12.jpg" border="0" /&gt; &lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/APV/07-06-18/13.jpg" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;P11 เบาะตอนที่สองทรงกว้างนั่งสบาย พร้อมเท้าแขน... ช่องวางเท้ากว้างเป็นพิเศษ&lt;br /&gt;P12 เบาะหุ้มกำมะหยี่ทรงไม่กระชับนัก แต่นั่งแล้วไม่เมื่อย... ตัวของคนขับมีเท้าแขนมาให้ด้วย&lt;br /&gt;P13 พับพลิกขึ้น เพื่อใช้เป็นช่องทางเข้าแถวที่สาม&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/APV/07-06-18/14-16.jpg" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;P14 เบาะตอนที่สามกว้างขวางสบายไม่แพ้ด้านหน้า... มีเท้าแขนมาให้เช่นเดียวกัน&lt;br /&gt;P15 ปลายคอนโซลด้านหลังพลิกง้างออกมาเสียบเครื่องดื่มได้สองที่&lt;br /&gt;P16 พับพลิกเบาะแถวที่สามเพื่อการแบกขนสำภาระเต็มที่&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/APV/07-06-18/17.jpg" border="0" /&gt; &lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/APV/07-06-18/18.jpg" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;P17 กล่องชุดท่อลมแอร์ของตอนหลังอยู่เหนือเบาะหน้า... เพดานบุไวนิล&lt;br /&gt;P18 แผงข้างพลาสติคประดับกำมะหยี่... ด้านล่างมีจุดฝังลำโพงและช่องเสียบขวดน้ำ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สำหรับรายละเอียดของอุปกรณ์นับจากฝั่งซ้ายสุดเข้ามาจะมีจุดติดตั้งทวีตเตอร์เสียงแหลมอยู่ที่มุมบน แล้วถัดต่อลงมาด้วยช่องลมไล่ฝ้าและช่องแอร์ริมซ้าย โดยมีจุดฝัง Air Bag ของฝั่งผู้โดยสารต่อเนื่องเข้ามาทางด้านใน ขณะที่ในแนวสีเบจต่ำลงไปจะเป็นเก๊ะเก็บของฝาเปิดง้างดังเช่นที่ใช้กันอยู่... ส่วนในช่วงกลางคอนโซลจะโดดเด่นด้วยแผงลายไม้ตามที่บอกเอาไว้ และมีช่องแอร์สำหรับแนวกลางอยู่ตอนบนสุด แล้วหรูหราขึ้นมาอีกนิดด้วยชุดเครื่องเสียงระดับวิทยุ/เทป/CD แบบแผ่นเดียว ซึ่งจะรายล้อมด้วยสวิทช์แผงละลายฝ้าพร้อมสวิทช์สำรองทางฝั่งซ้ายและสวิทช์ไฟฉุกเฉิน ตลอดจนสวิทช์ไฟตัดหมอกหน้าทางฟากขวาโดยในแนวสีเบจจะเป็นนาฬิกาแบบตัวเลขและช่องวางของเล็กๆ เช่น ปากกา หรือโทรศัพท์มือถือ ซึ่งมีที่จุดบุหรี่เรียงต่ออยู่ปลายแนว ก่อนจะรองรับด้วยขุดควบคุมระบบปรับอากาศแบบปุ่มบิดสอปุ่ม แล้วจึงปิดท้ายในตอนล่างสุดด้วยที่เขี่ยบุหรี่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถัดต่อมาทางขวาจะเป็นจอหน้าปัดขอบบนโค้ง ส่วนภายในกรอบที่เป็นสีดำจะบรรจุไว้ด้วยมาตรวัดทรงกลมสามวง โดยวงแรกจะเป็นมาตรวัดรอบที่มีระดับสูงสุด 8,000 รอบ และเข้าสู่ย่าน Red Line ที่ 6,500 รอบ ส่วนวงใหญ่ตรงกลางจะเป็นมาตรวัดความเร็วที่มีตัวเลขสุดท้ายอยู่ที่ 180 กม./ชม. พร้อมจอสี่เหลี่ยมแจ้งถึง Odometer ตลอดจน Trip A และ Trip B แทรกอยู่ภายใน ขณะที่วงขวาสุดจะบ่งบอกเกี่ยวกับอุณหภูมิน้ำ – ตำแหน่งเกียร์ตามแนวตั้ง – และปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิง โดยมีช่องสามเหลี่ยมสำหรับไฟเลี้ยวและสัญญาณเตือนแทรกอยู่เหนือวงกลมอีกสองช่อง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พวงมาลัยยูรีเธนแบบสามก้านที่ขอบวงมีปุ่มรับหัวแม่มือและฝัง Air Bag ไว้ภายในแป้นตรงกลาง มีขนาดค่อนข้างเล้กเพียง 365 มม. ซึ่งก้านสวิทช์ที่คอทางฝั่งซ้ายจะใช้ควบคุมใบปัดน้ำฝนทั้งหน้า/หลัง ขณะที่ทางด้านขวาเป็นสวิทช์ควบคุมไฟใหญ่/ไฟเลี้ยวดังเช่นของรถญี่ปุ่นทั่วไป... ส่วนแผงคอนโซลทางด้านขวาสุด นอกจากจุดติดทวีตเตอร์/ช่องลมไล่ฝ้า/ช่องแอร์ตัวริมแล้วจะรองรับต่ำลงมาด้วยแผงสวิทช์ที่ประกอบด้วยสวิทช์สำรอง/สวิทช์ไฟตัดหมอกหลัง/สวิทช์ปรับระดับไฟหน้าที่ตั้งได้เป็น 0-1-2-3-4 ก่อนปิดท้ายด้วยช่องวางของสำหรับคนขับอีกหนึ่งช่อง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คอนโซลครอบคันเกียร์ตรงกลางจะมีหลุมวางของหรือเครื่องดื่มอยู่ตรงหัวแนว แล้วเส้นถัดต่อเข้ามาด้วยคันเกียร์ทรงหัวโตที่มีปุ่ม O/D Off อยู่ใต้ปุ่มปลดล็อก และใช้แบบร่องยาวที่มีอักษร/ตัวเลข P-R-N-D-2-L ขนาบอยู่ทางขวาก่อนที่จะเป็นคันเบรคมือที่มีช่องวางเครื่องดื่มสำหรับผู้ที่นั่งตอนหลัง และที่วางแบบพลิกเพิ่มได้อีกหนึ่งที่ประกบอยู่ตอนท้ายคอนโซล&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สำหรับในส่วนของเบาะนั่งทั้งหมดจะหุ้มด้วยผ้ากำมะหยี่ใยสังเคราะห์ลายในตัวสีเบจ ซึ่งในคู่หน้าเฉพาะตัวของคนขับจะมีเท้าแขนแบบพับเก็บได้แปะติดข้างพนักมาให้ด้วย และควบคู่เอาไว้ด้วยเข็มขัดนิรภัยแบบ ELR 3 จุด ปรับระดับได้ทั้งสองฝั่ง ส่วนแถวที่สองซึ่งปรับเอนนอนได้สุดๆ จะเป็นแบบแบ่งพับแยก 60/40% เพื่อใช้เป็นช่องทางเข้าสู่ที่นั่งแถวที่สาม โดยในส่วน 60% จะมีเท้าแขนฝังไว้กับพนักพร้อมเข็มขัดนิรภัยแบบ ELR 3 จุดในสองที่ริม ส่วนตรงกลางเป็นแบบ 2 จุด ขณะที่แถวหลังสุดสามารถปรับเอนได้สุดพื้นที่และแยกพับเป็น 60/40% เช่นกัน แถมมีเท้าแขนฝังมาให้ที่พนักพิงพร้อมเข็มขัดนิรภัยแบบ 3 และ 2 จุด เช่นเดียวกัน อีกทั้งยังพับพลิกไปข้างหน้าเมื่อต้องการพี้นที่แบกขนสัมภาระได้อีกต่างหาก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แผงข้างประตูด้านหน้าเป็นพลาสติคฉีดขึ้นรูป ประดับด้วยผ้ากำมะหยี่ลายเดียวกับเบาะและมีแนวเส้นสายรับกับแผงหน้าปัด ซึ่งเฉพาะบานทางฝั่งคนขับจะฝังไว้ด้วยแผงสวิทช์ที่ประกอบไปด้วยปุ่มปรับกระจกมองข้าง-สวิทช์กระจกไฟฟ้าทั้งสี่บาน เฉพาะของคนขับจะเป็นแบบ Auto ตอนขาลงและปุ่มล็อคกระจกทุกบาน แล้วใช้ปุ่มล็อคประตูของฝั่งคนขับควบคุมระบบเซ็นทรัลล็อคอีกที นอกจากนั้นก็ยังจะมีกล่องฝังลำโพง พร้อมช่องเสียบขวดเครื่องดื่มเตรียมไว้อีกหนึ่งที่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตรงฐานของกระจกส่องหลังจะมีไฟเก๋งที่ใช้ดูแผนที่ได้ประดับอยู่ในตัว สวนที่แผงบังแดดทั้งสองฟากนั้น เฉพาะทางฝั่งซ้ายจะมีกระจกแต่งหน้าเสียบมาให้เพียงบานเดียว ขณะที่เหนือศีรษะที่นั่งตอนหน้าจะเป็นกล่องท่อลมแอร์สำหรับตอนหลัง โดยในส่วนของเพดานทั้งหมดจะกรุปิดไว้ด้วยไวนิลแบบยานในยุคก่อน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ความกว้างขวางสะดวกสบายภายในห้องโดยสารนับได้ว่ามีมากพอสมควรทุกที่นั่งโดยเฉพาะเมื่อไปกันแค่ 6 คน เพราะความห่างของช่วงเบาะจะมีอยู่มากเกินพอในแถวที่สองและห้อยขาได้อย่างสบายๆ สำหรับแถวสุดท้าย แถมยังเอนนอนได้ใกล้เคียงกันทุกที่นั่ง ซึ่งแม้เบาะคู่หน้าจะดูไม่ค่อยหนาและเหมือนไม่ค่อยกระชับเท่าใดนัก แต่ก็ไม่เมื่อยล้าแม้ต้องขับนานๆ ในเส้นทางไกลๆ... พวงมาลัยที่มีขนาดค่อนข้างเล็ก จับกระชับถนัดมือและมีน้ำหนักกำลังดีในย่านความเร็วต่ำ ตลอดจนในช่วงขยับเข้าออกในที่แคบๆ แต่ที่เพดานบินเกิน 130 กม./ชม. ไปแล้วออกจะวาบหวิวอยู่สักหน่อย... ทัศนวิสัยรอบด้านจัดได้ว่าปลอดโปร่งโล่งสบายต่อสายตาอย่างยิ่งอีกยี่ห้อหนึ่ง ซึ่งคงเป็นผลมาจากการที่ตัวรถมีระดับความสูงใกล้เคียงกับ SUV ขนาดใหญ่หรูๆ จึงส่งผลให้ได้มุมมองที่กว้างไกลกว่ารถยนต์นั่งธรรมดา โดยจุดบอดที่มีอยู่เล็กน้อยในมุมเฉียงเมื่อมองกลับไปทางด้านท้ายรถก็แก้ปัญหาได้ด้วยกระจกมองข้างบานใหญ่พอสมควร ที่ให้มุมมองจะแจ้งทดแทนกันได้... การดูดซับเสียงจัดได้ว่าอยู่ในระดับกลางๆ โดยขณะจอดเดินเบาอยู่กับที่จะวัดได้ 50.7 dB ซึ่งเมื่อเคลื่อนตัวไปด้วยความเร็วพอประมาณแถว 60 กม./ชม. ก็เขยิบเพิ่มขึ้นไปเป็น 64.3 dB เมื่อเหยียบขึ้นไปแตะร้อย ก่อนจะอื้ออึงอีกเล็กน้อยเมื่อใช้เพดานบินแถวๆ 130 ด้วยระดับ 74.8 dB ซึ่งเสียงดังกล่าวจะมาจากภายนอกเป็นส่วนใหญ่ เพราะเครื่องยนต์ในรูปแบบเบ็นซินถือได้ว่าค่อนข้างเงียบอยู่แล้ว... สำหรับในส่วนของระบบปรับอากาศก็จัดอยู่ในขั้นดีพอสมควร เพราะให้ความเย็นได้อย่างทั่วถึงในทุกที่นั่ง ส่วนสุ้มเสียงของชุดเครื่องเสียงก็ไม่ “ขี้เหร่” อะไรนัก จัดได้ว่าพอฟังได้สำหรับราคาตัวรถในระดับนี้ ซึ่งถ้าอยากให้ครบเครื่องด้วยชุด Entertainment ตามที่นิยมกันคงต้องจ่ายเพิ่มกันตามอัตภาพ... จะมีด้อยอยู่หน่อยก็เรื่องวัสดุบุหุ้มเพดานแบบไวนิลซึ่งนั่นแหละที่ออกจะล้าหลังกว่ายานในบ้านเรา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color: rgb(51, 102, 255);font-size:130%;" &gt;&lt;strong&gt;“G 16 A” ที่คุ้นเคยกันดี&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;พลังสำหรับขับเคลื่อน SUZUKI “APV” รุ่นนี้จะได้มาจากแหล่งกำเนิดที่ชาวไทยคุ้นเคยกันดี นั่นคือบล็อคตัวเก่งซึ่งโดดเด่นมาตั้งแต่สมัย “Vitara” อันได้แก่ เครื่องยนต์รหัส “G 16A” ในรูปแบบ เบ็นซิน 4 สูบ-SOHC-16 วาล์วหัวฉีด ที่มีพิกัดความจุสุทธิ 1,590 ซีซี. โดยเป็นผลที่ได้จากขนาดกระบอกสูบ 75.0 มม. คูณด้วยช่วงชัก 90.0 มม. ทั้งนี้ตัวเลยในพิกัดดังกล่าวจัดอยู่ในกลุ่ม “ชักยาว” ซึ่งตามตำราเค้าว่าน่าจะให้ “แรงบิด” ดีพอสมควร จากนั้นก็ลำเลียงอากาศที่ผ่านการคละเคล้าด้วยเชื้อเพลิง RON 91 ด้วยระบบหัวฉีดแบบมัลติพอยท์ MPI ควบคุมด้วยอิเล็คทรอนิคส์ ซึ่งมีกล่อง ECU คอยช่วยคำนวณปริมาณ ตลอดจนจังหวะฉีดที่เหมาะสมต่อการใช้งาน เข้าสู่กระบวนการจุดระเบิดด้วยอัตราส่วนกำลังอัดระดับ 9.5:1 ก่อนจุดระเบิดด้วยกระแสไฟแรงสูงจากลักษณะ Direct Coil สูบละตัว จนได้พละกำลังออกมา “92 แรงม้า” (68kW) ที่ 5,750 รอบต่อนาที พร้อมด้วยแรงบิดในระดับ 12.95 กก.-ม. (127 Nm) ที่ 4,500 รอบ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/APV/07-06-18/19.jpg" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;P19 หม้อลมเบรค-ถังน้ำฉีดน้ำกระจก-ปากท่อรับอากาศอยู่ทางซ้าย... ตรงกลางเป็นหม้อน้ำอลูมีเนียมที่มีชุดแม่แรงและบล็อคถอดล้อติดลอยอยู่ด้านใน... แล้วเป็นหม้อพักน้ำและจุดเติมน้ำยาแอร์&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/APV/07-06-18/20.jpg" border="0" /&gt; &lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/APV/07-06-18/21.jpg" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;P20 ใต้ที่นั่งของคนขับเป็นตำแหน่งของหม้อกรองอากาศ&lt;br /&gt;P21 “G 16 A” ตั้งเอียงตะแคงหันฝาสูบขึ้นมาทางฝั่งใต้ที่นั่งผู้โดยสาร&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การติดตั้งเครื่องยนต์รุ่นดังกล่าวจะร่นเข้ามาจากหน้ารถอยู่พอสมควร โดยขยับเข้ามาถึงในตำแหน่งใต้เบาะนั่งตอนหน้า และวางไว้แบบตะแคงซ้าย โดยหันฝาสูบเอียงออกมาทางฝั่งที่นั่งของผู้โดยสาร วึ่งการติดตั้งจะตะแคงอยู่บนคานแท่นเครื่องที่มีลักษณะเป็นคานโค้งห้อยยึดอยู่กับโครงที่เหมือนแชสซีส์ด้วยน็อตเพียงสี่ตัวพร้อมการยึดประคองตรงท้ายเกียร์อีกหนึ่งจุด ส่งผลให้การถอดหรือปล่อยเครื่องลงมาเซอร์วิสหรือซ่อมแซม สามารถกระทำได้อย่างไม่ยากเย็นนัก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พละกำลังที่ได้มาจะถ่ายทอดผ่านเกียร์อัตโนมัติแบบเดินหน้า 4 จังหวะที่มีรหัสประจำรุ่นว่า “0372 LE” ซึ่งควบคุมการทำงานด้วยกล่องอิเล็คทรอนิคส์ที่แยกเป็นเอกเทศออกจาก ECU ของเครื่องยนต์ โดยเกียร์ลูกดังกล่าวจะใช้อัตราทด 2.826-1.493-1.000-0.730 และถอยหลัง 2.703 เท่ากันกับของ “Vitara V 6-2000” รุ่นก่อนนู้นเด๊ะๆ โดยพละกำลังที่ผ่านมาจะถูกส่งไปทำการขับเคลื่อนด้วยล้อหลังผ่านทางชุดเฟืองท้ายที่มีอัตราทด 5.375 : 1&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พลังจากความจุ 1.6 ลิตร “92 แรงม้า” ดังกล่าว เมื่อนำมาใช้ขับเคลื่อน “กล่อง” ใบค่อนข้างโตที่มีน้ำหนักรถเปล่าๆ 1,325 กก. บวกด้วยน้ำหนักตัวคนขับตลอดจนผู้โดยสารอีกตั้ง 60-450 กก. โดยประมาณคงคาดหวังอะไรไม่ได้มากนัก เพราะแค่การฉุดลากตัวรถให้เคลื่อนออกไปได้ก็นับว่าเพียงพอต่อการสนองตอบแล้ว แต่อย่างไรก็ตามตัวเลขอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ที่อยู่ในระดับ 19.12 วินาที หรือผ่านเส้นควอเตอร์ไมล์ครง 21.03 วินาที ก็ยังสูสีกับ “D-4 D” 3,000 ซีซี. Auto เครื่องแรกยุค “Tiger” ซะด้วยซ้ำ จึงพอจะถือได้ว่าไม่ “ขี้เหร่” แต่อย่างใด แถมยังให้ความลื่นไหลต่อเนื่องสำหรับการขับขี่ในเมืองแบบไปตามกระแส หรือแม้จะสับเปลี่ยนเลนได้อย่างฉับไวไม่กีดขวางใคร ขณะที่การทำงานของเกียร์อัตโนมัติลูกเก่งประจำค่าย ซึ่งใช้ร่วมกันอยู่หลายรุ่นก็เป็นไปอย่างฉลาดเฉลียวพอควร และนิ่มนวลน่าคบเช่นเดียวกับเกียร์สมัยใหม่รุ่นอื่นๆ ที่เลิกแสดงอาการกระตุกตอนเปลี่ยนจังหวะกันแล้ว โดยในเรื่องของความเร็วสูงสุดก็ยังสามารถไล่ขึ้นไปได้ถึง 150 กม./ชม. อย่างไม่ยากเย็นนัก (ทีมการตลาดของบริษัทฯ เคยขยี้ได้ถึง 160 กม./ชม. มาแล้ว) ซึ่งจัดว่าเพียงพอสำหรับความเร็วเดินทางของรถครอบครัวในระดับเรือนร่างและเครื่องยนต์เท่านี้... สำหรับอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงจากการใช้งานในเมืองท่ามกลางการจราจรที่คับคั่งเป็นส่วนใหญ่ ยังคงใกล้เคียงกับรุ่นพี่ที่นำมาทดสอบก่อนหน้านี้ ตลอดจนยานประเภท SUV ขับสี่อีกหลายรุ่น ด้วยตัวเลขระดับ “6.76 กม./ลิตร” ซึ่งถ้าไม่ใช่เส้นทางที่ “ติดอย่างบ้าเลือด” เหมือนในการทดสอบก็น่าจะทำได้เกิน 7 กม.ต่อลิตร ส่วนการเดินทางไกลด้วยความเร็วตามกฎหมายกำหนด 90 กม./ชม. ก็ให้ผลลัพธ์ที่สวยงามพอควรด้วยอัตรา 11.87 กม./ลิตร ขณะที่เมื่อเพิ่มความเร็วขึ้นอีกนิดเป็น 110 กม./ชม. ก็ยังแตะระดับ 10.21 กม./ลิตร อีกด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;span style="color: rgb(51, 102, 255);"&gt;&lt;strong&gt;โครงสร้าง Uniframe… หน้าคอยส์สปริง/หลังแหนบ&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/APV/07-06-18/22.jpg" border="0" /&gt; &lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/APV/07-06-18/23.jpg" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;P22 ก้นแคร้งพลาสติคต่อกันอยู่สองชิ้นและแทรกระหว่างแผ่นไว้ด้วยคานขวาง ซึ่งทำหน้าที่คล้ายซับเฟรมมีปีกนกล่างมาอาศัยเกาะอยู่อีกที&lt;br /&gt;P23 ระบบช่วงล่างแบบง่ายๆ... แร็คพวงมาลัยอยู่ด้านหน้าสุด... แม็กเฟอร์สันสตรัท ล้อมรอบด้วยสปริงวงค่อนข้างเล็ก&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/APV/07-06-18/24.jpg" border="0" /&gt; &lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/APV/07-06-18/25.jpg" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;P24 คานแท่นเครื่องยึดห้อยไว้ด้วยน็อต 4 ตัว... คอมแอร์ห้อยอยู่หน้าคาน... ตรงใต้อ่างน้ำมันเกียร์คือ จุดต่ำสุดของห้องท้องรถ&lt;br /&gt;P25 คานแข็ง-แหนบแผ่น-ช็อคอัพ... ติดตั้งแบบแหนบรองรับเพลา... ถังน้ำมันเหล็กปั้มห้อยอยู่ทางขวา&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ความเป็นไปทางใต้ท้องที่มีระยะฐานล้อยาว 2,625 มม. พร้อมความกว้างของช่วงล้อหน้า/หลังที่ 1,435 มม. เท่ากันนั้นจะประกบใต้ท้องรถตลอดความยาวของเรือนร่งด้วย “กระดูก” หรือโครงหน้าตาเหมือนกับ “แชสซีส์” ที่เชื่อมติดตายอยู่กับแผ่นพื้นหรือ Floor Plan ทำให้ไม่สามารถแยกออกจากกันได้ ดังเช่นรูปแบบที่ใช้อยู่กับรถกระบะหรือรถตู้บางรุ่น ซึ่งหลายๆ ค่ายมักเรียกโครงสร้างลักษณะนี้ว่าเป็นแบบ Semi-Monocoque หรือ Uniframe ตามแต่จะกำหนดกัน โดยทางส่วนหน้าที่มีแผ่นพลาสติคฉีดขึ้นรูปยึดต่อกันอยู่สองชิ้นเพื่อปกปิดให้ดูเรียบร้อย อีกทั้งยังทำหน้าที่เป็นแผ่นกันแครงค์กลายๆ จะแทรกระหว่างสองแผ่นดังกล่าวไว้ด้วยคานขวางขนาดไม่ใหญ่มากนัก ซึ่งทำหน้าที่คล้ายซับเฟรม โดยมีปีกนกล่างเข้ามาอาศัยเกาะอยู่อีกที ขณะที่ “ระบบกันสะเทือน” ด้านหน้าในลักษณะกะทัดรัดไม่มีชิ้นส่วนอะไรมาก เป็นรูปแบบอิสระ แม็คเฟอร์สันสตรัท ปีกนก เหล็กกันโคลง... อันประกอบด้วยแท่งแม็คเฟอร์สันสตรัท ขนาดกระบอก 50 มม. แกนใหญ่ 19 มม. ที่ล้อมรัดไว้ด้วยคอยล์สปริงขนาดหน้าตัด 11 มม. ขดซ้อนกันอยู่ 7 ข้อในขนาดวง 100 มม. และมีปีกนกเหล็กปั๊มขึ้นรูปทรงตัว I รองรับชุดหน้าแปลนล้ออยู่ทางด้านล่าง พร้อมกับมีอาร์มขนาด 21 มม. สำหรับปรับตั้งมุม Caster ซึ่งทำหน้าที่เหมือนหนวดกุ้งยันจากด้านในออกมาหาชุดหน้าแปลนล้ออีกฟากละแท่ง สำหรับในส่วนของระบบบังคับเลี้ยวได้นำราว Rack &amp; Pinion มาอาศัยเกาะไว้กับด้านหน้าของคานซับเฟรม โดยในส่วนของเหล็กกันโคลงแท่งไม่ใหญ่นักจะมีขนาด 21 มม. เท่าๆ กับหนวดกุ้ง และติดตั้งขนาบอยู่ทางด้านในใกล้ๆกัน เพราะตำแหน่งติดตั้งเครื่องยนต์เขยิบเข้ามาอยู่ในแนวใต้เบาะคนขับทำให้ชุดเกียร์ทั้งลูกถ่วงน้ำหนักอยู่กึ่งกลางรถพอดี ส่งผลให้เพลากลางแบบท่อนเดียวที่ส่งกำลังไปปั่นล้อหลังเหลือความยาวอยู่แค่ 52 ซม. เท่านั้น สำหรับถังน้ำมันเหล็กปั๊มขึ้นรูปความจุ 43 ลิตร ที่ห้อยอยู่ทางฝั่งขวา จะมีการ์ดพลาสติคแผ่นไม่ใหญ่นักบังอยู่กับส่วนหัว เพื่อป้องกันล้อหน้าดีดเศษหินมาสร้างความเสียหายหรือส่งเสียงป๊องแป๊งให้เป็นที่รำคาญ ขณะที่ท่อไอเสียทางฟากซ้ายจะมี Catalytic Converter แบบสองทางหรือสองตัวต่อเรียงกันอยู่ทางด้านหน้า แล้วต่อเนื่องด้วยหม้อพักใบใหญ่พอสมควรที่ติดตั้งอยู่บริเวณหน้าเพลาท้ายหรือกลางตัวรถเพียงใบเดียว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ส่วนรายละเอียดของระบบทางค้านหลังที่เป็นไปได้ในลักษณะ คานแข็งแหนบแผ่นซ้อน ช็อคแอ็บซอร์บเบอร์ จะประกอบไปด้วยตับแหนบทำงานสองจังหวะที่จับกลุ่มออกเป็น 3+2 แผ่น และติดตั้งไว้ในรูปแบบ “แหนบรองรับเพลา” เช่นเดียวกับทั่วๆไป โดยมีช็อคน้ำมันขนาดกระบอก 42 มม. ยันจากด้านในออกไปหาแท่งเพลาท้ายในฝั่งเดียวกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การทำงานของระบบช่วงล่างนับว่าให้ความนุ่นนวลละยึดเกาะถนนได้ดีพอสมควร อีกทั้งยังสามารถซึมซับร่องรอยชำรุดปุปะบนิวทางหลายๆสภาพเอาไว้ได้อย่างค่อนข้างหมดจด ขณะที่อาการดีดเด้งตอนที่ผ่านเนินคลื่นหรือในยามข้ามสะพานก็ไม่แสดงออกมาจนเกินงาม แต่บางจังหวะก็ยังรับรู้ได้ถึงเสียง “กุกกัก” ของระบบ ที่มีอยู่เล็กๆ น้อยๆ บนเส้นทางขรุขระจริงๆ สำหรับความมั่นคงในการยึดเกาะถนนจากย่านความเร็ว 130 กม./ชม. ลงมา จัดอยู่ในขั้นดี โดยน้ำหนักหน่วงของพวงมาลัยให้ความรู้สึกควบคุมได้ไม่ว่อกแว่ก แต่เมื่อไต่ขึ้นไปแตะระดับ 140-150 กม./ชม. กระแสลมปะทะจะมีมากขึ้นจากความสูงของเรือนร่างจนต้องเกร็งกันอีกนิดหน่อย... ระบบพวงมาลัยในรูปแบบ Rack &amp;amp; Pinion ให้ความแม่นยำฉับไวและคล่องแคล่วตามการสั่ง อีกทั้งยังโดดเด่นเป็นอย่างมากในส่วนของวงเลี้ยวที่มีรัศมีแคบแค่ 4.9 เมตร ส่งผลให้การขับขี่ในเมืองหรือการวิ่งวนขึ้นที่จอดรถสูงๆ เป็นไปได้อย่างง่ายดายไม่เปลืองแรง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color: rgb(51, 102, 255);"&gt;ถ้ามี ABS ก็คงจะดี&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt; &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/APV/07-06-18/26.jpg" border="0" /&gt; &lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/APV/07-06-18/27.jpg" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;P26 จานดิสค์เบรคขนาด 240 x 22 มม. พร้อม Caliper แบบลูกสูบเดียว&lt;br /&gt;P27 ดรัมเบรคหลังปรับตั้งระยะผ้าเบรคอัตโนมัติพร้อมวาล์วประบแรงดัน LSPV&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในเรื่อง “ระบบห้ามล้อ” เพื่อการหยุดยั้งหรือชะลอความเร็วของตัวรถลงตามต้องการยังคงเป็นมาตรฐานเดียวกับรถยนต์นั่งในยุคที่ผ่านมาหรือลักษณะเดียวกับของรถกระบะโดยทั่วไป อันได้แก่ รูปแบบ “หน้าดิสค์-หละงดรัม” นั่นเอง ซึ่งในตัวระบบจะประกอบด้วยแม่ปั๊มเบรคแบบแยกสองวงจรหน้า/หลัง และมีหม้อลมเบรคชั้นเดียวขนาดประมาณ 9 ½ นิ้ว เข้ามาทำหน้าที่ช่วยผ่อนแรงในการเหยียบโดยการสร้างระบบลมดูดหรือ Vaccuum จะเป็นไปตามสไตล์ของเครื่องยนต์เบ็นซิน นั่นคือ การที่ต้องอาศัยต่อท่อมาจากท่อร่วมไอดี สำหรับรายละเอียดในส่วนล่างทางด้านหน้าจะประกอบด้วยจานดิสค์เบรคแบบมีช่องระบายความร้อนในขนาด 240 x 22 มม. ซึ่งทำงานควบคู่ไว้ด้วย Caliper แบบลูกสูบเดี่ยวที่ติดตั้งประกบไว้ทางส่วนหลังของจาน ขณะที่ทางด้านหลังจะเป็นดรัมเบรคแบบปรับตั้งระยะผ้าเบรคอัตโนมัติ พร้อมวาล์วปรับแรงดันน้ำมันเบรค LSPV&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ประสิทธิภาพของระบบห้ามล้อเป็นเพียงหัวข้อเดียวที่ค่อนข้างด้อยกว่าจุดอื่นๆ แต่ก็ไม่ถึงกับเสียหายอะไรนัก โดยอาการของคันเบรคที่นุ่มหยุ่นและหน่วงความเร็วให้ลดลงในทันทีที่เหยียบจะแสดงให้รู้สึกได้ตั้งแต่ในช่วงความเร็วต่ำ ซึ่งเมื่อกระทำในความเร็วที่สูงขึ้น โดยใช้การเหยียบในลักษณะแบบสองจังหวะเข้ามาประกอบก็ยังให้การควบคุมได้ตามสั่ง แต่กับย่านความเร็วสูงจริงๆ จะแสดงอาการเบรคจับตัวเร็วจนล้อล็อคตายออกมา พร้อมกับทิ้งรอยเบรคให้เห็นอย่างชัดเจนเมื่อเบรคด้วยความรุนแรงในระดับ 60-0 กม./ชม. และใช้เวลา 2.35 วินาที กว่ารถจะหยุดสนิดจากการไถด้วยระยะ 19.2 เมตร ครั้นเมื่อกระทำที่ความเร็ว 100-0 กม./ชม. ก็ยืดยาวกว่าใครทั้งเรื่องของเวลาและระยะทาง นั่นคือ 4.27 วินาที ที่ระยะ 57.3 เมตร... งานนี้ถ้ามี ABS เข้ามาช่วยก็น่าจะเพิ่มความมั่นใจได้เป็นอย่างมาก ABS ขอเลือกเอาอย่างหลังดีกว่าแฮะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;span style="color: rgb(51, 102, 255);"&gt;&lt;strong&gt;ไป ”หัวหิน” แบบเลียบเลาะอ่าวไทย&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/APV/07-06-18/28.jpg" border="0" /&gt; &lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/APV/07-06-18/29.jpg" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;P28 จากกม. 72 เมื่อผ่านหน้าปั้มปตท.แล้วต้องเลี้ยวซ้ายตรงนี้&lt;br /&gt;P29 ตรงป่าแสมก่อนถึงวัดปากลัด... จะมีฝูงลิงแสมออกมาขออาหารจากรถที่ผ่านไป/มา&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จากลักษณะของตัวรถได้ส่งผลให้การทดสอบทางไกลต้องตั้งตุดหมายขึ้นมาว่าน่าจะ “ไปทะเล” อีกสักครั้ง... ซ่งแถวๆ ส่วนในของ “อ่าวไทย” หรือระยะทางประมาณ 300 กม. กว่าจากกทม. ก็ได้พาไปจนแทบจะปรุทุกจังหวัดแล้ว แต่เผอิญนึกขึ้นมาได้ว่าในเดือนก่อนหน้านี้ได้มีข่าวดีสำหรับ “ชาวเพชรบุรี” ในประเด็นเกี่ยวกับผลกระทบของเรื่อง “สิ่งแวดล่อม” และการทำมาหากิน อันได้แก่ การประกาศ “ยกเลิก” โครงการสร้างมอเตอร์เวย์ที่ตั้งแนวลัดตัดตรงจาก “จ.สมุทรสงคราม” ผ่าน “แหลมผักเบี้ย” ไปยัง “อ.ชะอำ” โดยการลงไปตั้งตอม่อโด่เด่อยู่ในชายทะเล พร้อมกับพยายามป่าวร้องว่าสามารถช่วยย่นระยะทางและประหยัดน้ำมันไปได้เยอะ ครั้นเมื่อมีกระแสพระราชดำรัสให้พิจารณาให้รอบคอบ ในท้ายสุดจึงประกาศปรับแผนงาน โดยจะขยับชึ้นมาอยู่ “บนฝั่ง” ดังที่มนุษย์ธรรมดาเค้าทำกัน... จึงมีความคิดที่จะพาไปเที่ยว “หัวหิน” ด้วยเส้นทางระหว่างอำเภอ ซึ่งมีแนวคู่ไปกับสายทางดังกล่าวและชาวบ้านใช้เป็นประจำอยู่แล้ว อีกทั้งยังสมบูรณ์ด้วยบรรยากาศแปลกตาจากการเลาะเลียบอ่าวไทยไปโดยตลอด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และก็เป็นดังเช่นปกติก่อนออกเดินทางทุกครั้งที่ต้องเริ่มด้วยการเติมน้ำมันจนแน่นถังจาก “ปั้ม” แถวแดนอิทธิพลของชาวเรา ก่อนใช้ทางด่วน “เฉลิมมหานคร” จากดินแดงตรงไปเบี่ยงออกขวาที่พระรามสี่ เพื่อตียาวข้ามสะพานแขวน และลงสู่พื้นราบที่ถนนพระรามสอง พร้อมกับมุ่งหน้าออกจากเมืองไปผ่าน “จ.สมุทรสาคร” หรือนิยมเรียกกันว่า “มหาชัย” ซึ่งเมื่อข้ามแม่น้ำท่าจีนไปแล้วก็จะผ่าน “วัดเกตุมฯ” ตลอดจนพื้นที่นาเกลือแปลงใหญ่ ครั้นพอถึง กม. 63 ก็เป็นทางแยกต่างระดับที่เข้าสู่ “จ.สมุทรสงคราม” จากนั้นก็ถัดไปเล็กน้อยด้วยทางแยกเข้า “ดอนหอยหลอด” แล้วต่อด้วยการข้ามแม่น้ำแม่กลอง โดยจากนี้ไปก็ต้องเตรียมตัวเลี้ยวในอีกไม่กี่ กม.ข้างหน้า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตรงกม. 72 (หลักกม.อยู่ที่ไหล่ทางผั่งขวา) ทางด้านซ้ายของเส้นทางจะเป็นที่ตั้งของ “ปั้มปตท.” ขนาดใหญ่พอสมควร ซึ่งมี “ก๋ยวเตี๋ยวปลาคลองโคน” ตั้งอยู่ภายใน พร้อมกับมีทางคู่ขนานเส้นเล็กๆ ขนาบชิดไฮเวย์อยู่ ต้องแยกออกซ้ายตรงนี้เพื่อไปวิ่งในเส้นทางคู่ขนานประมาณ 100 เมตร ก่อนเลี้ยวซ้ายเข้า “ภนนรพช.สส.3001” สายดอนจั่น-เขายี่สาร ที่มีป้าย “เส้นทางลัดไป อ.ชะอำ” กำกับอยู่อีกแผ่น เมื่อเลี้ยวเข้าไปแล้วสภาพทางจะค่อนข้างแคบ และผิวทางชำรุดพอประมาณในช่วง 3 กม.แรก พร้อมกันนั้นก็ยังเรียงรายด้วยสะพานแบบที่คอหักชันจนต้อง “คลานข้าม” สถานเดียวในช่วงต่อๆ ไปอีกสิบกว่าแห่ง แต่การใช้ความเร็วในระดับ 90 กม./ชม. ก็ยังสามารถกระทำได้ดีพอสมควรเมื่อผ่านพ้นช่วงชำรุดมาแล้ว ซึ่งจะต้องลดความเร็วกันจริงๆ ก็แค่อีตอนข้ามสะพาน หรือตรงโค้งหักศอกแคบๆ ที่มีอยู่เยอะอีกเหมือนกันเท่านั้น...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อเข้าจากปากทางไปได้ 8 กม. ก็จะพบ “สภต.เขายี่สาร” ตั้งอยู่ทางซ้าย และถัดไปเล็กน้อยก็ต้องเลี้ยวซ้ายที่ป้าย “ทางไปวัดปากลัด” ซึ่งหลังจากเลี้ยวไปได้ประมาณ 1 กม. จะพบทางลูกรังค่อนข้างเรียบดักอยู่อีก 3 กม. นัยว่ากำลังจะราดยางในเวลาอันใกล้นี้ ต่อจากนั้นก็ขึ้นทางหลวงชนบท พบ.4012 ผิวทางดี แต่แคบและคดโค้ง เพื่อไปข้าม สะพานเฉลิมพระเกียรติ ซึ่งเป็นสะพานสูง และโค้งข้าม “ปากแม่น้ำบางตะบูน” โดยมีร้าน “เรือแลเล” ที่นำเรือเอี้ยมจุ๊นเก่ามาดัดแปลงเป็นร้านอาหาร เพื่อนั่งละเลียดชมปากแม่น้ำที่เชื่อมต่อกับอ่าวไทยอย่างได้บรรยากาศอยู่ตรงเชิงสะพานฝั่งซ้าย... ต่อจากนั้นเส้นทางจะค่อนข้างตรงไปจนถึงแยกซ้ายที่เป็นถนนประมงเจริญ อันเป็นเส้นทางเข้าสู่ “อ.บ้านแหลม” ซึ่งจะมีหลักกม. 13 ของทางหลวง #3176 ตั้งอยู่ทางซ้าย นั่นคือ จากกม.นี้ไปเข้าตัวเมือง “เพชรบุรี” จะมีระยะทาง 13 กม. เมื่อรวมกับระยะที่วิ่งมาจาก “คลองโคน” ประมาณ 26 กม. ก็จะเป็น 39 กม. ด้วยกัน ถ้าเทียบกับเส้นทางสายหลักนับจากกม. 72 ไปทาง “วังมะนาว” และใช้ทางหลวง #4 เข้าสู่ตัวจังหวัดที่มีระยะประมาณ 41-42 กม.แล้ว ก็นับว่า “ลัด” กว่ากันอยู่แค่นิดเดียว แต่ได้ในเรื่องของบรรยากาศซะมากกว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/APV/07-06-18/30.jpg" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;P30 บน “สะพานเฉลิมพระเกียรติ” ข้ามปากแม่น้ำบางตะปูน... และเห็นอ่าวไทยอยู่ลิบๆ&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/APV/07-06-18/31.jpg" border="0" /&gt; &lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/APV/07-06-18/32.jpg" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;P31 ร้านเรือแลเล... บรรยากาศตอนแดดล่มลมตก เหมาะกับอาหารเย็น&lt;br /&gt;P32 ฉางเกลือตั้งเรียงรายตลอดสองฟากถนน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color: rgb(51, 102, 255);"&gt;ไม่ลัดดังค่าคุย&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;เมื่อผ่านหลักกม.13 ที่ว่าแล้วจะต้องเลี้ยวซ้ายเข้าถนนหน้าอำเภอ เพื่อข้ามแม่น้ำเพชรบุรีไปทาง “วัดต้นสน” แล้วข้ามแยกทางหลวง #3178 ซึ่งเข้าสู่ตัวจังหวัดได้เหมือนกันเพื่อใช้ทางหลวงชนบท พบ.4028 ตรงไปทาง “หาดเจ้าสำราญ” ที่อยู่ห่างออกไป 33 กม. เส้นทางในช่วงนี้พาดผ่านความเวิ้งว้างของนาเกลือเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งทางฝั่งซ้ายจะโล่งตลอดไปจนถึงทะเลในลักษณะที่สวยแปลกไปอีกแบบ เมื่อลองวาดภาพดูว่าถ้ามีมอเตอร์เวย์มาตั้งขนานโด่เด่ให้เห็นตลอดแนวชายฝั่งคง “อัปลักษณ์” พิลึก และระหว่างสองข้างทางก็มี “ฉางเกลือ” ตั้งเรียงรายขนาบไปเป็นระยะ เพราะช่วงเวลาที่วิ่งผ่านอยู่ระหว่างกลางหน้าฝนพอดี จึงไม่มีใครมาลงแรงให้เห็น เพราะแต่ละคนต้องง่วนอยู่กับการปิดหลุมไม่ให้น้ำฝนชะละลายกองเกลือซะมากกว่า สายทางดังกล่าวจะผ่าน “บ.บางขุนไทร-บปากทะเล-บ.บางแก้ว-แหลมหลวง-หาดเจ้าสำราญ” (“แหลมผักเบี้ย” อยู่ด้านในชิดทะเล) โดยตรงแยก “หาดเจ้าสำราญ” ที่มีเส้นทางยาว 15 กม.มาจากตัวจังหวัดนั้น ถ้านับจาก “กรุงเทพฯ” ตามสายหลักจะสั้นกว่าสายที่ผ่านมานี้อยู่ประมาณ 15 กม.ด้วยกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/APV/07-06-18/33.jpg" border="0" /&gt; &lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/APV/07-06-18/34.jpg" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;P33 ซ้ายมือต่อจากนาเกลือออกไปคือ อ่าวไทย... คิดดูว่าถ้ามีมอเตอร์เวย์โผล่มาตั้งโด่เด่อยู่ริมทะเลแล้วจะอัปลักษณ์ขนาดใหน&lt;br /&gt;P34 คอนโดนกนางแอ่นที่ อ.บ้านแหลม... ปลูกทิ้งไว้เดี๋ยวนกนางแอ่นก็บินมาสร้างรังให้แคะขายเอง... ไม่ต้องไปจับจองเสียค่าภาคหลวงในถ้ำตามเกาะที่ภาคใต้&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จากแยก “หาดเจ้าฯ” ก็ยังคงใช้เส้นทางสายเดิมตรงไปหา “หาดปิกเตียน-บ.บางเก่า-บ.บางเกตุ” และผ่านเข้าหน้า “บ้านพักพนักงาน ชลประทานซีเมนต์” ก่อนตัดออกไปหา “แยกหาดชะอำ” ของทางหลวง #4 กันเลย ปรากฏว่าเมื่อถึงตรงนี้จะวัดระยะจาก “คลองโคน” มาได้ 83.2 กม. ซึ่งเมื่อคิดตามเส้นทางหลักจากจุดนี้กลับไปหากม.72 จะได้ระยะทางประมาณ 82 กม. กลายเป็นยาวกว่ากันอยู่กม.กว่าๆ มิได้ลัดได้เป็นสิบๆ กม.ดังคำกล่าวอ้างของโครงการ ทั้งนี้เมื่อดูกันจากแผนที่จะสังเกตได้ว่าในช่วง “บางตะบูน” อ่าวจะเว้าเข้ามาเยอะ และตรงช่วง “หาดเจ้าสำราญ” พื้นดินจะยื่นออกไปหาทะเลแล้วจึงค่อยๆ เอียงลงไปทาง “ชะอำ” ถ้าจะวางแนวตัดตรงกันจริงๆ ต้องลงไปวิ่งกันอยู่กลางทะเลแบบห่างฝั่งหลายกม. ซึ่งค่าก่อสร้างจะแพงลิบลิ่มและเสี่ยงต่อการถูกเรือประมงหรือเรือเดินทะเลชนพังทะลายในช่วงที่เกิดลมพายุ แถมยังลัดได้ไม่น่าจะเกินสิบกว่ากม.แค่นั้นเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;span style="color: rgb(51, 102, 255);"&gt;&lt;strong&gt;90 กม./ชม. “11.87กม./ลิตร”&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;เมื่อกลับขึ้นมาใช้ทางหลวง #4 สายหลักจาก “แยกหาดชะอำ” ได้ขับขี่แบบเนียนๆ ต่อไปยัง “อ.หัวหิน” กันเลย และได้เข้าปั้มเพื่อตรวจสอบอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงครั้งแรกในช่วงก่อนถึง “ตลาดฉัตรชัย” เล็กน้อย ซึ่งปรากฏว่าจากการขับขี่ในย่านความเร็ว 90 กม./ชม. ที่แถวๆ 2,850 รอบต่อนาที บนเส้นทางวิบากน้อยๆ แคบและคดโค้งจนทำให้จำเป็นต้องเปลี่ยนเกียร์ค่อนข้างบ่อย โดยมีการขับคลึงคันเร่งรักษาระดับความเร็วคงที่ในช่วงออกจากกรุงจนถึงกม.72 และจาก “ชะอำ” จนถึง “หัวหิน” ด้วยระยะทางรวมทั้งหมด 196.5 กม.นั้น ได้เผาผลาญเบ็นซิน 91 ไป 16.554 ลิตร หรือคำนวณออกมาได้เท่ากับ “11.87 กม./ลิตร” จัดว่าประหยัดอยู่ในชั้นใช้ได้เลยทีเดียว ซึ่งถ้าเป็นการเดินทางแบบเนียนๆบนไฮเวย์ตลอดทางดังเช่นที่ใช้ในการทดสอบคันอื่นๆ ก็น่าจะได้ถึงระดับ “12 กม./ลิตร” อย่างแน่นอน ทั้งนี้จะสังเกตได้เลยว่ากับอัตราการบริโภคภายในตัวเมืองซึ่งต้องเปลี่ยนเกียร์ไป/มาแทบตลอดเวลา เมื่อมาใช้ความเร็วคงที่แบบเกียร์ไม่เปลี่ยนจังหวะบ่อยจนเกินไปนักก็จะกลายเป็นประหยัดได้จากวิธีการขับขี่ของตนเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ต่อจากนั้นจะเป็นการขับวนเวียนไปทาง “เขาเต่า” และ “เขาตะเกียบ” เพื่อหาทำเลเหมาะๆ เก็บภาพประกอบเรื่อง ซึ่งจากการที่วันนั้นเป็นวันอาทิตย์ ทำให้หลายๆแห่งพลุกพล่านไปด้วยผู้คน อีกทั้งเมฆฝนก็ปกคลุมจนแทบไม่มีแสงตะวัน ภาพที่พอจะนำมาใช้ได้จึงเป็นชุดจากบน “วัดเขาตะเกียบ” ตามที่ได้เห็นอยู่ โดยหลังจากวิ่งวนเก็บภาพตามที่กล่าวแล้วก็ได้กลับลงมาเติมน้ำมันให้แน่นอีกครั้งในตลาด แล้วจึงเริ่มเดินทางกลับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เส้นทางขากลับจะยึดเอาแนวทางหลวง 34 สายหลัก วิ่งมาผ่าน “อ.ชะอำ-อ.ท่ายาง” แล้วตรงเข้าสู่ “จ.เพชรบุรี” จากนั้นก็ใช้เส้นทางปกติมาทางแยก “วังมะนาว” เพื่อวัดระยะทางและนำไปเปรียบเทียบกับ “ทางลัด” ดังที่กล่าวไปแล้ว (จากกม.72 มาถึงแยก “วังมะนาว” จะห่างกันอยู่ประมาณ 8-9 กม.) ซึ่งเมื่อมาถึงตรงนี้ก็เลือกที่จะวิ่งตรงตามทางหลวง 34 เพื่อข้ามผ่าน “จ.ราชบุรี-นครปฐม” เพราะปริมาณยานยนต์บนเส้นทางสายดังกล่าวจะมีไม่มากนักทำให้คุมความเร็วได้ดีกว่า โดยการตรวจวัดอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงครั้งที่สองจะกระทำที่ปั้มตรงช่วงเลยแยก “พระประโทน” นครปฐมมาเล็กน้อย และจากการใช้ความเร็วคงที่ในระดับ 110 กม./ชม. ด้วยรอบเครื่องยนต์แถวๆ 3,500 รอบต่อนาที บนไฮเวย์สี่เลนท่ามกลางกระแสการจราจรที่หนาแน่นพอประมาณได้ส่งผลออกมาว่า จากระยะทาง 170.3 กม. ที่ผ่านมา ได้สูญเสียเชื้อเพลิงไปรวมทั้งสิ้น 16.67 ลิตร ซึ่งหารกันออกมาได้ “10.21 กม./ลิตร” จัดได้ว่าเป็นอัตราที่เหมาะสมพอสมควร เมื่อเทียบกับลักษณะรถและขนาดความจุของเครื่องยนต์ที่ต้องแบกน้ำหนักในระดับ 1,325 กก. เช่นนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การตรวจวัดอัตราสิ้นเปลืองในการเดินทางไกลสำหรับ “APV” จะกระทำเพียงสองระดับคามเร็ว เพราะดูเหมาะสมกับเรือนร่างของยานแบบครอบครัวเช่นนี้มากกว่า นอกจากนั้นในการใช้ความเร็วสูงต่อเนื่องกันนานๆ ก็น่าจะได้ผลลัพธ์ใกล้เคียงกับ “Vitara 1.6” รุ่นที่แล้ว จึงขอละในส่วนนี้ไว้ให้เป็นการเลือกใช้วิธีขับขี่ตามแต่สถานการณ์ของแต่ละบุคคลจะดีกว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บทสรปสำหรับยานรุ่นดังกล่าวนี้คงเป็นที่ยอมรับในเรือนร่างทรงเสน่ห์แบบสะเอวสูงที่ดูเก๋ไปอีกแบบ โดยความโดดเด่นที่น่าพอใจจะได้แก่ เรื่องของห้องโดยสารที่รองรับสมาชิกของครอบครัวได้อย่างเหลือเฟือด้วยความสบายแบบไม่แตกต่างกันมากระหว่างแต่ละที่นั่งขณะที่เรื่องของพละกำลังและอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงก็ไม่เลวร้ายถึงกับ “รับไม่ได้” ซึ่งถ้า “ใจเย็น” ไปเรื่อยๆ ก็น่าจะให้ผลลัพธ์ที่ดียิ่งซะด้วยซ้ำ แล้วไป “น่าใช้” กันในเรื่องของสนนราคาที่ไล่ตังแต่รุ่นประหยัดด้วยค่าตัวไม่กี่แสนจนหรูสุดในรุ่นนี้ที่แค่ “เจ็ดแสนต้นๆ” เท่านั้นเอง โดยในส่วนของระบบห้ามล้อที่ด้อยกว่าชาวบ้านหน่อยนั้น ถ้าไม่ใช่การขับขี้แบบปรู๊ดปร๊าด “แร่ด” จริงๆ ก็แทบจะไม่รู้สึกถึงอาการที่ว่าอีกเหมือนกัน... “คบได้” คือคำตอบสุดท้ายครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;span style="color: rgb(51, 102, 255);"&gt;&lt;strong&gt;ข้อมูลและรายละเอียด SUZUKI “APV” 1.6 GLX&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color: rgb(51, 102, 255);font-size:130%;" &gt;ลักษณะรถ&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt; Compact MPV 3 ตอน 5 ประตู 8 ที่นั่ง&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color: rgb(51, 102, 255);"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ขนาดและน้ำหนัก&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;ความยาว มม. 4,155&lt;br /&gt;ความกว้าง มม. 1,665&lt;br /&gt;ความสูง มม. 1,855&lt;br /&gt;ระยะ Over Hang หน้า มม. 700&lt;br /&gt;ระยะ Over Hang หลัง มม. 830&lt;br /&gt;ความยาวฐานล้อ มม. 2,625&lt;br /&gt;ความกว้างฐานล้อ หน้า มม. 1,435&lt;br /&gt;ความกว้างฐานล้อ หลัง มม. 1,435&lt;br /&gt;ระดับต่ำสุดจากพื้น มม. 170 (จากใต้อ่างน้ำมันเกียร์)&lt;br /&gt;น้ำหนักรถโดยประมาณ กก. 1,325&lt;br /&gt;ความจุถังน้ำมันเชื้อเพลิง ลิตร 43&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color: rgb(51, 102, 255);font-size:130%;" &gt;กระทะล้อ อัลลอย 14 x 5 J ระยะ Off-set 45&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;แบบ 5 รูน็อต 114.3 มม.&lt;br /&gt;ขนาดยาง 185/80 R 14&lt;br /&gt;เส้นรอบวงยาง มม. 2,030&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color: rgb(51, 102, 255);"&gt;แรงดันลมยาง (ปอนด์ : ตารางนิ้ว)&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;รถปล่า หน้า 29 หลัง 35&lt;br /&gt;ผู้โดยสารเต็ม หน้า 32 หลัง 44&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color: rgb(51, 102, 255);font-size:130%;" &gt;เครื่องยนต์&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;รหัสเครื่องยนต์ G 16 A&lt;br /&gt;แบบเครื่องยนต์ เบนซิน 4 สูบ SOHC 16 วาล์ว หัวฉีด&lt;br /&gt;ปริมาตรความจุ 1,590&lt;br /&gt;ความกว้างกระบอกสูบ มม. 75.0&lt;br /&gt;ระยะช่วงชัก มม. 90.0&lt;br /&gt;อัตราส่วนกำลังอัด 9.5 : 1&lt;br /&gt;ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีด MPI ควบคุมด้วยอิเล็คทรอนิคส์&lt;br /&gt;น้ำมันเชื้อเพลิง เบ็นซิน RON 91&lt;br /&gt;ระบบจุดระเบิด Direct Coil&lt;br /&gt;แรงม้าสูงสุด/ที่รอบเครื่องยนต์ 68 kW (92 ps)/ 5,750&lt;br /&gt;แรงบิดสูงสุด/ที่รอบเครื่องยนต์ 127 Nm (12.95 กก.-ม.)/ 4,500&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color: rgb(51, 102, 255);font-size:130%;" &gt;ระบบส่งกำลัง&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;ระบบเกียร์ อัตโนมัติเดินหน้า 4 จังหวะ&lt;br /&gt;รหัสเกียร์ “0372 LE”&lt;br /&gt;ระบบคลัทซ์ ทอร์คคอนเวอร์เตอร์ พร้อมระบบล็อคอัพ&lt;br /&gt;อัตราทด (ต่อ 1) 2.826 – 1.493 – 1.000 – 0.730 ถอยหลัง 2.7030&lt;br /&gt;ระบบขับเคลื่อน ขับเคลื่อน 2 ล้อหลัง&lt;br /&gt;อัตราทดเฟืองท้าย 5.375&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color: rgb(51, 102, 255);font-size:130%;" &gt;การบังคับเลี้ยว&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;ระบบพวงมาลัย แร็คแอนด์พิเนี่ยน พร้อมเพาเวอร์ผ่อนแรง&lt;br /&gt;รัศมีวงเลี้ยว (เมตร) 4.9 ม.&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color: rgb(51, 102, 255);"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ระบบกันสะเทือน&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;ด้านหน้า อิสระ แม็คเฟอร์สันสตรัท เหล็กกันโคลง&lt;br /&gt;ด้านหลัง คานแข็ง แหนบแผ่นซ้อน ช็อคแอ็บซอร์บเบอร์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color: rgb(51, 102, 255);"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ระบบห้ามล้อ&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;ระบบ สองวงจร พร้อมหม้อลมช่วยผ่อนแรง&lt;br /&gt;หน้า ดิสค์เบรค แบบมีช่องระบายความร้อน&lt;br /&gt;ขนาด 240 x 22 มม. ลูกสูบเดียว&lt;br /&gt;หลัง ดรัมเบรค แบบปรับผ้าเบรคอัตโนมัติ&lt;br /&gt;พร้อมวาล์วปรับแรงดันน้ำมันเบรค LSPV&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color: rgb(51, 102, 255);"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;สมรรถนะจากการทดสอบ&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;เครื่องมือแสดงผล VERICOM VC 3000 DAQ&lt;br /&gt;ตัวเลขตามหน้าปัด... ในวงเล็บ = ความเร็วจริง&lt;br /&gt;รอบเครื่องสูงสุด 5,800 รอบต่อนาที... เรดไลน์ที่ 6,500 รอบต่อนาที&lt;br /&gt;ความเร็วสูงสุด 150 กม./ชม. ที่เกียร์ 4 รอบเครื่อง 4,750 รตน. (147.44 กม./ชม.)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color: rgb(51, 102, 255);font-size:130%;" &gt;ระยะ 10.0 กม. เครื่องวัดแสดงค่า 9.9 กม.&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;ความเร็ว 100 กม./ชม. ที่เกียร์ 3 ใช้รอบเครื่อง 4,300 รตน. (97.44 กม./ชม.)&lt;br /&gt;ความเร็ว 120 กม./ชม. ที่เกียร์ 3 ใช้รอบเครื่อง 5,200 รตน. (117.83 กม./ชม.)&lt;br /&gt;ความเร็ว 100 กม./ชม. ที่เกียร์ 4 ใช้รอบเครื่อง 3,200 รตน. (99.33 กม./ชม.)&lt;br /&gt;ความเร็ว 120 กม./ชม. ที่เกียร์ 4 ใช้รอบเครื่อง 3,800 รตน. (117.95 กม./ชม.)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color: rgb(51, 102, 255);font-size:130%;" &gt;ความเร็วสูงสุดในแต่ละเกียร์&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;เกียร์ 1 45 กม./ชม. ที่ 5,750 รตน. (46.10 กม./ชม.)&lt;br /&gt;เกียร์ 2 88 กม./ชม. ที่ 5,800 รตน. (88.03 กม./ชม.)&lt;br /&gt;เกียร์ 3 128 กม./ชม. ที่ 5,600 รตน. (126.89 กม./ชม.)&lt;br /&gt;เกียร์ 4 150 กม./ชม. ที่ 6,200 รตน. (147.44 กม./ชม.)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color: rgb(51, 102, 255);font-size:130%;" &gt;ชิฟท์เกียร์เอง&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;เกียร์ 1 52 กม./ชม. ที่ 6,200 รตน. (49.71 กม./ชม.)&lt;br /&gt;เกียร์ 2 96 กม./ชม. ที่ 6,350 รตน. (96.37 กม./ชม.)&lt;br /&gt;เกียร์ 3 144 กม./ชม. ที่ 6,250 รตน. (141.62 กม./ชม.)&lt;br /&gt;เกียร์ 4 150 กม./ชม. ที่ 4,750 รตน. (147.44 กม./ชม.)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color: rgb(51, 102, 255);font-size:130%;" &gt;อัตราเร่งจากจุดหยุดนิ่ง&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;ความเร็ว กม./ชม. เวลา (วินาที) ระยะ (เมตร) เกียร์&lt;br /&gt;0-40 4.27 25.3 1&lt;br /&gt;0-60 7.87 75.6 2&lt;br /&gt;0-80 12.79 171.3 2&lt;br /&gt;0-100 19.12 349.6 3&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color: rgb(51, 102, 255);font-size:130%;" &gt;อัตราเร่งแซง&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;กม./ชม. เวลา (วินาที) ระยะ (เมตร)&lt;br /&gt;40-60 3.48 49.4&lt;br /&gt;40-80 8.02 138.1&lt;br /&gt;40-100 16.96 361.2&lt;br /&gt;60-80 4.64 91.1&lt;br /&gt;60-100 12.48 289.6&lt;br /&gt;80-100 7.79 197.2&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color: rgb(51, 102, 255);font-size:130%;" &gt;อัตราเร่ง ¼ ไมล์ ระยะ 402 เมตร&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;เปิดแอร์ (วินาที) 21.03 ที่ 104.9 กม./ชม.&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color: rgb(51, 102, 255);"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ระยะเบรค&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;ความเร็ว กม./ชม. เวลา (วินาที) ระยะ (เมตร) เกียร์&lt;br /&gt;40-0 1.54 9.7 3&lt;br /&gt;60-0 2.35 19.2 4&lt;br /&gt;100-0 4.27 57.3 4&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;span style="color: rgb(51, 102, 255);"&gt;ระดับเสียงภายในห้องโดยสาร... แสดงผลโดย DIGITAL “DS 40”&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;รอบเครื่อง/ความเร็ว ระดับเสียงต่ำสุด (แรงลมแอร์ระดับ ¼)&lt;br /&gt;0 กม./ชม. 750 rpm 50.7 dB&lt;br /&gt;60 กม./ชม. 1,400 rpm 64.3 dB&lt;br /&gt;100 กม./ชม. 2,150 rpm 69.4 dB&lt;br /&gt;130 กม./ชม. 2,750 rpm 74.8 dB&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color: rgb(51, 102, 255);"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ย&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;ในเมือง 6.76 กม./ลิตร&lt;br /&gt;เดินทาง (90 กม./ชม.) 11.87 กม./ลิตร&lt;br /&gt;เดินทาง (110 กม./ชม.) 10.21 กม./ลิตร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ราคา ณ วันทดสอบ (ม.ค. 48) 719,000 บาท&lt;br /&gt;ผู้แทนจำหน่าย : บริษัท ซูซูกิ ออโต้โมบิล (ประเทศไทย) จำกัด&lt;br /&gt;โทรศัพท์ 0-2247-9397&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขอขอบคุณ... บริษัท ซูซูกิ ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เอื้อเฟื้อรถทดสอบ&lt;br /&gt;ขอขอบคุณ... Auto 4 WD Suspension อำนวยความสะดวกในการถ่ายภาพช่วงล่าง&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9121136793600780935-4142508595633396586?l=suzukiclubthai.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://suzukiclubthai.blogspot.com/feeds/4142508595633396586/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9121136793600780935&amp;postID=4142508595633396586' title='1 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9121136793600780935/posts/default/4142508595633396586'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9121136793600780935/posts/default/4142508595633396586'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://suzukiclubthai.blogspot.com/2007/05/apv.html' title='รีวิวซูซูกิAPV โดยนิตยสารนักเลงรถกระบะ'/><author><name>webmaster</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04682246217302500999</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='31' src='http://photos1.blogger.com/x/blogger2/4225/1104169234043570/410/101593/gse_multipart61735.jpg'/></author><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9121136793600780935.post-3182673813677966733</id><published>2007-06-30T15:27:00.000+07:00</published><updated>2007-06-30T15:27:04.638+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='APV'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='Video'/><title type='text'>วีดีโอซูซูกิAPV มีให้ดูถึง 4 ตัว</title><content type='html'>&lt;embed width="320" height="240" type="application/x-shockwave-flash" wmode="transparent" src="http://vid149.photobucket.com/player.swf?file=http://vid149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/video/article/APV/07-06-30/07-06-27apv_global_commercial.flv"&gt;&lt;/embed&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;คลิ๊กที่รูปด้านบนเพื่อรับชมทันที หรือ &lt;/span&gt;&lt;a href="http://www.mediafire.com/?7xngrdmx2tm" target="_blank"&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;Download 3.84Mb&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#55a8f8;"&gt;&lt;strong&gt;Mobile Living&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;เป็นโฆษณาAPV ที่ทำออกมาเพื่อใช้ทั่วโลก ตัวเดียวกับที่มีบนหน้าเว็บซูซูกิ ออโตโมบิล (ประเทศไทย) หายากจริงๆครับ ได้มาก็ดีใจมากเพราะว่าในโฆษณาชิ้นนี้โชว์APV วิ่งอยู่หลายมุมและก็แสดงประโยชน์ใช้สอยได้เป็นอย่างดี ด้วยconcept "Mobile Living" หรือห้องนั่งเล่นเคลื่อนที่ เนื้อเรื่องคือ มีครอบครัวหนึ่งอยู่ที่บ้านในเช้าวันหยุด และพ่อแม่คิดจะพาลูกๆที่ซุกซนทั้งสามไปเที่ยวชายหาด โดยการใช้APV เป็นยานพาหนะบรรทุกสมาชิกทั้ง5 คน แต่ด้วยความโอ่โถงของรถทำให้การเดินทางเป็นไปอย่างสนุกสนาน ลูกๆก็เล่นกันในรถเพลิดเพลินระหว่างเดินทาง เหมือนกำลังอยู่ที่ห้องนั่งเล่นที่บ้าน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;embed width="320" height="240" type="application/x-shockwave-flash" wmode="transparent" src="http://vid149.photobucket.com/player.swf?file=http://vid149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/video/article/APV/07-06-30/07-06-278APV_8style.flv"&gt;&lt;/embed&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;คลิ๊กที่รูปด้านบนเพื่อรับชมทันที หรือ &lt;/span&gt;&lt;a href="http://www.mediafire.com/?d2eqyrcnxzr" target="_blank"&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;Download 8.78Mb&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#55a8f8;"&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;8 APV 8 ไสตล์&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;เป็นวีดีโอของทางชมรมAPV อินโดนีเซีย ที่เค้าได้ออกทีวีกัน โดยทางรายการได้ถ่ายทำเกี่ยวกับรถAPV ของพวกเค้าและกิจกรรมที่ทำกัน โดยจะได้เห็นการแต่งรถAPV ถึง 8 รูปแบบ และขบวนรถAPV ที่ขับเรียงกันไปตามท้องถนน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;embed width="320" height="240" type="application/x-shockwave-flash" wmode="transparent" src="http://vid149.photobucket.com/player.swf?file=http://vid149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/video/article/APV/07-06-30/07-06-27APV_130kmh.flv"&gt;&lt;/embed&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;คลิ๊กที่รูปด้านบนเพื่อรับชมทันที หรือ &lt;/span&gt;&lt;a href="http://www.mediafire.com/?flb552yzzvx" target="_blank"&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;Download 1.87Mb&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#55a8f8;"&gt;APV เร่งเครื่องจนถึง 130 กม./ชม.&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;วีดีโอแสดงหน้าปัดของรถAPV ระหว่างทำการเร่งเครื่องยนต์จาก 0-130 กม./ชม. โชว์กันเห็นๆเลย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;embed width="320" height="240" type="application/x-shockwave-flash" wmode="transparent" src="http://vid149.photobucket.com/player.swf?file=http://vid149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/video/article/APV/07-06-30/07-06-27apv_thai_commercial.flv"&gt;&lt;/embed&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;คลิ๊กที่รูปด้านบนเพื่อรับชมทันที หรือ &lt;/span&gt;&lt;a href="http://www.mediafire.com/?bl0hoxbzart" target="_blank"&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;Download 765Kb&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#55a8f8;"&gt;&lt;strong&gt;ภาพยนต์โฆษณา Suzuki APV ของไทย ออกอากาศเมื่อปลายปี 48&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;เผื่อบางท่านยังไม่เคยเห็น&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9121136793600780935-3182673813677966733?l=suzukiclubthai.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://suzukiclubthai.blogspot.com/feeds/3182673813677966733/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9121136793600780935&amp;postID=3182673813677966733' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9121136793600780935/posts/default/3182673813677966733'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9121136793600780935/posts/default/3182673813677966733'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://suzukiclubthai.blogspot.com/2007/06/apv-4.html' title='วีดีโอซูซูกิAPV มีให้ดูถึง 4 ตัว'/><author><name>webmaster</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04682246217302500999</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='31' src='http://photos1.blogger.com/x/blogger2/4225/1104169234043570/410/101593/gse_multipart61735.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9121136793600780935.post-8480411478186750895</id><published>2007-06-28T21:37:00.000+07:00</published><updated>2007-06-28T21:37:23.255+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='Thai_News'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='Swift'/><title type='text'>(ไทยลดภาษีรถจากมาเลย์เหลือ 0-5%) + (สวิฟต์เริ่มประกอบในมาเลย์เมื่อเดือนที่ผ่านมา) = สิ่งดีๆอาจมาถึงเมืองไทย เร็วๆนี้</title><content type='html'>&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Swift/07-06-28/07-06-28Swift.jpg" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;รูปประกอบจากอินเตอร์เน็ท ไม่เกี่ยวข้องกับบทความ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"หลายท่านที่กำลังลุ้นให้สวิฟต์มีการผลิตขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านกลุ่มอาฟต้าก็ได้สมใจไปแล้ว เมื่อโรงงานซูซูกิในมาเลเซียได้เริ่มขึ้นไลน์การผลิตไปเมื่อ พ.ค. 50 ที่ผ่านมา และยิ่งไปกว่านั้น บัดนี้ทางไทยเราก็ได้อนุมัติลดภาษีนำเข้ารถ Completely Built-up (CBU) จากมาเลเซียลงเหลือ 0-5% ตามเงื่นไขของอาฟต้าแล้ว หลังจากที่มาเลเซียได้ลดภาษีสินค้ายานยนต์ทุกรายการลง เหลือ 0-5% ตามเงื่อนไขของอาฟต้าเรียบร้อยแล้ว ซึ่งทั้งสองเหตุการนี้ทำให้การนำเข้าสวิฟต์จากมาเลย์เข้ามาขายในไทยโดยมีราคาขายอย่างสมเหตุสมผลนั้น อาจไม่นานเกินรอครับ"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2550 ปีที่ 30 ฉบับที่ 10700&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ค่ายรถอ้อนบีโอไอตัวกลางเจรจาคลังปรับซีซีรถอีโคคาร์เกิน1300ซีซี ครม.ไฟเขียวลดภาษีรถมาเลย์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บีโอไอแจง 10 บริษัทรถยนต์ ย้ำชัดสิทธิภาษีสรรพสามิต 17% ต้องผ่านเงื่อนไขบีโอไอ แต่ยอมผ่อนปรนให้ปรับสเปครถอีโคคาร์เพื่อส่งออกได้ ค่ายรถยนต์อ้อนบีโอไอเป็นตัวกลางเจรจาคลังขอปรับซีซีรถ จากที่กำหนดแค่ 1300 ซีซี ด้าน ครม.อนุมัติลดภาษีตามอาฟต้าให้กับสินค้ารถยนต์ของมาเลเซียแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นายสาธิต ชาญเชาว์กุล เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยภายหลังเชิญผู้แทนค่ายรถยนต์ในประเทศกว่า 10 บริษัท มาชี้แจงนโยบายส่งเสริมโครงการรถยนต์ประหยัดพลังงานตามมาตรฐานสากล (อีโคคาร์) ว่าได้ชี้แจงรายละเอียดของสิทธิประโยชน์ เงื่อนไขต่างๆ ของโครงการอีโคคาร์ โดยส่วนใหญ่ถามถึงการปรับลดภาษีสรรพสามิตว่ารถนำเข้าจะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขบีโอไอหรือไม่ ซึ่งได้ชี้แจงว่าตามประกาศของกรมสรรพสามิตรถนำเข้าที่จะได้รับสิทธิภาษีสรรพสามิต 17% จะต้องได้รับการรับรองจากกระทรวงอุตสาหกรรม และต้องเป็นไปตามเงื่อนไขของบีโอไอ เช่นเดียวกับรถที่ผลิตในประเทศ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นายสาธิตกล่าวว่า ผู้ประกอบการสามารถปรับสเปคบางอย่างของรถอีโคคาร์ที่จะส่งออกได้ เพราะบางประเทศอาจจะไม่ต้องการมาตรฐานสูงเท่ากับการขายในประเทศ ก็สามารถลดสเปคลงได้ นอกจากนี้ รถอีโคคาร์อาจจะมีมากกว่า 1 รุ่นก็ได้ ซึ่งหลังจากนี้แต่ละบริษัทคงจะต้องไปจัดทำแผน หากสนใจจะลงทุนก็จะต้องยื่นข้อเสนอภายในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2550&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"สิทธิประโยชน์ส่วนใหญ่คงจะไม่มีการปรับแล้ว แต่มีรายละเอียดบางอย่างที่ผู้ประกอบการเสนอมา เช่น เงื่อนไขที่บีโอไอกำหนดให้รถอีโคคาร์จะต้องมีฐานโครงรถ (Platform) เดียวกัน ขอให้มีความยืดหยุ่น โดยไม่ต้องเหมือนกันทุกอย่าง เพื่อให้สามารถผลิตได้ครบ 1 แสนคัน ได้ในปีที่ 5 โดยให้แต่ละบริษัทไปจัดทำรายละเอียด Platform มาเสนอภายใน 2 สัปดาห์ แล้วค่อยมาพิจารณาอีกที"นายสาธิตกล่าว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นายนินนาท ไชยธีรภิญโญ นายกกิตติมศักดิ์ สมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย กล่าวว่า ทางผู้ประกอบการขอให้บีโอไอเป็นตัวกลางในการเจรากับกรมสรรพสามิตให้ยืดหยุ่นเรื่องการกำหนดขนาดของเครื่องยนต์ที่จะได้รับสิทธิภาษีสรรพสามิต 17% จากที่กำหนดไว้ 1300 ซีซี ให้มากขึ้นอีก แต่เป็นเท่าใดยังไม่ทราบเพื่อให้โครงการนี้เกิด เพราะเจตนารมณ์ของบีโอไอก็ชัดเจนว่าไม่ได้ต้องการกำหนดขนาดของเครื่องยนต์ แต่ทางสรรพสามิตกลัวว่าจะกระทบกับรถยนต์บางรุ่นที่มีอยู่ในตลาด และจะสูญเสียรายได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นอกจากนี้ ยังได้เสนอให้บีโอไอยืดหยุ่นเรื่องการกำหนด Platform ของรถให้เป็นแบบเดียวกัน เพื่อเปิดกว้างให้มีการผลิตรถมากกว่า 1 รุ่น และเปิดโอกาสให้สามารถนำรถที่มีการผลิตอยู่แล้วปรับรวมอยู่ในโครงการได้ด้วย เพื่อเพิ่มปริมาณให้ครบ 1 แสนคัน ภายในปีที่ 5 ได้ เพราะปัจจุบันตลาดรถในประเทศของทุกค่ายรวมกันมีเพียง 2 แสนคันต่อปี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นายโชติชัย สุวรรณภรณ์ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 26 มิถุนายนที่ผ่านมา ว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบเรื่องการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีภายใต้เขตการค้าเสรีอาเซียน (อาฟต้า) แก่ สินค้ายานยนต์ชนิด Completely Built-up (CBU) จากมาเลเซีย ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ ตามมติคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจ ระหว่างประเทศ (กนศ.) และให้หน่วยงานอาฟต้าของไทยเป็นผู้ติดตามผลการนำเข้าหลังจากที่ไทยได้ให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีภายใต้อาฟต้าแก่มาเลเซีย เนื่องจากที่ผ่านมา ครม.มีมติชะลอการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีภายใต้อาฟต้าแก่สินค้ายานยนต์มาเลเซีย จนกว่ามาเลเซียจะมีการยกเลิกการใช้มาตรการกีดกันทางการค้าที่มิใช่ภาษีในสินค้าดังกล่าวตามนโยบายยานยนต์แห่งชาติ โดยเฉพาะการออกใบอนุญาตนำเข้าสินค้ายานยนต์ ดังนั้น เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2549 มาเลเซียได้ลดภาษีสินค้ายานยนต์ทุกรายการลง เหลือ 0-5% ตามเงื่อนไขของอาฟต้าเรียบร้อยแล้ว ทำให้กระทรวงการคลังและ กนศ.เห็นด้วยที่จะให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีแก่สินค้ายานยนต์ซีบียู จากมาเลเซีย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หน้า 18&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://www.matichon.co.th/matichon/matichon_detail.php?s_tag=01eco02270650&amp;day=2007/06/27" target="_blank"&gt;ลิงค์ต้นฉบับ&lt;/a&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9121136793600780935-8480411478186750895?l=suzukiclubthai.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://suzukiclubthai.blogspot.com/feeds/8480411478186750895/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9121136793600780935&amp;postID=8480411478186750895' title='2 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9121136793600780935/posts/default/8480411478186750895'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9121136793600780935/posts/default/8480411478186750895'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://suzukiclubthai.blogspot.com/2007/06/0-5.html' title='(ไทยลดภาษีรถจากมาเลย์เหลือ 0-5%) + (สวิฟต์เริ่มประกอบในมาเลย์เมื่อเดือนที่ผ่านมา) = สิ่งดีๆอาจมาถึงเมืองไทย เร็วๆนี้'/><author><name>webmaster</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04682246217302500999</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='31' src='http://photos1.blogger.com/x/blogger2/4225/1104169234043570/410/101593/gse_multipart61735.jpg'/></author><thr:total>2</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9121136793600780935.post-3256597894939969939</id><published>2007-06-26T01:21:00.000+07:00</published><updated>2007-06-26T01:21:50.531+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='APV'/><title type='text'>เพลง APV จากอินโดนีเซีย</title><content type='html'>&lt;span style="font-size:85%;"&gt;&lt;a href="http://www.mediafire.com/?1wi1zxyb2uc" target="_blank"&gt;คลิ๊กเพื่อดาวน์โหลด 2Mb&lt;/a&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เป็นไงบ้างครับหลังจากได้ฟังเพลงAPV ไปแล้ว? ตอนแรกผมเองก็ไม่คิดว่าจะมีจริงๆนะครับ&lt;br /&gt;แต่หลังจากได้ฟังแล้วก็ทึ่งในความรักเจ้าAPV ของคนอินโดนีเซีย ถึงขนาดนำมาแต่งเป็นเพลงกันเลยทีเดียว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตอนแรกก็คิดๆอยู่กว่าหนึ่งสัปดาห์ว่าจะนำเพลงมาลงไว้ที่เว็บดีหรือเปล่า เพราะว่าไม่แน่ใจว่าคนไทยฟังเพลงสำเนียงอินโดแล้วจะถูกใจหรือเปล่า แต่ผมคิดว่ามันเพราะในแบบฉบับของเค้านะครับ&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9121136793600780935-3256597894939969939?l=suzukiclubthai.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://suzukiclubthai.blogspot.com/feeds/3256597894939969939/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9121136793600780935&amp;postID=3256597894939969939' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9121136793600780935/posts/default/3256597894939969939'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9121136793600780935/posts/default/3256597894939969939'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://suzukiclubthai.blogspot.com/2007/06/apv_13.html' title='เพลง APV จากอินโดนีเซีย'/><author><name>webmaster</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04682246217302500999</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='31' src='http://photos1.blogger.com/x/blogger2/4225/1104169234043570/410/101593/gse_multipart61735.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9121136793600780935.post-4022756644377980085</id><published>2007-06-18T11:29:00.000+07:00</published><updated>2007-06-18T11:29:42.947+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='Global_News'/><title type='text'>ซูซูกิเล็งรัสเซียตั้งโรงงานใหม่</title><content type='html'>&lt;a href="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Others/07-06-18/07-06-18sx4_sedan.jpg" target="blank"&gt;&lt;img style="width: 400px; height: 300px;" src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Others/07-06-18/07-06-18sx4_sedan.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดย ผู้จัดการออนไลน์ 16 มิถุนายน 2550 13:20 น.&lt;br /&gt;ลิงค์ต้นฉบับ http://www.manager.co.th/Motoring/ViewNews.aspx?NewsID=9500000068621&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ข่าวต่างประเทศ - ซูซูกิ กระโดดเข้าสู่ตลาดรถยนต์เกิดใหม่สุดฮ็อตอย่างรัสเซียเหมือนกับผู้ผลิตรถยนต์รายอื่น ประกาศเตรียมก่อสร้างโรงงานประกอบแห่งใหม่บนดินแดนหลังม่านเหล็กให้กับรถยนต์ 2 รุ่น คือ เอสเอ็กซ์4 และแกรนด์ วีทารา และคาดว่าทุกอย่างจะเสร็จสิ้นภายในปี 2009&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การลงนามในครั้งนี้เป็นการเซ็นบันทึกความเข้าใจกับรัฐบาลของรัสเซียในการก่อสร้างโรงงานประกอบรถยนต์แห่งใหม่ ซึ่งจะตั้งอยู่ในเมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ซึ่งคาดว่าซูซูกิจะใช้เงินลงทุนประมาณ 115 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือ 4,025 ล้านบาทสำหรับการก่อสร้างโรงงานแห่งนี้ ซึ่งจะมีการสร้างงานได้ประมาณ 500 อัตรา ส่วนกำลังการผลิตในช่วงแรกจะอยู่ที่ 30,000 คันต่อปี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก่อนหน้านี้ซูซูกิมีทีท่าว่าจะเข้าสู่ตลาดรัสเซียในแบบร่วมทุนกับผู้ผลิตรถยนต์รายอื่นที่มีไลน์ประกอบอยู่แล้ว แต่ยอดการผลิตไม่สูงมาก ต้องการพันธมิตรเข้ามาแชร์ไลน์ประกอบเพื่อลดต้นทุน โดยเล็งไปที่นิสสัน แต่หลังจากที่ซูซูกิส่งทีมมาศึกษาและพิจารณาถึงความเป็นไปได้ในการเปิดตลาดแห่งนี้ ซูซูกิก็ตัดสินใจเดินหน้าลุยโดยลำพังเพราะเห็นว่าน่าจะสามารถแจ้งเกิดได้ไม่ยาก&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9121136793600780935-4022756644377980085?l=suzukiclubthai.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://suzukiclubthai.blogspot.com/feeds/4022756644377980085/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9121136793600780935&amp;postID=4022756644377980085' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9121136793600780935/posts/default/4022756644377980085'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9121136793600780935/posts/default/4022756644377980085'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://suzukiclubthai.blogspot.com/2007/06/blog-post_18.html' title='ซูซูกิเล็งรัสเซียตั้งโรงงานใหม่'/><author><name>webmaster</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04682246217302500999</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='31' src='http://photos1.blogger.com/x/blogger2/4225/1104169234043570/410/101593/gse_multipart61735.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9121136793600780935.post-5399386629760416285</id><published>2007-06-09T14:03:00.000+07:00</published><updated>2007-06-09T14:03:04.715+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='Global_News'/><title type='text'>ซูซูกิเปิดเผยถึงการประกอบสวิฟต์ครั้งแรกในมาเลเซีย</title><content type='html'>&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Global_News/07-06-09/07-06-09assemble_swift.jpg" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ซูซูกิเปิดเผยถึงการประกอบสวิฟต์ครั้งแรกในมาเลเซีย&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;ข่าวต่างประเทศวันที่ 2 มิถุนายน 2550&lt;br /&gt;แปลโดย เว็บมาสเตอร์&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;ที่มา http://www.nst.com.my/Current_News/NST/Saturday/National/20070602075353/Article/index_html &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รองนายก ดาโต๊ะ สิหริ นาจิบ ราแซ็ก ของมาเลเซียได้ทำการเปิดตัวสายการผลิตรถยนต์ซูซูกิ สวิฟต์ เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร ไปเมื่อวานนี้&lt;br /&gt;ซึ่งสวิฟต์จะถูกประกอบขึ้นที่ DRB-Hicom Bhd ซึ่งเป็นโรงงานซูซูกิในมาเลเซีย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ซูซูกิญี่ปุ่นได้ทำสัญากับกับซูซูกิมาเลเซียเมื่อ มีนาคม 2006 ในสิทธิ์ในการประกอบสวิฟต์ในมาเลเซีย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ซูซูกิมาเลเซียถือหุ้นโดย DRB-Hicom Bhd และได้ลงทุนในหุ่นยนต์เชื่อมรถยนต์เพื่อประกอบสวิฟต์ถึง 20 ล้านเหรียญมาเลเซีย (ประมาณ 200 ล้านบาท)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ซูซูกิมาเลเซียเป็นโรงงานที่ไม่ไช่โครงการรถยนต์แห่งชาติโรงงานแรกที่ใช้หุ่นยนต์ในการเชื่อมรถยนต์ ซึ่งสายการผลิตที่มีหุ่นยนต์เป็นตัวช่วยในการประกอบนี้ ตั้งเป้าไว้ว่าจะสามารถผลิตรถสวิฟต์ได้ประมาณ 300 คันในระยะแรก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นายบาสตาแมม ฮามาส ผู้บริหารของซูซูกิมาเลเซีย บอกว่าสวิฟต์ที่ประกอบในมาเลเซียจะสามารถเปิดตัวและออกจำหน่ายได้ภายในเดือนหน้า และมีราคาถูกกว่ารุ่นนำเข้า ซึ่งเขากล่าวว่าจะมีราคาต่ำกว่ารุ่นนำเข้าประมาณ 30%&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9121136793600780935-5399386629760416285?l=suzukiclubthai.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://suzukiclubthai.blogspot.com/feeds/5399386629760416285/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9121136793600780935&amp;postID=5399386629760416285' title='4 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9121136793600780935/posts/default/5399386629760416285'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9121136793600780935/posts/default/5399386629760416285'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://suzukiclubthai.blogspot.com/2007/06/blog-post_09.html' title='ซูซูกิเปิดเผยถึงการประกอบสวิฟต์ครั้งแรกในมาเลเซีย'/><author><name>webmaster</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04682246217302500999</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='31' src='http://photos1.blogger.com/x/blogger2/4225/1104169234043570/410/101593/gse_multipart61735.jpg'/></author><thr:total>4</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9121136793600780935.post-4793114015922535027</id><published>2007-06-07T20:05:00.000+07:00</published><updated>2007-06-07T20:05:21.083+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='Review'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='Swift'/><title type='text'>รีวิวซูซูกิสวิฟต์ใหม่</title><content type='html'>&lt;a href="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Swift/07-05-31/1.jpg" target="_blank"&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Swift/07-05-31/thumb_1.jpg" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;font-size:130%;" &gt;ซับคอมแพ็คคาร์ 5 ประตู เล็กพริกขี้หนูจากค่ายซูซูกิ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ซูซูกิสวิฟต์ Swift ได้ถือกำเนิดขึ้นครั้งแรกในปี 1985 และถูกพัฒนาอย่างต่อเนื่องจนถึงรุ่นปัจจุบัน สำหรับรุ่นปัจจุบันเป็นการออกแบบใหม่หมดทั้งคันและมีการเปิดตัวครั้งแรกในงาน ปารีส ออโต้ ซาลอน 2004 และได้รับความนิยมเป็นอย่างสูงในหลายประเทศหลังจากเปิดตัว เนื่องจากรูปลักษณ์โดดเด่นและยังบังเอิญดูคล้ายกับมินิ คูเปอร์ จากค่ายบีเอ็มดับเบิลยูอีกด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นิตยาสาร Autocar จากประเทศอังกฤษให้คะแนนสวิฟต์สูงถึง 4 เต็ม 5 ดาว หลังจากขับทดสอบ โดยให้นิยามไว้ว่า “เป็นรถที่สร้างความประทับใจในทุกๆด้าน” และได้ 4 เต็ม 5 ดาวในการทดสอบการชนโดยสถาบัน EURO NCAP ของยุโรป และยังได้รับรางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมแห่งปีจากหลายสถาบันทั่วโลก ทั้งหมดนี้คงสามารถการันตีคุณภาพของรถยนต์จากซูซูกิได้เป็นอย่างดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Swift/07-05-31/thumb_2.jpg" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;ส่วนหนึ่งของรางวัลต่างๆที่สวิฟต์ได้มา&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ซูซูกิตั้งเป้าให้สวิฟต์มีขายทัวโลก โดยเดินสายการผลิตในโรงงานต่างๆที่ซูซูกิเป็นเจ้าของหรือถือหุ้นอยู่ เช่นโรงงานใน ฮังการี่ อินเดีย ญี่ปุ่น และล่าสุดได้ขึ้นไลน์ประกอบสวิฟต์ที่มาเลเซียแล้ว&lt;br /&gt;หลังจากเริ่มออกจำหน่ายในปี 2005 สวิฟต์ทำยอดขายในญี่ปุ่นได้เกินเป้าที่วางไว้มาก ซึ่งสูงกว่าเท่าตัว สวิฟต์ยังเป็นที่นิยมอย่างมากในประเทศอินเดียโดยส่วนประกอบส่วนใหญ่ของรถยังผลิตขึ้นในอินเดียอีกด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สำหรับประเทศไทยก็มีกลุ่มสมาชิกที่ชื่นชอบในสวิฟต์อยู่แล้ว แต่ด้วยราคาขายในประเทศไทยที่สูงถึง 1,188,000 บาท (เนื่องจากต้องเสียภาษีนำเข้าทั้งคันจากประเทศญี่ปุ่น) จึงขายได้เฉพาะผู้ที่รักซูซูกิจริงๆเท่านั้น ที่เหลือก็รอคอยให้มีราคาขายไม่สูงไปกว่ารถซับคอมแพ็คคาร์อื่นๆ เช่นโตโยต้ายารีส หรือมินิเอ็มพีวี อย่างฮอนด้าแจ๊ส ซึ่งจะเป็นไปได้หากมีการนำเข้าสวิฟท์จากประเทศกลุ่มอาเซี่ยนหรือประกอบในประเทศไทย&lt;br /&gt;เพียงแค่รถรุ่นเดียวอาจเป็นตัวจุดประกายสร้างยอดขายอย่างเป็นกอบเป็นกำให้แก่ซูซูกิ ออโต้โมบิล (ประเทศไทย) เฉกเช่นเดียวกับที่เชฟโรเลตได้ ซาฟิร่า เป็นรถรุ่นแรกของบริษัทหลังเริ่มก่อตั้งในปี 2543 เป็นตัวจุดชนวนยอดขาย ซึ่งในขณะนั้นเชฟโรเลตมีผู้แทนจำหน่ายอยู่เพียง 21 แห่งทั่วประเทศไทย ซึ่ง 4 แห่งตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพฯ เท่านั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;font-size:130%;" &gt;ภายนอก&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Swift/07-05-31/3.jpg" target="_blank"&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Swift/07-05-31/thumb_3.jpg" /&gt;&lt;/a&gt; &lt;a href="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Swift/07-05-31/4.jpg" target="_blank"&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Swift/07-05-31/thumb_4.jpg" /&gt;&lt;/a&gt; &lt;a href="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Swift/07-05-31/5.jpg" target="_blank"&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Swift/07-05-31/thumb_5.jpg" /&gt;&lt;/a&gt; &lt;a href="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Swift/07-05-31/6.jpg" target="_blank"&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Swift/07-05-31/thumb_6.jpg" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การออกแบบที่ลงตัวโดยได้ผสมผสานระหว่างความคล่องตัวและความมั่นคงในการขับขี่ สวิฟต์มีไฟหน้าขนาดใหญ่และช่องรับอากาศทรงกว้างใต้กันชนหน้าไสตล์รถสปอร์ต รูปทรงและเส้นสายถูกออกแบบให้บ่าของรถมีทรงสูง มีมิติและดูบึกบึน ส่วนของหน้าต่างมีความกลมกลืนดูเป็นแนวเดียวกันทุกด้าน ทำให้ผู้พบเห็นรับรู้ได้ทันทีว่า นี่เป็นรถรูปแบบใหม่ที่เปี่ยมไปด้วยพลังและแรงบันดาลใจในการทะยานไปข้างหน้า สวิฟต์ยังถูกออกแบบให่มีซุ้มล้อขนาดใหญ่และอยู่ใกล้กับส่วนปลายของตัวถังรถมากที่สุดเพื่อเพิ่มความยึดเกาะถนนเป็นเยี่ยม ที่มาขายในประเทศไทยเป็นรุ่น XS ตัว Top ของประเทศญี่ปุ่นมีไฟตัดหมอกมาให้ด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Swift/07-05-31/thumb_7.jpg" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Swift/07-05-31/8.jpg" target="_blank"&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Swift/07-05-31/thumb_8.jpg" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;รูปลักษณ์โดดเด่นและยังบังเอิญคล้ายกับมินิ คูเปอร์&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ความจริงแล้วเรื่องรูปลักษณ์ของรถยนต์จะสวยหรือไม่อย่างไรก็ย่อมขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละบุคคลครับ ผมจึงนำภาพรถในหลายมุมมองมาให้ดูกัน ชอบหรือไม่อย่างไรก็ฝากคอมเมนต์ไว้ท้ายบทความได้ครับ &lt;span style="font-size:85%;"&gt;(คลิ๊กที่ภาพเพื่อขยายใหญ่)&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;*ทางเราต้องขอขอบคุณ คุณวชิระ โธมัส (Hut) ที่อนุญาตให้เรานำรูปรถมาประกอบการรีวิวครับ คุณ Hut คือผู้ที่ซื้อเจ้าสวิฟต์เป็นคันแรกของประเทศไทยเราครับ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Swift/07-05-31/9.jpg" target="_blank"&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Swift/07-05-31/thumb_9.jpg" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;ห้องโดยสารเงียบไร้เสียงรบกวน&lt;/span&gt; ด้วยค่าสัมประสิทธ์แรงเสียดทานอากาศต่ำเพียง 0.32 มาจากองค์ประกอบของรถเช่น ช่องรับอากาศทรงกว้างใต้กันชนหน้า เหลี่ยมมุมของรถที่ออกแบบให้เหมือนเป็นสปอยเลอร์ในตัวและกระจกมองข้างยังได้ออกแบบให้มีรูปทรงลู่ลมมากที่สุด จึงมีการต้านลมน้อยทำให้เสียงลมเล็ดลอดผ่านเข้าในห้องโดยสารได้น้อยมากเช่นกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;font-size:130%;" &gt;ภายใน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Swift/07-05-31/10.jpg" target="_blank"&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Swift/07-05-31/thumb_10.jpg" /&gt;&lt;/a&gt;    &lt;a href="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Swift/07-05-31/11.jpg" target="_blank"&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Swift/07-05-31/thumb_11.jpg" /&gt;&lt;/a&gt; &lt;a href="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Swift/07-05-31/12.jpg" target="_blank"&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Swift/07-05-31/thumb_12.jpg" /&gt;&lt;/a&gt; &lt;a href="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Swift/07-05-31/13.jpg" target="_blank"&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Swift/07-05-31/thumb_13.jpg" /&gt;&lt;/a&gt; &lt;a href="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Swift/07-05-31/14.jpg" target="_blank"&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Swift/07-05-31/thumb_14.jpg" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;1. ห้องโดยสารกว้างขวาง เบาะคู่หน้าปรับเอนและถอยได้อย่างอิสระให้ความพอดีระหว่างเท้ากับคันเร่ง เบาะมีระยะปรับถอยได้ถึง 240 มม. และปรับความสูงได้ 30 มม. โดดเด่นด้วยพวงมาลัยสามก้านและรูปแบบเกียร์ไสตล์สปอร์ต มาตรวัดความเร็วอยู่ในตำแหน่ง 6 องศา ซึ่งเป็นมุมที่สายตาตกลงโดยธรรมชาติ&lt;br /&gt;2. เบาะหลังถูกออกแบบให้สามารถนั่งได้สบายหรือพับขึ้นเพื่อใช้เก็บสำภาระ เบาะมีสัดส่วน 40/60 แบ่งเป็นสองท่อนสามารถพับเก็บได้ง่ายดาย&lt;br /&gt;3. พื้นที่เก็บสำภาระด้านหลังแบนราบ สะดวกในการใช้งานด้วยช่องฝากระโปรงหลังที่เปิดได้กว้าง&lt;br /&gt;4. รูปแสดงห้องโดยสารด้านหน้าและแผงควบคุมในเวลาสว่าง&lt;br /&gt;5. รูปแสดงห้องโดยสารด้านหน้าและแผงควบคุมในเวลามึด (สวยงามด้วยไฟส่องสว่าง Back light)&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;font-size:130%;" &gt;เครื่องยนต์&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Swift/07-05-31/15.jpg" target="_blank"&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Swift/07-05-31/thumb_15.jpg" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สวิฟต์รุ่นที่มาขายในประเทศไทยเป็นรุ่น XS ซึ่งเป็นตัว Top ของประเทศญี่ปุ่น ใช้เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร VVT ให้กำลังสูงสุด 74 กิโลวัตต์ ที่ 6,000 รอบต่อนาที และแรงระเบิดสูงสุด 133 นิวตันเมตร ที่ 4,000 รอบต่อนาที เกียร์ออโต้ 4 สปีต พร้อมความสามารถในการเปลี่ยนเกียร์ได้เองโดยผู้ขับ (Manual Override) ขับเคลื่อน 2 ล้อหน้า (ในญี่ปุ่นมีรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อด้วยนะครับ ราคาแพงกว่าตัวขับเคลื่อน 2 ล้อประมาณ 1 แสนบาท) เครื่องยนต์ถูกออกแบบให้ทำกำลังได้สูงในรอบเครื่องต่ำ สามารถตอบสนองทุกรูปแบบการขับขี่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Swift/07-05-31/16.jpg" target="_blank"&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Swift/07-05-31/thumb_16.jpg" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;ประสิทธิภาพเครื่องยนต์ที่เพิ่มขึ้น&lt;/span&gt; ด้วยเทคโนโลยี่ VVT (Variable Valve Timing) ที่เข้ามามีบทบาทในการเพิ่มประสิทธิภาพและกำลังเครื่องยนต์ ประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นส่วนหนึ่งยังได้มาจากการใช้วัสดุเช่นพลาสติกในส่วนของระบบไอดี เนื่องจากพลาสติกเป็นวัสดุที่มีความยืดหยุ่นสูงกว่าวัสดุอลูมิเนียมที่ใช้อยู่ทั่วไป ซึ่งพลาสติกทำให้อุณหภูมิของไอดีที่เข้าสู่ห้องเครื่องเย็นกว่าเดิม ซึ่งช่วยเพิ่มกำลังเครื่องยนต์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;font-size:130%;" &gt;อัตราสิ้นเปลือง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Swift/07-05-31/thumb_17.jpg" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Swift/07-05-31/thumb_18.jpg" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ข้อมูลของทั้งสองหน่วยงานมีความใกล้เคียงกันจึงพอจะเชื่อถือได้ครับ ก็ได้อยู่ราวๆ 13-15 กม./ ลิตรครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;font-size:130%;" &gt;ทดลองขับ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Swift/07-05-31/19.jpg" target="_blank"&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Swift/07-05-31/thumb_19.jpg" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จากการทดสอบของ parkers.co.uk บอกว่าสวิฟท์ให้ความสบายในการขับขี่แม้ในการเดินทางไกล เบาะรถมีลักษณะโอบรับกับสรีระทำให้นั่งได้สบายและยึดเกาะตัวได้ดีในขณะเข้าโค้ง&lt;br /&gt;สวิฟต์ให้ความรู้สึกเหมือนขับขี่รถที่มีขนาดใหญ่กว่า เนื่องจากความยาวระหว่างฐานล้อต่อขนาดรถสูง จึงมีความรู้สึกมั่นคงและเกาะถนนดี ทัศนวิศัยในการขับขี่ดีมากเนื่องจากตำแหน่งของคนขับอยู่สูง ฝากระโปรงหน้าลาดลงและไม่มาบดบังทัศนวิศัย ห้องโดยสารเงียบมากในขบขับขี่ ไม่มีเสียงของลมหรือเสียงล้อที่เคลื่อนที่ไปบนถนนแม้ขณะขับด้วยความเร็วบนทางด่วน มีเพียงเสียงจากเครื่องยนต์เท่านั้นแต่ก็เกิดขึ้นเพียงขณะเร่งเครื่องยนต์ในรอบสูง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;font-size:130%;" &gt;อุปกรณ์อำนวยความสะดวก&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Swift/07-05-31/20.jpg" target="_blank"&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Swift/07-05-31/thumb_20.jpg" /&gt;&lt;/a&gt; &lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Swift/07-05-31/thumb_21.jpg" /&gt; &lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Swift/07-05-31/thumb_22.jpg" /&gt; &lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Swift/07-05-31/thumb_23.jpg" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;6. พวงมาลัยสามก้านไสตล์สปอร์ต ตรงกลางมีโลโกซูซูกิเด่นเป็นสง่า&lt;br /&gt;7. ที่พวงมาลัยมีปุ่มบังคับการทำงานของเครื่องเสียงรถยนต์&lt;br /&gt;8. มาตรวัดความเร็วเรียบง่ายอยู่ในตำแหน่ง 6 องศา ซึ่งเป็นมุมที่สายตาตกลงโดยธรรมชาติ&lt;br /&gt;9. รูปแบบเกียร์ให้ความรู้สึกเหมือนรถสปอร์ต&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Swift/07-05-31/24.jpg" target="_blank"&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Swift/07-05-31/thumb_24.jpg" /&gt;&lt;/a&gt; &lt;a href="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Swift/07-05-31/25.jpg" target="_blank"&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Swift/07-05-31/thumb_25.jpg" /&gt;&lt;/a&gt; &lt;a href="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Swift/07-05-31/26.jpg" target="_blank"&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Swift/07-05-31/thumb_26.jpg" /&gt;&lt;/a&gt; &lt;a href="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Swift/07-05-31/27.jpg" target="_blank"&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Swift/07-05-31/thumb_27.jpg" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;10-11. ตรงกลางคอนโซลหน้ามีหน้าปัดดิจิทัลแสดงข้อมูลเวลา อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง และอุณหภูมิภายนอกรถ&lt;br /&gt;12. เครื่องเสียงที่เป็นระบบช่องดูดแผ่น CD และรองรับระบบ MP3 พร้อมลำโพง 6 จุด&lt;br /&gt;13. ปุ่มปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศขนาดใหญ่จับถนัดมือ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Swift/07-05-31/thumb_28.jpg" /&gt; &lt;a href="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Swift/07-05-31/29.jpg" target="_blank"&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Swift/07-05-31/thumb_29.jpg" /&gt;&lt;/a&gt; &lt;a href="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Swift/07-05-31/30.jpg" target="_blank"&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Swift/07-05-31/thumb_30.jpg" /&gt;&lt;/a&gt; &lt;a href="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Swift/07-05-31/31.jpg" target="_blank"&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Swift/07-05-31/thumb_31.jpg" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;14. แผงควบคุมเซ็นทรัลล๊อกและกระจกไฟฟ้าออกแบบอย่างเรียบง่าย&lt;br /&gt;15. ช่องใส่ของอเนกประสงค์ขนาดใหญ่บริเวณกลางคอนโซลสามารถใส่แผ่น CD ได้&lt;br /&gt;16. ถาดใส่ของอเนกประสงค์เลื่อนได้บริเวณใต้เบาะหน้าที่ไม่มีใครเหมือน&lt;br /&gt;17. กุญแจรถแบบรีโมทอันทันสมัย&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;font-size:130%;" &gt;อุปกรณ์เพื่อความปลอดภัย&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Swift/07-05-31/32.jpg" target="_blank"&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Swift/07-05-31/thumb_32.jpg" /&gt;&lt;/a&gt; &lt;a href="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Swift/07-05-31/33.jpg" target="_blank"&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Swift/07-05-31/thumb_33.jpg" /&gt;&lt;/a&gt; &lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Swift/07-05-31/thumb_34.jpg" /&gt; &lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Swift/07-05-31/thumb_35.jpg" /&gt; &lt;a href="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Swift/07-05-31/36.jpg" target="_blank"&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Swift/07-05-31/thumb_36.jpg" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ด้วยความตระหนักถึงความปลอดภัยของผู้โดยสารเป็นอันดับต้นๆ วิศวกรของซูซูกิจึงได้ใส่มาตรฐานและเทคโนโลยี่เพื่อความปลอดภัยลงในสวิฟต์ สวิฟต์มีถุงลมนิรภัยหน้าทั้งสองข้างและถุงลมที่ด้านข้างหน้าต่างในรุ่น LTD ขึ้นไป และยังประกอบด้วยระบบเพื่อความปลอดภัยอื่นๆเช่น ระบบเบรก (ABS) ทั้งสี่ล้อ, ระบบกระจายแรงเบรก (EBD) และระบบช่วยการเบรกเพื่อหลีกเลี่ยงการชน และได้ 4 เต็ม 5 ดาวในการทดสอบการชนโดยสถาบัน EURO NCAP ของยุโรปซึ่งถือว่าเป็นมาตรฐานที่สูงมากในกลุ่มรถขนาดเล็ก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;font-size:130%;" &gt;ในสนามแข่ง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Swift/07-05-31/37.jpg" target="_blank"&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Swift/07-05-31/thumb_37.jpg" /&gt;&lt;/a&gt; &lt;a href="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Swift/07-05-31/38.jpg" target="_blank"&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Swift/07-05-31/thumb_38.jpg" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;18. ปัจจุบันซูซูกิเลือกใช้ Swift เป็นรถสำหรับการแข่งขัน Junior World Rally Championship&lt;br /&gt;19. ซูซูกิเลือกใช้ SX4 เป็นรถสำหรับการแข่งขัน World Rally Championship ในปี 2008&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ซูซูกิได้ส่งทีมเข้าร่วมการแข่งขัน Junior World Rally Championship อย่างต่อเนื่องและคว้าตำแหน่งแชมป์ในปี 2004 หลังจากเริ่มลงแข่งครั้งแรกเพียง 3 ปี และกำลังเตรียมทีมและรถเพื่อลงแข่ง World Rally Championship เป็นครั้งแรกในปี 2008 ความสำเร็จดังกล่าวทำให้เห็นถึงศักยภาพของรถและทีมวิศวกรจากซูซูกิได้เป็นอย่างดี&lt;br /&gt;ลิงค์พิเศษของซูซูกิเกี่ยวกับการเตรียมรถและทีมเพื่อเข้าสู่สังเวียน World Rally http://www.suzuki-wrc.com&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;font-size:130%;" &gt;รายละเอียดรถ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Swift/07-05-31/thumb_39.jpg" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Swift/07-05-31/thumb_40.jpg" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;font-size:130%;" &gt;วีดีโอ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;embed type="application/x-shockwave-flash" wmode="transparent" src="http://vid149.photobucket.com/player.swf?file=http://vid149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/video/article/swift/07-05-31/07-05-31swift_video.flv" height="389" width="430"&gt;&lt;/embed&gt;&lt;br /&gt;วีดีโอโฆษณาสั้นๆของสวิฟต์ ท่านจะได้เห็นสวิฟต์แบบภาพเคลื่อนไหว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;font-size:130%;" &gt;สรุปโดย SCT&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;ผมเชื่อว่าสวิฟต์สวยและเป็นที่ต้องตาคนไทยอยู่แล้ว เพียงแต่ติดที่เงื่อนไขเรื่องราคาเท่านั้น ความเห็นส่วนตัวของผมคือสวิฟต์ดูดีกว่าโตโยต้ายารีส และดูมีความเป็นรถสปอร์ตตรงใจวัยรุ่นและวัยทำงานดี หากมีราคาขายอยู่ในระดับเดียวกับโตโยต้ายารีสแล้ว คงจะมีให้เห็นวิ่งกันทั่วไปตามท้องถนนเป็นแน่&lt;br /&gt;สวิฟต์มิได้มีความสวยอย่างเดียว แต่คุณภาพของรถ เครื่องยนต์ และความปลอดภัยก็ได้ถูกพิสูจน์แล้วว่าได้คะแนนค่อนข้างสูง ผมจึงให้สวิฟต์ 8 เต็ม 10 ครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Swift/07-05-31/thumb_41.jpg" /&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9121136793600780935-4793114015922535027?l=suzukiclubthai.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://suzukiclubthai.blogspot.com/feeds/4793114015922535027/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9121136793600780935&amp;postID=4793114015922535027' title='2 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9121136793600780935/posts/default/4793114015922535027'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9121136793600780935/posts/default/4793114015922535027'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://suzukiclubthai.blogspot.com/2007/06/blog-post.html' title='รีวิวซูซูกิสวิฟต์ใหม่'/><author><name>webmaster</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04682246217302500999</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='31' src='http://photos1.blogger.com/x/blogger2/4225/1104169234043570/410/101593/gse_multipart61735.jpg'/></author><thr:total>2</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9121136793600780935.post-3263057623896097573</id><published>2007-06-02T02:54:00.000+07:00</published><updated>2007-06-02T02:54:28.573+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='APV'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='Video'/><title type='text'>ครั้งแรกของซูซูกิ APV บนสนามประลองความเร็ว</title><content type='html'>&lt;embed width="430" height="389" type="application/x-shockwave-flash" wmode="transparent" src="http://vid149.photobucket.com/remix/player.swf?videoURL=http%3A%2F%2Fvid149.photobucket.com%2Falbums%2Fs45%2Fsuzukiclubthai%2Fvideo%2Farticle%2FAPV%2F07-06-01%2F7488ff61.pbr&amp;amp;hostname=stream149.photobucket.com"&gt;&lt;/embed&gt;&lt;br /&gt;เป็นกิจกรรมการแข่งขันเล็กๆของชมรมเอพีวีที่อินโดนีเซีย ซึ่งที่อินโดนีเซียชมรมเอพีวีของเค้าค่อนข้างใหญ่ครับ นับถึงวันนี้เค้ามีสมาชิกแล้ว 400+ คัน&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9121136793600780935-3263057623896097573?l=suzukiclubthai.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://suzukiclubthai.blogspot.com/feeds/3263057623896097573/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9121136793600780935&amp;postID=3263057623896097573' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9121136793600780935/posts/default/3263057623896097573'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9121136793600780935/posts/default/3263057623896097573'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://suzukiclubthai.blogspot.com/2007/06/apv_02.html' title='ครั้งแรกของซูซูกิ APV บนสนามประลองความเร็ว'/><author><name>webmaster</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04682246217302500999</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='31' src='http://photos1.blogger.com/x/blogger2/4225/1104169234043570/410/101593/gse_multipart61735.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9121136793600780935.post-4153247521283008465</id><published>2007-06-02T01:43:00.001+07:00</published><updated>2007-06-02T01:43:51.587+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='APV'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='Video'/><title type='text'>ภาพยนต์โฆษณาซูซูกิ APV ของอินโดนีเซีย</title><content type='html'>&lt;embed width="430" height="389" type="application/x-shockwave-flash" wmode="transparent" src="http://vid149.photobucket.com/remix/player.swf?videoURL=http%3A%2F%2Fvid149.photobucket.com%2Falbums%2Fs45%2Fsuzukiclubthai%2Fvideo%2Farticle%2FAPV%2F07-06-01%2F3ddabd98.pbr&amp;amp;hostname=stream149.photobucket.com"&gt;&lt;/embed&gt;&lt;br /&gt;เอามาฝากเพื่อนๆที่ชื่นชอบเจ้าซูซูกิเอพีวีครับ&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9121136793600780935-4153247521283008465?l=suzukiclubthai.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://suzukiclubthai.blogspot.com/feeds/4153247521283008465/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9121136793600780935&amp;postID=4153247521283008465' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9121136793600780935/posts/default/4153247521283008465'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9121136793600780935/posts/default/4153247521283008465'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://suzukiclubthai.blogspot.com/2007/06/apv.html' title='ภาพยนต์โฆษณาซูซูกิ APV ของอินโดนีเซีย'/><author><name>webmaster</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04682246217302500999</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='31' src='http://photos1.blogger.com/x/blogger2/4225/1104169234043570/410/101593/gse_multipart61735.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9121136793600780935.post-2955929294938216889</id><published>2007-06-01T13:52:00.000+07:00</published><updated>2007-06-01T13:52:12.433+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='Video'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='Swift'/><title type='text'>วีดีโอโฆษณาของสวิฟต์</title><content type='html'>ครั้งนี้มีมาให้ดูถึง 4 ตัวเลยครับ&lt;br /&gt;&lt;embed width="430" height="389" type="application/x-shockwave-flash" wmode="transparent" src="http://vid149.photobucket.com/player.swf?file=http://vid149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/video/article/swift/07-05-31/07-05-31swift_video.flv"&gt;&lt;/embed&gt;&lt;br /&gt;&lt;embed width="430" height="389" type="application/x-shockwave-flash" wmode="transparent" src="http://vid149.photobucket.com/player.swf?file=http://vid149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/video/article/swift/07-05-31/07-05-31swift_video3.flv"&gt;&lt;/embed&gt;&lt;br /&gt;&lt;embed width="430" height="389" type="application/x-shockwave-flash" wmode="transparent" src="http://vid149.photobucket.com/player.swf?file=http://vid149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/video/article/swift/07-05-31/07-05-31swift_video_sexy1.flv"&gt;&lt;/embed&gt;&lt;br /&gt;&lt;embed width="430" height="389" type="application/x-shockwave-flash" wmode="transparent" src="http://vid149.photobucket.com/player.swf?file=http://vid149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/video/article/swift/07-05-31/07-05-31swift_video_sexy2.flv"&gt;&lt;/embed&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9121136793600780935-2955929294938216889?l=suzukiclubthai.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://suzukiclubthai.blogspot.com/feeds/2955929294938216889/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9121136793600780935&amp;postID=2955929294938216889' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9121136793600780935/posts/default/2955929294938216889'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9121136793600780935/posts/default/2955929294938216889'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://suzukiclubthai.blogspot.com/2007/06/blog-post_01.html' title='วีดีโอโฆษณาของสวิฟต์'/><author><name>webmaster</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04682246217302500999</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='31' src='http://photos1.blogger.com/x/blogger2/4225/1104169234043570/410/101593/gse_multipart61735.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9121136793600780935.post-8426211738110389412</id><published>2007-05-30T01:37:00.000+07:00</published><updated>2007-05-30T01:37:16.728+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='Global_News'/><title type='text'>Suzuki SX4 Sedan เติมเต็มไลน์รถเล็กในสหรัฐ</title><content type='html'>&lt;div&gt;&lt;embed src="http://widget-2f.slide.com/widgets/slideticker.swf" type="application/x-shockwave-flash" quality="high" scale="noscale" salign="l" wmode="transparent" flashvars="cy=ls&amp;il=1&amp;amp;channel=360287970198402095&amp;site=widget-2f.slide.com" style="width: 350px; height: 262px;" name="flashticker" align="middle"&gt;&lt;/embed&gt;&lt;div style="width: 350px; text-align: left;"&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 2221 27 พ.ค. - 30 พ.ค. 2550&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;Suzuki SX4 Sedan เติมเต็มไลน์รถเล็กในสหรัฐ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก่อนหน้านี้ อเมริกัน ซูซูกิ มอเตอร์ คอร์เปอเรชั่น (เอเอสเอ็มซี) ได้เปิดตัว เอสเอ็กซ์4 ในรูปแบบ รถครอสโอเวอร์ขนาดเล็กในตลาดสหรัฐอเมริกา เกาะกระแสรถลุยรูปโฉมทันสมัย และเมื่อไม่นานมานี้ เอเอสเอ็มซี ได้ส่ง เอสเอ็กซ์4 ในรูปแบบซีดานลงตลาดแดนมะกันบ้าง เพื่อเติมเต็มไลน์รถเล็กของตนในประเทศที่มีขนาดเท่าทวีปแห่งนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ซูซูกิ เอสเอ็กซ์ 4 ซีดาน เป็นผลงานจากทีมออกแบบซูซูกิ เอสเอ็กซ์ 4 ครอสโอเวอร์ ที่ได้รับคำชมและรางวัลในทวีปยุโรปมาแล้ว และเป็นการต่อยอดแนวทางการผลิตรถ "Way of Life" ของซูซูกิ ที่เน้นการผลิตรถสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวันที่มีเอกลักษณ์แบบซูซูกิ อย่างแท้จริง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นายโคอิชิ ซูซูกิ ประธานเอสเอเอ็มซี กล่าวถึงรถคันนี้ว่าเป็นรถซีดานขนาดคอมแพ็กท์ ที่มีองค์ประกอบที่ดีที่สุดคันหนึ่งและ ช่วยเติมเต็มไลน์การผลิตรถอเนกประสงค์ของบริษัทในตลาดสหรัฐอเมริกา ซึ่งผลงานการออกแบบที่โดดเด่นทำให้รถเล็กคันนี้มีความเย้ายวนชวนให้เป็นเจ้าของ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทีมงานออกแบบได้นำเอาเอกลักษณ์ของหน้ากากที่ใช้ในละครคาบูกิ (ละครโบราณของญี่ปุ่น) มาเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบหน้าตาของ เอสเอ็กซ์ 4 ซีดาน เส้นสายที่โค้งมนของโคมไฟหน้ากินพื้นที่ยาวไปถึงด้านข้างของตัวรถ เป็นภาพสะท้อนของภาพดวงตาบนหน้ากากในละครดังกล่าว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รับกับด้านหน้าที่ออกแบบมาให้เป็นรูปลิ่ม ซึ่งลงตัวกันอย่างพอเหมาะพอดี กับสปอยเลอร์หน้าบนกันชนขนาดใหญ่ เส้นสายด้านข้างดูเรียบง่าย มีโป่งล้อหน้า-หลังขนาดพองาม ไล่มาถึงด้านท้ายที่สะดุดตาด้วยโคมไฟขนาดใหญ่ ที่รวมเอาไฟเบรก ไฟเลี้ยว และไฟถอยเข้าไว้ด้วยกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ประตูบานใหญ่ เมื่อเทียบกับตัวรถ สามารถเปิดได้กว้างเพื่ออำนวยความสะดวกในการเข้า-ออกห้องโดยสาร ที่แข็งแรงจากการเสริมเหล็กนิรภัยในหลายจุด ซึ่งยังช่วยให้การควบคุมรถดีขึ้นเพราะอาการบิดตัวของรถลดน้อยลงไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อก้าวเข้ามาในห้องโดยสารจะพบกับอุปกรณ์ภายในที่เรียบง่าย แต่ครบครัน หน้าปัทม์ทรงกลมสามวง เดินขอบด้วยอะลูมิเนียมพร้อมไฟสีแดงอ่านค่าได้ง่าย พวงมาลัยสามก้าน พร้อมปุ่มควบคุมการทำงานของเครื่องเสียง และครูสคอนโทรล แกนกลางติดตั้งถุงลมนิรภัย 1 ใน 6 ลูก ที่ติดตั้งไว้รอบห้องโดยสาร เพื่อรองรับตัวผู้โดยสารทั้งหมดในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถุงลมนิรภัยจะทำงานร่วมกับเข็มขัดนิรภัยแบบ 3 จุด พร้อมระบบกำหนดแรงตึงล่วงหน้าและมีระบบจำกัดแรงตึง (pretensioner and force limiter)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขุมกำลังเป็นเครื่องยนต์เบนซินสี่สูบ 2.0 ลิตร 16 วาวล์ DOHC ผลิตแรงม้าสูงสุด 143 แรงม้า และ แรงบิด 136 ปอนด์-ฟุต ซึ่งเป็นเครื่องยนต์ที่ให้กำลังมากกว่าขุมกำลังของรถจากค่ายคู่แข่ง แรงขับเคลื่อนจากเครื่องยนต์จะส่งผ่านเกียร์ธรรมดา หรือ อัตโนมัติแบบ 5 สปีดตามแต่ลูกค้าจะเลือก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ซูซูกิ เอสเอ็กซ์ 4 ซีดานคันนี้ ถูกกำหนดให้เป็นรุ่นสำหรับปี 2008 และจะวางจำหน่ายในประเทศสหรัฐอเมริกา ช่วงครึ่งหลังของปีนี้ โดยเป็นตัวตายตัวแทนของเอสเอ็กซ์ 4 รุ่นปี 2006 ที่ช่วยเพิ่มยอดขายรถยนต์ในสหรัฐได้มากกว่า 100,000 คัน เป็นครั้งแรกในรอบ 22 ปีของเอเอสเอ็มซี สำหรับตลาดสหรัฐอเมริกา&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9121136793600780935-8426211738110389412?l=suzukiclubthai.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://suzukiclubthai.blogspot.com/feeds/8426211738110389412/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9121136793600780935&amp;postID=8426211738110389412' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9121136793600780935/posts/default/8426211738110389412'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9121136793600780935/posts/default/8426211738110389412'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://suzukiclubthai.blogspot.com/2007/05/suzuki-sx4-sedan.html' title='Suzuki SX4 Sedan เติมเต็มไลน์รถเล็กในสหรัฐ'/><author><name>webmaster</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04682246217302500999</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='31' src='http://photos1.blogger.com/x/blogger2/4225/1104169234043570/410/101593/gse_multipart61735.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9121136793600780935.post-7675861722528819022</id><published>2007-05-28T11:13:00.000+07:00</published><updated>2007-05-28T11:13:06.839+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='Thai_News'/><title type='text'>เคอิอิชิ อะซะโนะ "อีโคคาร์คือความหวังของซูซูกิ"</title><content type='html'>&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Thai_News/07-05-28/07-05-28interview_suzuki.jpg" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;จากหนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ&lt;br /&gt;วันที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2550 ปีที่ 30 ฉบับที่ 3900 (3100)&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;เคอิอิชิ อะซะโนะ "อีโคคาร์คือความหวังของซูซูกิ"&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;สัมภาษณ์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ภายหลังจาก "เคอิอิชิ อะซะโนะ" กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ซูซูกิ ออโตโมบิล ประเทศไทย จำกัด ได้เข้ามารับหน้าเสื่อดูแลตลาดรถยนต์ "ซูซูกิ" ในประเทศไทย เพื่อสานต่อนโยบายในการบริหาร งานจากกรรมการผู้จัดการใหญ่คนเก่า โดยเฉพาะการผลักดันโครงการรถยนต์นั่งขนาดเล็กประหยัดพลังงาน หรืออีโคคาร์ ให้บรรลุผลตามเป้าหมายที่ได้วางไว้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ประชาชาติธุรกิจ" ได้สัมภาษณ์พิเศษถึงนโยบายและทิศทางของซูซูกิในประเทศไทย ภายใต้การดำเนินงานของกรรมการผู้การใหญ่คนนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;- ตำแหน่งหน้าที่ก่อนเข้ามาดูแลตลาดในประเทศไทย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก่อนที่ผมจะมาดูแลตลาดในประเทศไทยนี้ ผมดูแลตลาดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือตลาดอาเซียนทั้งหมด ซึ่งถือเป็นตลาดที่ค่อนข้างจะใหญ่มากสำหรับเรา สำหรับซูซูกิแล้วจริงๆ ในเมืองไทยเราอาจจะยังค่อนข้างเล็กอยู่ เรายังไม่มีโรงงานประกอบรถยนต์ที่นี่ โดยเฉพาะเราไม่มีรถกระบะขนาด 1 ตัน ที่รัฐบาลให้การสนับสนุนอยู่ ซึ่งเป็นที่นิยมมากๆ ในบ้านเรา อาจจะยากสักหน่อย เราจะเพิ่มยอดจำหน่ายในสภาวการณ์ปัจจุบันนี้ แต่เราก็จะพยายามเป็นลำดับต่อไปที่จะเพิ่มส่วนแบ่งและยอดจำหน่ายสำหรับตลาดประเทศไทยในอนาคต&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;- ตั้งเป้าที่จะขยายตัวในอนาคตอย่างไร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แน่นอนเราจะต้องมีการแนะนำรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ออกสู่ตลาดเป็นลำดับ ซึ่งคงไม่ใช่เป็นการแนะนำในครั้งเดียวหลายๆ รุ่น และเราคงจะบอกไม่ได้ในตอนนี้ ซึ่งยังต้องเป็นความลับอยู่ แต่ว่าแผนการสำหรับรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ของเรานั้น ซึ่งอาจจะเป็น 2-3 ปีต่อรถยนต์ 1 รุ่น แน่นอนเราจะต้องขยายของซูซูกิในประเทศไทย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อีกอย่างหนึ่งคือการขยายตัวแทนจำหน่าย ซึ่งไม่ใช่แค่จำนวนตัวเลขเท่านั้น แต่เราต้องมุ่งเน้นในการพัฒนาคุณภาพด้วย ที่ซูซูกิเน้นคือผู้แทนจำหน่ายจะต้องมีคุณภาพด้วยเช่นกัน ปัจจุบันเรามีตัวแทนจำหน่าย 8 รายในกรุงเทพฯ แต่ถ้ารวมทั่วประเทศเรามีตัวแทนจำหน่ายทั้งหมดประมาณ 30 กว่าราย และเรามีแผนจะขยายเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 3-4 รายในปีนี้ ซึ่งขณะนี้กำลังรอเพียงการทำสัญญาเท่านั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;- แผนการตั้งโรงงานประกอบรถยนต์ในไทย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เรื่องสำคัญที่เรายังรอเพื่อให้เป็นแนวทางของซูซูกิต่อไปนับจากนี้ คือ เรากำลังกำลังรอคำตอบจากทางรัฐบาลอยู่ในเรื่องของโครงการรถยนต์ขนาดเล็กประหยัดพลังงาน หรือ "อีโคคาร์" เพื่อเป็นแนวทางของซูซูกิต่อไป เพราะบริษัทแม่และเราเองก็มีความชัดเจนที่ต้องการจะเข้าร่วมในโครงการนี้ และอยากนำผลิตภัณฑ์เข้ามาทำตลาดค่อนข้างมาก เนื่องจากค่อนข้างจะตรงกับความเชี่ยวชาญของซูซูกิ เรารอมานานแล้วและเราก็ยังรออยู่ว่าคำตอบสุดท้ายของทางรัฐบาลจะเป็นอย่างไรกับโครงการนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;- ตั้งความหวังในโครงการนี้แค่ไหน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จริงๆ แล้วถือเป็นเรื่องดีที่รัฐบาลได้กลับมาพิจารณาเรื่องนี้อีกครั้ง หลังจากสนับสนุนให้รถกระบะขนาด 1 ตัน เป็นโปรดักต์แชมเปี้ยนไปแล้ว ซึ่งรถกระบะก็ยังขายดีอยู่ และถ้ามีรถเล็กเข้ามาเป็นตัวเสริม เราก็มองว่ารถอีโคคาร์จะกลายมาเป็นโปรดักต์แชมเปี้ยนตัวที่ 2 ของประเทศไทยได้ ซึ่งวันนี้เราก็ยังคงรอคำตอบที่ชัดเจนจากรัฐบาลอยู่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;- มองว่าสเป็กที่รัฐบาลกำหนดไว้เหมาะสม หรือยัง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สำหรับซูซูกิเรามีจุดยืนที่ไม่คัดค้านอะไรกับสเป็กที่ทางรัฐบาลกำหนดไว้ แต่ตอนนี้เรารอเพียงแค่คำตอบที่ชัดเจนต่างหาก ส่วนตัวผมเองตอนนี้ก็ถือว่าเป็นช่วงรอยต่อระหว่าง "คุณทามาอิ" อดีตประธานคนเก่าที่เกษียณไปแล้ว ซึ่งแกก็อยากให้ผมเข้ามาสานต่อโครงการนี้ เพราะมองว่าโครง การนี้เป็นโครงการระยะยาวแน่ๆ ตอนนี้ผมอาจจะยังให้ข้อคิดเห็นกับเรื่องนี้มากไม่ได้ แต่ผมก็เห็นด้วยในเรื่องความปลอดภัย เพราะถือว่ามันเป็นเทรนด์ของตลาด และไม่ได้มีผลกระทบกับรถกระบะ 1 ตันอย่างที่หลายคนกังวล แน่นอนเราสนใจโครงการนี้มากๆ เพราะคุณทามาอิก็ได้ผลักดันและติดตามโครงการนี้มาตลอดระยะเวลา กว่า 3 ปี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ส่วนงบประมาณที่จะใช้ในการลงทุนโครงการนี้ เราคงต้องมีการพิจาณาเนื้อหาที่จะประกาศออกมาก่อนว่าเป็นอย่างไร เราต้องมองถึงความเสี่ยงในทุกด้านด้วย ผมคิดว่าถ้าทุกอย่างพร้อม เราน่าจะใช้ระยะเวลาสำหรับโครงการนี้อีกประมาณ 2 ปีเท่านั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;- วางแผนการทำตลาดในปีนี้ไว้อย่างไร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สำหรับปีนี้เราตั้งเป้าว่าจะมียอดขายอยู่ประมาณ 2,000 คัน ซึ่งมากกว่าปีที่ผ่านมาเล็กน้อย แบ่งเป็นรถกระบะแครี่ 70% สำหรับกระบะแครี่นั้น เราเปิดตัวมาตั้งแต่เดือนสิงหาคมปีที่แล้ว ซึ่งได้รับการตอบรับจากกลุ่มลูกค้าดีมากๆ เรามียอดขายเฉลี่ยเดือนละประมาณ 100 คัน ส่วนตัว วิทาร่า เราคงจะยังไม่ทำการตลาดมากนัก เพราะรถประเภทเอสยูวีมีความต้องการไม่สูงมากนัก แล้วผมคิดว่าถ้าเอาเข้ามาทำตลาดคงไม่มีความคุ้มค่าเท่าที่ควร ส่วนรถเก๋งเล็กอย่างสวิฟต์นั้น เราเพิ่งขายได้แค่ 4 คัน ซึ่งก็ถือว่าประสบความสำเร็จเนื่องจากรถยังมีราคาค่อนข้างสูง จากข้อจำกัดด้านภาษีของเมืองไทย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;- แผนการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รถรุ่นใหม่ที่เราเตรียมจะนำเข้ามาทำตลาดในเมืองไทย น่าจะเป็นรถขนาดเล็กซึ่งเราถือว่าเป็นผู้ชำนาญอยู่ ถ้าเรานำเข้ารถโดยตรงจากบริษัทแม่ที่ญี่ปุ่นคงจะเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยากแน่ที่จะขาย เพราะฉะนั้นในตลาดอาเซียนแล้ว อาจจะต้องมียุทธวิธีในการนำเข้าเพื่อทำตลาดในบ้านเราต่อไป ซึ่งคงต้องมีการศึกษาและวางแผนกันอีกที อย่างเช่นการนำรถรุ่นเอ็มพีวีจากประเทศอินโดนีเซียเข้ามาทำตลาดที่นี่ ก็กำลังไปได้ค่อนข้างดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ซึ่งการนำรถรุ่นใหม่เข้ามาเปิดตลาดนั้น อาจจำเป็นต้องอาศัยสิทธิพิเศษทางด้านภาษีผ่านทาง "อาฟต้า" เพราะเรามีโรงงานประกอบรถยนต์อยู่ในมาเลเซีย อินโดนีเซีย และเวียดนาม อย่างในมาเลเซียมีการประกอบรุ่นสวิฟต์ ซึ่งเริ่มผลิตมาตั้งแต่เดือนเมษายนปีที่ผ่านมา และอนาคตก็มีความเป็นไปได้ค่อนข้างมากที่เราจะนำสวิฟต์จากมาเลเซียเข้ามาจำหน่าย ซึ่งคงต้องศึกษาในรายละเอียดของกระบวนการต่างๆ ก่อน ส่วนในเวียดนามเราใช้เป็นฐานการผลิตตัวกระบะแครี่อยู่ในปัจจุบัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;- ประเมินสถานการณ์ตลาดในปีนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ปัจจุบันตลาดในบ้านเรากว่า 60% เป็นตลาดรถปิกอัพ และผู้นำตลาดก็ยังเป็นโตโยต้า ซึ่งมีสัดส่วนในตลาดค่อนข้างสูง แต่ผมมองว่านับจากนี้ไปตลาดรถยนต์ในบ้านเราจะมีการเปลี่ยนแปลงภายในระยะเวลาอีกไม่กี่ปีข้างหน้า รถยนต์ขนาดเล็กจะได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งเป็นทิศทางเดียวกันทั่วโลก และถ้าเรามีรถยนต์ขนาดเล็กก็เชื่อว่าจะยังขายได้อยู่ตราบใดที่เศรษฐกิจของประเทศยังดีอยู่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ส่วนสถานการณ์ในช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้ที่ตลาดรถยนต์มีอัตราการเติบโตลดลงไป 20% เราเองยังไม่ได้รับผลกระทบเท่าที่ควร เนื่องจากเราเป็นบริษัทขนาดเล็ก ซึ่งนับจากนี้ไปเราก็ตั้งความหวังว่าอีโคคาร์น่าจะเกิด และจะกลายมาเป็นอาวุธสำคัญที่ทำให้ซูซูกิมีโอกาสเติบโตในตลาดเมืองไทยในอนาคตด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หน้า 37&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9121136793600780935-7675861722528819022?l=suzukiclubthai.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://suzukiclubthai.blogspot.com/feeds/7675861722528819022/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9121136793600780935&amp;postID=7675861722528819022' title='3 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9121136793600780935/posts/default/7675861722528819022'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9121136793600780935/posts/default/7675861722528819022'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://suzukiclubthai.blogspot.com/2007/05/blog-post_28.html' title='เคอิอิชิ อะซะโนะ &quot;อีโคคาร์คือความหวังของซูซูกิ&quot;'/><author><name>webmaster</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04682246217302500999</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='31' src='http://photos1.blogger.com/x/blogger2/4225/1104169234043570/410/101593/gse_multipart61735.jpg'/></author><thr:total>3</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9121136793600780935.post-4296317591431909354</id><published>2007-05-25T18:53:00.000+07:00</published><updated>2007-05-25T18:53:45.701+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='Thai_News'/><title type='text'>ซูซูกิลุ้นรัฐฯหนุนอีโคคาร์ เล็งนำเข้า"สวิฟต์"จากมาเลเซีย</title><content type='html'>โดย ผู้จัดการออนไลน์ 25 พฤษภาคม 2550 08:21 น.&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Swift/07-05-25/07-05-25Swift1.jpg"&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Swift/07-05-25/07-05-25Swift2.jpg"&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ข่าวในประเทศ - แม่ทัพ‘ซูซกิ’คนใหม่ ร้อนงานหลังเข้ารับตำแหน่งไม่ถึงสองอาทิตย์ เดินหน้าหนุนโครงการอีโคคาร์ เผยรัฐบาลทำถูกแล้วที่รื้อแผนพิจารณาใหม่ จดจ่อรอสรุปผลโดยเร็ว เตรียมเก๋งเล็กทีเด็ดเล็งใช้ข้อตกลง‘อาฟต้า’นำเข้า ‘สวิฟต์’ จากมาเลเซียหวังกลับมาลุยตลาดรถยนต์ไทยอีกรอบ พร้อมเร่งคุยดีลเลอร์ทั่วประเทศปั้นยอด ตั้งเป้าทุกรุ่นปีนี้ 2,000 คัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นายเคอิอิชิ อะซะโนะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ซูซูกิ ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ผู้จัดจำหน่ายรถยนต์ซูซูกิ เปิดเผยว่า รัฐบาลมาถูกทางแล้วที่นำโครงการรถยนต์เล็กประหยัดพลังงาน หรือ “อีโคคาร์” กลับมาพิจารณาใหม่อีกครั้ง หลังจากถูกพับเก็บไปในรัฐบาลชุดก่อน ซึ่งขณะนี้บริษัทฯได้ยื่นโครงการไปเรียบร้อยแล้วรอแต่เพียงการตัดสินใจขั้นสุดท้ายว่าจะออกมาในรูปแบบใด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ผมเพิ่งเข้ามารับตำแหน่งประธานไม่กี่วัน จึงยังไม่สามารถบอกรายละเอียดเนื้อหาได้ชัดเจน ดังนั้นที่ทำได้ตอนนี้คือรอการสรุปจากรัฐบาลขั้นสุดท้าย และคาดว่าอีกไม่กี่อาทิตย์คงรู้ผล โดยซูซูกิมีจุดยื่นเรื่องอีโคคาร์ชัดเจนว่าอยากทำโครงการนี้มาก และจะถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของรถยนต์ซูซูกิเมืองไทย ว่าจะเป็นอย่างไรต่อไปในอนาคต”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สำหรับโครงการนี้ซูซูกิกล่าวว่าผู้บริโภคก็จะมีทางเลือกมากขึ้น แต่ขณะเดียวกันรัฐบาลต้องหาโปรดักส์แชมป์เปี้ยนตัวที่ 2 นอกเหนือไปจากปิกอัพ 1 ตัน เพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศต่อไป ซึ่งถ้าทุกอย่างลงตัวบริษัทฯก็เตรียมแผนการลงทุนในการประกอบรถในประเทศเอาไว้แล้ว และคาดว่าถัดไปอีก 2 ปีจะมีรถทำตลาดได้ทันที แต่ทั้งนี้เรื่องของเม็ดเงินการลงทุนยังไม่สามารถบอกได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นายอะซะโนะ ยังกล่าวถึงแผนการตลาดหลังเข้ามารับตำแหน่งประธานซูซูกิ ประเทศไทย ว่า ปัจจุบันซูซูกิในประเทศไทยมีส่วนแบ่งการตลาดน้อยมาก เนื่องจากตลาดหลักเป็นของปิกอัพ 1 ตัน ที่มีสองเจ้าใหญ่ครองส่วนแบ่งการตลาดรวมกันเกิน 70% แต่คาดว่าในอนาคตตลาดรถยนต์นั่งขนาดเล็กจะได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ โดยปัจจัยหลักมาจากสถานการณ์น้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น นอกจากนี้ยังเตรียมปรับปรุงเครือข่ายผู้แทนจำหน่ายให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยอีก 2-3 อาทิตย์ข้างหน้าจะเตรียมหารือกับผู้แทนจำหน่ายทั่วประเทศ ขณะเดียวกันเตรียมเพิ่มโชว์รูมและศูนย์บริการจาก 32 สาขา เป็น 35 สาขาในปีนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ถึงแม้ซูซูกิไม่มีปิกอัพ 1 ตัน หรือ โครงการอีโคคาร์ไม่เกิด บริษัทฯก็ตั้งใจทำตลาดในประเทศไทยอยู่แล้ว แต่ก็คงต้องปรับปรุงและพัฒนาอย่างค่อยเป็นค่อยไปเพื่อขยายฐานลูกค้าในอนาคต โดยมุ่งทำตลาดรถยนต์นั่งขนาดเล็ก ขณะที่ตัวโปรดักส์ในการทำตลาดคงต้องพิจารณาในกรอบข้อตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน หรือ อาฟต้า ทั้งนี้ซูซูกิเพิ่งเริ่มประกอบรถรุ่น “สวิฟต์” ในมาเลเซีย เมื่อต้นปีที่แล้ว ซึ่งมีโอกาสที่จะใช้ข้อตกลงดังกล่าวในการนำเข้ามาทำตลาดในไทย แต่ขณะนี้กำลังศึกษาความเป็นไปได้ คาดว่าจะชัดเจน 2-3 ปี นี้"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นายอะซะโนะ กล่าวว่าถึงแม้ปัจจุบันสถานการณ์บ้านเมืองจะยังไม่เข้าที่ แถมยังส่งผลต่อตลาดรถยนต์ในประเทศอีกต่างหาก เนื่องจากประชาชนยังไม่มั่นใจในการจับจ่ายใช้สอย แต่ส่วนของซูซูกิถือว่าได้รับผลกระทบน้อยมากเนื่องจากเป็นค่ายเล็กมีส่วนแบ่งการตลาดน้อย ซึ่งรถรุ่นที่ขายดีสุดตอนนี้คือ “ซูซูกิ แครี่” เป็นรถกระบะรุ่นใหม่มีโครงสร้างพื้นฐาน หรือแพล็ตฟอร์มเดียวกับรถอเนกประสงค์รุ่น เอพีวี ราคาต่ำสุดในท้องตลาด 3.29 แสนบาทเปิดตัวเมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว ปัจจุบันทำยอดขายเฉลี่ย เดือนละกว่า200 คัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อย่างไรก็ตามยอดขายรวมทุกรุ่นในปีนี้น่าจะทำได้มากกว่า 2,000 คัน จากยอดจำหน่ายเมื่อปี 2549 จำนวน 881 คัน โดยแบ่งเป็นสัดส่วนของ แครี่ ถึง 70% ซึ่งยอดจำหน่าย 4 เดือนที่ผ่านมานั้นสามารถทำได้ถึง 500 กว่าคันแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทั้งนี้นาย เคอิอิชิ อะซะโนะ เข้ารับตำแหน่ง กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ซูซูกิ ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม ที่ผ่านมา โดยแทนนาย โยชิอากิ ทามาอิ ที่เกษียณอายุ ทั้งนี้ก่อนดำรงตำแหน่ง นายอะซะโนะเคยทำหน้าที่ดูแลการตลาดของรถยนต์ซูซูกิในภูมิภาคอาเซียน ให้กับบริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ คอร์เปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9121136793600780935-4296317591431909354?l=suzukiclubthai.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://suzukiclubthai.blogspot.com/feeds/4296317591431909354/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9121136793600780935&amp;postID=4296317591431909354' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9121136793600780935/posts/default/4296317591431909354'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9121136793600780935/posts/default/4296317591431909354'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://suzukiclubthai.blogspot.com/2007/05/blog-post_25.html' title='ซูซูกิลุ้นรัฐฯหนุนอีโคคาร์ เล็งนำเข้า&quot;สวิฟต์&quot;จากมาเลเซีย'/><author><name>webmaster</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04682246217302500999</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='31' src='http://photos1.blogger.com/x/blogger2/4225/1104169234043570/410/101593/gse_multipart61735.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9121136793600780935.post-2567628239318149480</id><published>2007-05-24T09:48:00.000+07:00</published><updated>2007-05-24T09:48:55.841+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='Global_News'/><title type='text'>ซูซูกิสแปลช Splash เผยหน้าตาจริงแล้วก่อนเริ่มการผลิต</title><content type='html'>&lt;span style="font-size:85%;"&gt;แหล่งข่าว: Suzuki Motor Corporation&lt;br /&gt;แปลจากบทความของ: Frank de Leeuw van Weenen : worldcarfans.com&lt;br /&gt;ชื่อบทความ: New Suzuki Splash: First Details&lt;br /&gt;วันที่: 14 พ.ค. 50&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Global_News/07-05-24/1.jpg" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;โฉมหน้าซูซูกิสแปลช Splash ในรายละเอียดที่ใกล้เคียงกับตัวที่จะผลิตจริง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Global_News/07-05-24/2.jpg" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;ด้านหลังรถ&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ด้วยการเปิดตัวซูซูกิสแปลช Splash รถขนาดเล็กตัวใหม่ล่าสุด ทางซูซูกิมอเตอร์หวังที่จะได้ส่วนแบ่งการตลาดของรถเล็กที่กำลังเติบโตในยุโรป ซูซูกิสแปลชถูกออกแบบให้ในไสตล์สปอร์ทคล้ายกับซูซูกิสวิฟท์โดยได้รวมเอาเทคโนโลยีและความทันสมัยจากญี่ปุ่นซึ่งเป็นผู้นำด้านรถเล็กอยู่แล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ซูซูกิสแปลชเป็นรถรุ่นใหม่ที่มิได้เป็นโมเดลต่อจากรุ่นใดๆของซูซูกิ แต่ถูกสร้างใหม่ทั้งหมดเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ในยุโรปที่ต้องการพื้นที่ห้องโดยสารที่กว้างขวางแต่คงความกะทัดรัด รูปทรงทันสมัยและลู่ลม คุณภาพดีและเป็นมิตรกับธรรมชาติ&lt;br /&gt;มาตรฐานความปลอดภัยก็มีมาให้อย่างครบครัน โดยมีถุงลมนิรภัย 6 จุดและ Electronic Stability Program (ESP®*).&lt;br /&gt;รูปทรงรถให้ความรู้สึกสดชื่นและมีพลังดังชื่อสแปลชที่ได้เป็นแรงผลักดันในการสร้างสรรค์ ด้วยนโยบายการเติบโตทั่วโลกของซูซูกิ สแปลชเป็นรถใหม่ทั้งคันตัวที่ 4 แล้วภายใน 3 ปีหลังจากได้เปิดตัวสวิฟท์ แกรนด์วิทาร่า และ SX4 โดยรถทุกรุ่นมีความเป็นซูซูกิ คือสร้างด้วยปรัชญาที่ว่า “นี่หละวิถีของชีวิต” Way of Life&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สแปลชมีความสูง 1.6 เมตรโดยใช้ตัวถังไสตล์สปอร์ทของสวิฟท์เป็นพื้นฐาน ความยาวรถ 3.7 เมตร และกว้าง 1.7 เมตร มีพื้นที่ใช้สอยกว้างขวางสำหรับห้องโดยสารและมีพื้นที่ยืดขาสำหรับผู้ใหญ่ในทุกที่นั่ง ด้วยความทันสมัยในการออกแบบทำให้รถมีความลู่ลมมากและยังปล่อยก๊าซคาร์บอนไดอ๊อกไซด์ออกมาน้อยด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สแปลชจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในงานแฟรงค์ เฟอร์ท มอเตอร์โชว์ ในเดือนกันยายน 2007 และเริ่มออกจำหน่ายในปี  2008 รถที่ขายจะมีให้เลือกทั้งเครื่องยนต์เบนซินและดีเซล์ โดยเบนซินมีสองรุ่นคือ รุ่นเครื่องยนต์ 1 ลิตร 3 สูบ 12 วาลว์ ให้กำลังสูงสุด 48kW (65 แรงม้า) และรุ่นเครื่องยนต์ 1.2 ลิตร 4 สูบ 12 วาลว์ ให้กำลังสูงสุด 63kW (86 แรงม้า)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ส่วนลูกค้าที่ต้องการเครื่องยนต์ดีเซล เครื่องยนต์เป็นเครื่อง 1.3 ลิตร คอมมอนเรล 16 วาลว์ ให้กำลังสูงสุด 55kW (75 แรงม้า) เครื่องยนต์ทั้งสามได้ถูกพัฒนาใหม่หมดโดยซูซูกิเพื่อให้เป็นมิตรต่อธรรมชาติมากที่สุด เครื่องยนต์ดีเซลจะถูกผลิตที่ประเทศอินเดีย ซูซูกิตั้งเป้าที่จะขายเจ้าสแปลชในยุโรป 60,000 คันต่อปี โดยใช้ฐานการผลิตที่โรงงาน Magyar ของซูซูกิในประเทศฮังการี่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Global_News/07-05-24/3.jpg" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;รูปรถต้นแบบของซูซูกิสแปลช Splash&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Global_News/07-05-24/4.jpg" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;ด้านหลังรถ&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9121136793600780935-2567628239318149480?l=suzukiclubthai.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://suzukiclubthai.blogspot.com/feeds/2567628239318149480/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9121136793600780935&amp;postID=2567628239318149480' title='3 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9121136793600780935/posts/default/2567628239318149480'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9121136793600780935/posts/default/2567628239318149480'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://suzukiclubthai.blogspot.com/2007/05/splash.html' title='ซูซูกิสแปลช Splash เผยหน้าตาจริงแล้วก่อนเริ่มการผลิต'/><author><name>webmaster</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04682246217302500999</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='31' src='http://photos1.blogger.com/x/blogger2/4225/1104169234043570/410/101593/gse_multipart61735.jpg'/></author><thr:total>3</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9121136793600780935.post-2360634506650589417</id><published>2007-05-24T01:47:00.002+07:00</published><updated>2007-05-24T01:47:41.377+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='Thai_News'/><title type='text'>ซูซูกิบุกตลาดเก๋ง-ปิกอัพ +ดันเก๋งนำเข้ารุ่น SWIFT เปิดตัวหลังยอดขายกระบะพุ่ง</title><content type='html'>&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Thai_News/07-05-23/swift.jpg"&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 2152 28 ก.ย. - 30 ก.ย. 2549&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;ซูซูกิ ประกาศลุยตลาดเก๋ง-กระบะ ปรับทัพรุกตลาดกระบะราคาต่ำ 3.29 แสนบาท พร้อมตรึงราคารุ่นนี้ให้ยาวนาน ขณะที่เดือนหน้าส่งเก๋งใหม่ SWIFT เครื่อง 1.5 ลิตรลงตลาดด้วยรูปแบบรถนำเข้าราคาโด่งถึง 1.18 ล้านบาท คาดสิ้นปีนี้เพิ่มดีลเลอร์อีก 2-3 แห่ง พร้อม 3S เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นายสิทธิศักดิ์ เกษรวิบูลย์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ซูซูกิ ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผย "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า การเปิดตัวรถกระบะซูซูกิ แครี่ ปิกอัพ (Suzuki Carry Pick-Up) ด้วยราคาต่ำสุดในท้องตลาด 3.29 แสนบาทนั้น ผลปรากฏว่ามีลูกค้าให้ความสนใจมียอดจองเป็นจำนวนมาก ซึ่งทำให้บริษัทต้องปรับแผนการตลาดและการส่งมอบรถยนต์ รวมถึงกลยุทธ์ในระยะยาวสำหรับรถยนต์รุ่นนี้ต่อไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ซูซูกิ แครี่ ปิกอัพ เป็นรถกระบะรุ่นใหม่มีโครงสร้างพื้นฐาน หรือแพล็ตฟอร์มเดียวกับรถอเนกประสงค์รุ่น เอพีวี ที่จำหน่ายอยู่ในท้องตลาดในปัจจุบัน โดยใช้เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 16วาล์ว ขนาด 1,600 ซีซี. ให้กำลังสูงสุด 92 แรงม้าที่ 5,750 รอบ/นาที และให้แรงบิดสูงสุด 127 นิวตันเมตรที่ 4,500 รอบ/นาที ระบบจ่ายเชื้อเพลิงแบบ MPI ให้เกียรธรรมดา 5 สปีด มีน้ำหนักเปล่า 1,065 กก. รูปโฉมเหมือนรถ เอพีวี แต่ด้านหน้า เปลี่ยนกระจังและคันชนเป็นสีดำ ไม่มีไฟตัดหมอก ฝากระบะด้านท้ายสามารถเปิดออกทั้ง3 ด้าน พื้นกระบะแบนราบ ไม่มีซุ้มล้อเหมือนรถกระบะขนาด 1 ตันทั่วไป สะดวกสบายในการขนสัมภาระด้านคัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"รถรุ่นนี้ถือว่าประสบความสำเร็จเกินเกินคาด เพราะก่อนนำเข้ามาจำหน่ายเราเองก็ยังลังเลเรื่องการทำตลาดรถปิกอัพ เบนซิน แต่ด้วยปัจจัยด้านราคาขายที่ต่ำ โครงสร้างราคาน้ำมันเบนซินและดีเซลที่กำลังเปลี่ยนแปลง รวมถึงรถรุ่นนี้ก็สามารถนำไปดัดแปลงติดก๊าซเอ็นจีวีได้ ทำให้มีคนสนใจ ซึ่งจากการสอบถามกับดีลเลอร์กว่า 30 รายทั่วประเทศนั้น ล้วนบอกว่า มีเสียงตอบรับที่ดีและมียอดจองเข้ามามาก ซึ่งตอนนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมตัวเลข ทั้งนี้ราคาจำหน่ายของรถรุ่นนี้ 3.29 แสนบาท พร้อมกับแถมแอร์และพวงมาลัยพาวเวอร์นี้เป็นราคาที่ได้รับการสนับสนุนจากบริษัทแม่ที่ญี่ปุ่น ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่บอกว่าราคาดีมากๆ ถูกกว่ารถจากจีนหลายๆยี่ห้อ และเมื่อลูกค้ามาดูรถด้วยตนเองก็ไม่มีข้อสงสัยเรื่องคุณภาพ ส่วนใหญ่ก็จะจองและซื้อเพื่อนำไปใช้ในการขนส่ง อย่างไรก็ตามสำหรับในเรื่องของราคาจำหน่ายนั้น บริษัทต้องการตรึงราคานี้ต่อไปให้นานที่สุด และหลังจากนั้นก็จะปรับราคาขึ้นตามความเหมาะสมต่อไป" นายสิทธิศักดิ์กล่าวและว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สำหรับแผนการรุกตลาดของรถยนต์รุ่นนี้ยังไม่มีข้อสรุปถึงการรุกตลาด เนื่องจากปัจจุบันยังมีออร์เดอร์ค้างลูกค้าจำนวนหนึ่ง แต่อย่างไรก็ตามสำหรับในช่วงงานมหกรรมยานยนต์ปลายปี 2549 นี้จะมีการนำรถยนต์รุ่นนี้ไปแสดงและเปิดตัวอย่างเป็นทางการและกระตุ้นตลาดอีกครั้งหนึ่ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รองกรรมการผู้จัดการ กล่าวต่อไปว่า นอกเหนือจากรถกระบะรุ่นดังกล่าวแล้ว บริษัทยังได้เตรียมนำเข้ารถยนต์ซูซูกิ สวิฟ์ เข้ามาจำหน่ายในรูปแบบรถยนต์นำเข้ามาเปิดตัวราวเดือนตุลาคม ด้วยราคาจำหน่าย 1.18 ล้านบาท เครื่องยนต์ 1,500 ซีซี ซึ่งคาดว่าน่าจะได้รับการตอบรับที่ดี แม้ว่าจะมีราคาแพง แต่ก็ยังมีจุดเด่นในเรื่องของคุณภาพและดีไซน์ที่ได้รับรางวัลเป็นรถยนต์ยอดเยี่ยมมาแล้วในหลายๆประเทศ นอกจากนี้ก็ยังประสบความเร็จในด้านยอดขายในจีน อินเดีย ญี่ปุ่น รวมถึงตลาดยุโรปอีกด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ด้านแผนการขยายเครือข่ายการจำหน่ายนั้น บริษัทได้เตรียมพร้อมขยายเครือข่ายเพิ่มขึ้นอีก 2-3 แห่งภายในสิ้นปี 2549 นี้ พร้อมกับมีการปรับปรุงดีลเลอร์เดิมให้มีมาตรฐาน และบริการครบ 3S คือ Showrrom ,Service และ Spare-Part เพื่อให้เกิดความพึงพอใจให้กับลูกค้าและสร้างความสามารถในการแข่งขันเชิงธุรกิจอีกด้วย&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9121136793600780935-2360634506650589417?l=suzukiclubthai.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://suzukiclubthai.blogspot.com/feeds/2360634506650589417/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9121136793600780935&amp;postID=2360634506650589417' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9121136793600780935/posts/default/2360634506650589417'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9121136793600780935/posts/default/2360634506650589417'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://suzukiclubthai.blogspot.com/2007/05/swift.html' title='ซูซูกิบุกตลาดเก๋ง-ปิกอัพ +ดันเก๋งนำเข้ารุ่น SWIFT เปิดตัวหลังยอดขายกระบะพุ่ง'/><author><name>webmaster</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04682246217302500999</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='31' src='http://photos1.blogger.com/x/blogger2/4225/1104169234043570/410/101593/gse_multipart61735.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9121136793600780935.post-2290166283050388607</id><published>2007-05-24T01:45:00.002+07:00</published><updated>2007-05-24T01:45:53.687+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='Thai_News'/><title type='text'>ซูซูกิชูปิกอัพราคา 3.29แสน ลูกค้าปิ๊งเล็งติดก๊าซเอ็นจีวี</title><content type='html'>&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Thai_News/07-05-23/carry2.jpg"&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 2151 24 ก.ย. - 27 ก.ย. 2549&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ซูซูกิเขย่าตลาดบรรทุก ส่ง "แครี่ ปิกอัพ" กระบะขนาด 1 ตัน เครื่องยนต์เบนซิน แพลทฟอร์มเดียวกับ "เอพีวี" บุกโชว์รูมทั่ว กทม.เคาะราคาสุดเร้าใจแค่ 3.29 แสนบาท โปรโมชั่นเปิดตัวแถมแอร์และพวงมาลัยเพาเวอร์ ลูกค้าปิ้งโฉมการ์ตูน รอดัดแปลงติดเอ็นจีวีประหยัดน้ำมัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แหล่งข่าวจากบริษัท ซูซูกิ ออโตโมบิล)ประเทศไทย จำกัด ผู้จัดจำหน่ายรถยนต์ซูซูกิในประเทศไทย เปิดเผยกับ"ฐานเศรษฐกิจ"ว่า หลังจากที่บริษัทเปิดรถยนต์นั่งซูซูกิ เอพีวี รถยนต์นั่งอเนกประสงค์ขนาด 8 ที่นั่งในประเทศไทย และสามารถทำยอดขายจำหน่ายได้อย่างน่าพอใจ ล่าสุด บริษัทได้หันมาเปิดตลาดกระบะขนาด 1 ตันเพิ่มขึ้นอีก โดยใช้ชื่อว่า ซูซูกิ แครี่ ปิกอัพ (SUZUKI CARRY Pick-up)ซึ่งมีโครงสร้างพื้นฐาน( platform )เดียวกับซูซูกิ เอพีวี โดยบริษัท นำเข้ามาจากประเทศอินโดนีเซีย ภายใต้กรอบความร่วมมือในกลุ่มประเทศอาเซี่ยนหรืออาฟต้า ทำให้สามารถตั้งราคาได้ต่ำกว่าท้องตลาด โดยเปิดตัวที่โชว์รูมทั้งเขตกรุงเทพฯทั้ง 10 แห่ง และตั้งราคาจำหน่ายไว้เพียง 329,000 บาทเท่านั้น พร้อมรับโปรโมชั่นพิเศษแถมเครื่องปรับอากาศฟและพวงมาลัยเพาเวอร์ฟรีในช่วงเปิดตัว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จากการสำรวจของ"ฐานเศรษฐกิจ"พบว่า ในเวปไซต์ของผู้นิยมรถยนต์ซูซูกิ ต่างให้ความสนใจซูซูกิ แครี่ ปิกอัพ เป็นอย่างมาก เนื่องจากมีรูปโฉมรถที่มีพื้นฐานเดียวกับรถอเนกประสงค์ ซูซูกิ เอพีวี เบาะที่นั่งคนขับสูงกว่ารถปิกอัพทั่วไปให้ทัศนะวิสัยที่ดีกว่า ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 16วาล์ว ขนาด 1,600 ซีซี. ให้กำลังสูงสุด 92 แรงม้าที่ 5,750 รอบ/นาที และให้แรงบิดสูงสุด 127 นิวตันเมตรที่ 4,500 รอบ/นาที ระบบจ่ายเชื้อเพลิงแบบ MPI ให้เกียรธรรมดา 5 สปีด มีน้ำหนักเปล่า 1,065 กก. รูปโฉมเหมือนรถ เอพีวี แต่ด้านหน้า เปลี่ยนกระจังและคันชนเป็นสีดำ ไม่มีไฟตัดหมอก ฝากระบะด้านท้ายสามารถเปิดออกทั้ง3 ด้าน พื้นกระบะแบนราบ ไม่มีซุ้มล้อเหมือนรถกระบะขนาด 1 ตันทั่วไป สะดวกสบายในการขนสัมภาระด้านคัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และเนื่องจากเป็นรถปิกอัพที่ใช้เครื่องยนต์เบนซิน จึงสามารถติดตั้งระบบแก๊สเอ็นจีวีหรือแก๊สแอลพีวีได้ทันที ซึ่งแตกต่างกับรถปิกอัพเครื่องยนต์ดีเซล ที่จะติดตั้งแก๊ส ต้องใช้ระบบผสมดีเซลกับแก๊สเท่านั้น และด้วยรูปโฉมสไตล์รถการ์ตูน น่ารัก และมีไฟหน้าแบบฮาโลเจนให้ความสว่างกว่าแบบเดิม ทำให้หลายคนให้ความสนใจนำไปดัดแปลงเป็นรถโมบายสำหรับกิจกรรมต่างๆ เช่นรถส่งขนมปัง รถส่งดอกไม้ หรือแม้กระทั่งเป็นคีออสรับแลกเปลี่ยนเงินเคลื่อนที่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นอกจากนี้ ราคาจำหน่ายที่ 329,000 บาท ทำให้ ซูซูกิ แครี่ ปิกอัพ เป็นรถบรรทุกขนาด 1 ตัน ที่มีราคาถูกที่สุดในตลาดรถยนต์เมืองไทย เพราะค่ายรถรายใหญ่ๆอย่างโตโยต้า อีซูซุ ฟอร์ด มาสด้า นิสสัน มิตซูบิชิ รุ่นประหยัดสุด สำหรับบรรทุก จะมีราคาสูงกว่า 400,000 บาทด้วยกันทั้งสิ้น ส่วนรถบรรทุกจากประเทศจีน ที่มีการจำหน่ายในชื่อ "วู่หลิง" รุ่น สคอร์เปียน จัดจำหน่ายโดยบริษัท พีวีเอ มอเตอร์ 2056 จำกัด เป็นรถบรรทุกขนาด0.5 ตัน ที่ใช้เครื่องยนต์ขนาด 1,000 ซีซี. ให้กำลังสูงสุด 43 แรงม้าเท่านั้น และจำหน่ายในราคาประมาณ 300,000 บาท&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แหล่งข่าว กล่าวกับ"ฐานเศรษฐกิจ" เพิ่มเติมว่า ผู้บริหารภายใน บริษัท ซูซูกิ ออโตโมบิล(ประเทศไทย) ได้มีการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งบางส่วน โดยนายประพัฒน์ เกตุมงคล รองประธานกรรมการด้านการตลาดที่อยู่กับซูซูกิมานานได้เสียชีวิตลงไปเมื่อเร็วๆนี้ โดยระหว่างนี้ยังไม่มีผู้บริหารระดับผู้จัดการ มีเพียงเจ้าหน้าที่การตลาดไม่กี่คนทำงาน ภายใต้การบริหารที่ขึ้นตรงกับ นายสิทธิศักดิ์ เกษรวิบูลย์ รองกรรมการผู้จัดการ แต่เนื่องจากบริษัทมีงบประมาณในการประชาสัมพันธ์น้อย จึงยังไม่มีการจัดงานเปิดตัวอย่างเป็นทางการ อาศัยการโฆษณา ณ โชว์รูมจำหน่ายรถยนต์ซูซูกิมากกว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก่อนหน้านี้ สิทธิ์การจัดจำหน่ายรถยนต์ซูซูกิ เป็นของ บริษัท สยามอินเตอร์เนชั่นแนล คอร์ปอเรชั่น จำกัด ได้รับแต่งตั้งจาก บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ จำกัด ประเทศญี่ปุ่น เมื่อปี พ.ศ. 2518 รถยนต์ซูซูกิรุ่นแรกที่จำหน่าย เป็นรถสี่ล้อเล็ก รุ่น L50 ขนาดเครื่องยนต์ 350 ซีซี. และรถจิ๊ปรุ่น LJ50 ขนาดเครื่องยนต์ 550 ซีซี. ก่อนที่จะประกอบรถยนต์นั่ง รุ่น ซูซูกิ ฟรอนเต้ ขนาด 550 ซีซี. ซึ่งถือเป็นรถยนต์รุ่นแรกที่ประกอบขึ้นในประเทศไทย และต่อมาได้ประกอบรถยนต์รุ่น คัลตัส (SA413) ในปี 2529 หลังจากนั้นได้ขยายสายการผลิตรถจิ๊ป รุ่น SJ413W 1300 ซีซี. ในปี 2529, ซูซูกิ สวิฟท์ ในปี 2534 และซูซูกิ วีทาร่า ซึ่งเป็นรถยนต์ OFF ROAD ในปี 2540 รวมทั้งนำเข้ารถ CBU รุ่นต่าง ๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ต่อมาในปี พ.ศ. 2546 ได้ตั้งบริษัท ซูซูกิ ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นการร่วมทุนระหว่าง บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ จำกัด (ประเทศญี่ปุ่น) และ บริษัท สยามอินเตอร์เนชั่นแนล คอร์ปอเรชั่น จำกัด ด้วยทุนจดทะเบียน 400,000,000 บาท โดยมีสัดส่วนการถือหุ้น บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ จำกัด ถือหุ้น 60% และบริษัท สยามอินเตอร์เนชั่นแนล คอร์ปอเรชั่น จำกัด ถือหุ้น 40% โดยนายพรพงษ์ พรประภา เป็นประธานบริษัท และ นายโยชิอากิ ทามาอิ เป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดยบริษัทที่จัดตั้งขึ้นใหม่นี้มีวัตถุประสงค์ให้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตและจำหน่ายรถยนต์ซูซูกิทุกรุ่นทุกแบบ เพื่อจัดจำหน่ายในประเทศไทย รวมถึงส่งออกจำหน่ายในกลุ่มประเทศอาเซียน ซึ่งมีข้อตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน (ASEAN Free Trade Area - AFTA)&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9121136793600780935-2290166283050388607?l=suzukiclubthai.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://suzukiclubthai.blogspot.com/feeds/2290166283050388607/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9121136793600780935&amp;postID=2290166283050388607' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9121136793600780935/posts/default/2290166283050388607'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9121136793600780935/posts/default/2290166283050388607'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://suzukiclubthai.blogspot.com/2007/05/329.html' title='ซูซูกิชูปิกอัพราคา 3.29แสน ลูกค้าปิ๊งเล็งติดก๊าซเอ็นจีวี'/><author><name>webmaster</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04682246217302500999</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='31' src='http://photos1.blogger.com/x/blogger2/4225/1104169234043570/410/101593/gse_multipart61735.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9121136793600780935.post-5370841589078585954</id><published>2007-05-24T01:43:00.000+07:00</published><updated>2007-05-24T01:43:05.012+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='Thai_News'/><title type='text'>ซูซูกิ แครี่ ปิกอัพน้องใหม่ เผย 2 เดือน ยอดขายทะลุเป้า</title><content type='html'>&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Thai_News/07-05-23/carry.jpg"&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ซูซูกิแคร์รี่ ปิกอัพน้องใหม่เจาะกลุ่มขนส่งสินค้า นายรัชชานนธ์ นุทัต ผู้จัดการฝ่ายการตลาดและประชาสัมพันธ์ บริษั ท สงวนวัฒนาเอนเตอร์ไพรร์ส จำกัด เปิดเผยถึงยอดขายรถปิกอัพ ซูซูกิแคร์รี่ที่ลูกค้าให้การตอบรับดีมาก โดยกล่าวว่า รถปิกอัพซูซูกิแคร์รี่ เปิดตัวไปได้ประมาณ 2 เดือนแล้ว โดยล็อตแรก มีโควต้า 60 คัน ซึ่งขณะนี้มีลูกค้าจองหมดแล้ว ราคาอยู่ที่คันละ 329,000 บาท ลูกค้าจะเป็นกลุ่มธุรกิจขนาดเล็ก - กลาง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รถที่กำลังจะเข้ามาในล็อตต่อไป มีอีกประมาณ 30 คัน ซึ่งถือว่าเกินเป้าหมาย เพราะจริงๆแล้วแต่ละโชว์รูม ตั้งเป้าไว้ที่ 6 - 7 คันต่อเดือนเท่านั้นจุดขายที่ทำให้รถแคร์รี่ สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้ดี นายรั ชชานนธ์กล่าวว่า โดยทั่วไปแล้วรถปิกอัพบรรทุกของ จะไม่รองรับระ บบแก๊ส NGV รองรับแต่ดีเซลล์เท่านั้น แต่แคร์รี่เป็นรถเดียวที่รองรั บแก๊ส NGV และ เบนซิน 91 ในอนาคต ระบบพลังงานทางเลือกจะ เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งของผู้ใช้รถ ยิ่งหากใช้เพื่อการขนส่งสินค้าแล้วจะประหยัดกว่ามาก และราคาของรถซูซูกิ แคร์รี่ถือว่าคุ้มค่ามาก เมื่อเทียบกับประ โยชน์ใช้สอย เพราะเป็นรถที่ใช้งานจริงๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในปีหน้าตลาดรถของแคร์รี่น่าจะบูม และเติบโตได้ค่อนข้างดี เพราะเพียงแค่ช่วงเปิดตัวจำนวนรถที่เข้ามาก็มียอดจองหมดแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แคร์รี่ ปิกอัพขนาด 1 ตันซึ่งใช้พื้นฐานเดียวกับเอพีวี (APV) รถอเนกประสงค์ 8 ที่นั่งที่ทำตลาดในบ้านเรา โดยรูปลั กษณ์ด้านหน้าก็คือหัวของเอพีวี แต่จะมีส่วนที่ต่างกันบ้างอย่าง กั นชนหน้าสีดำ และไม่มีไฟตัดหมอกติดตั้งมาให้ พร้อมล้อเหล็กขนาด 14 นิ้ว ประกบยาง 185R14C สำหรับตัวรถยาว 4,155 มม. กว้าง 1,680 มม. สูง 1,895 มม. ส่วนกระบะท้าย ยาว 2,200 มม. กว้าง 1,585 มม. สูง 360 มม. ทั้งยังสามารถเปิดด้านข้างได้ถึง 3 ด้านเพื่อง่ายต่อการขนย้ายสินค้า ขณะที่ระยะต่ำสุดจากพื้น(Ground Clearance) 180 มม. และ รัศมีวงเลี้ยวแคบสุด 4.9 เมตรเท่านั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ส่วนภายในตกแต่งธรรมดาๆ กับพวงมาลัยสองก้าน คอนโซลสีดำตั ดกับเบาะสีเทา พร้อมเครื่องปรับอากาศ แต่ไม่มีวิทยุมาให้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในส่วนนี้ ทางสงวนวัฒนาเอนเตอร์ไพรส์ อาจจะ เพิ่มเครื่องเสียงให้แต่ราคาอาจจะปรับเพิ่มข้นเล็กน้อย ด้านเครื่องยนต์เบนซิน G16A 4 สูบ 16 วาล์ว 1,600 ซีซี ให้กำลั งสูงสุด 92 แรงม้า ที่ 5,750 รอบต่อนาที แรงบิด 127 นิวตัน- เมตร ที่ 4,500 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และ พวงมาลัยแบบแร็กแอนด์พิเนียน พร้อมพาวเวอร์ผ่อนแรง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ช่วงล่างหน้าแบบแม็คเฟอร์สันสตรัท พร้อมคอยล์สปริง ด้านหลั งเป็นคานแข็งพร้อมแหนบ ระบบเบรกหน้าเป็น ดิสก์พร้อมช่องระ บายความร้อน ส่วนหลังเป็นดรัมเบรก ซูซูกิ แคร์รี่ ถือเป็นรถเพื่อการพาณิชย์ทางเลือกใหม่ ที่สามารถดัดแปลงการใช้งานได้หลากหลาย หรือใครจะนำไปติดระ บบแก็สเพิ่มเติมก็ตามสะดวก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดย Focus Team เมื่อวันที่ 14 พ.ย. 2549 16:13:22&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9121136793600780935-5370841589078585954?l=suzukiclubthai.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://suzukiclubthai.blogspot.com/feeds/5370841589078585954/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9121136793600780935&amp;postID=5370841589078585954' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9121136793600780935/posts/default/5370841589078585954'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9121136793600780935/posts/default/5370841589078585954'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://suzukiclubthai.blogspot.com/2007/05/2.html' title='ซูซูกิ แครี่ ปิกอัพน้องใหม่ เผย 2 เดือน ยอดขายทะลุเป้า'/><author><name>webmaster</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04682246217302500999</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='31' src='http://photos1.blogger.com/x/blogger2/4225/1104169234043570/410/101593/gse_multipart61735.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9121136793600780935.post-2126583374756666803</id><published>2007-05-24T01:25:00.000+07:00</published><updated>2007-05-24T01:25:34.203+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='Thai_News'/><title type='text'>โยชิอากิ ทามาอิ “ซูซูกิ ไม่ใช่แค่รถมอเตอร์ไซค์ หรือรถขับเคลื่อนสี่ล้อ”</title><content type='html'>&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Thai_News/07-05-23/1.jpg"&gt;&lt;br /&gt;โยชิอากิ ทามาอิ เข้ามารับตำแหน่ง กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ซูซูกิ ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เมื่อพฤษภาคม ปี 2546 หลังจากที่ บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ญี่ปุ่น เข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ 60 % ในบริษัทแห่งนี้ โดยภารกิจสำคัญของเขาคือ ทำให้รถยนต์ซูซูกิ เป็นที่รู้จักของคนไทย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#3366ff;"&gt;หลังจากเข้ามาดูแลธุรกิจรถยนต์ซูซูกิในเมืองไทยเมื่อ 2 ปีก่อน คุณทำอะไรไปแล้วบ้าง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;ผมมีพันธกิจสำคัญ ๆ ที่ต้องทำอยู่ 2 เรื่องใหญ่ ๆ ด้วยกัน อย่างแรกก็คือ การเข้ามาจัดระบบการบริหารงานภายในบริษัทใหม่ทั้งหมด เพื่อให้เป็นทีมเวอร์ค ทั้งในเรื่องของการทำงาน การบริการ และชิ้นส่วนประกอบรถยนต์ โดยเป้าหมายของผมคือให้ทุกคนทำงานโดยคำนึงถึงลูกค้าเป็นอย่างแรก (Customer First) ส่วนที่สองเป็นการพัฒนาภายนอก อาทิ การสร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้กับซูซูกิ การพัฒนาลูกค้า การขยายเครือข่ายการขาย การบริการหลังการขาย ซึ่งผมต้องเข้ามาทบทวน และพัฒนา เพื่อให้เราเข้าใกล้ลูกค้ามากที่สุด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#3366ff;"&gt;พันธกิจของคุณเป็นไปตามเป้าหมายแล้วหรือยัง&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;ผมพยายามจะสะสางพันธกิจทั้งหมดให้เสร็จสิ้นภายในปีนี้ แล้วหลังจากนั้น ผมจะปฏิบัติตาม Long Term Strategy ของผมต่ออีก 2 - 3 ปี ซึ่งสิ่งที่ผมอยากเห็นก็คือทำอย่างไรถึงจะคืนประโยชน์กับลูกค้า สังคม ประเทศชาติ พนักงาน และองค์กรให้ได้มากที่สุด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Thai_News/07-05-23/2.jpg"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#3366ff;"&gt;แล้วในแง่การตลาดคุณวาง Long Term Marketing Strategy ของซูซูกิเอาไว้อย่างไร&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;สิ่งที่ผมอยากเห็นก็คือ การผลิตรถยนต์ซูซูกิในประเทศไทย โดยเป็นรถที่เหมาะกับคนไทย แต่อย่าเพิ่งถามว่าเมื่อไรนะครับ เพราะนี่ยังเป็นแค่ความคิดของผมคนเดียว ที่สำคัญตอนนี้รถยนต์ซูซูกิยังเป็นที่รู้จักของคนไทยน้อยมาก ทั้ง ๆ ที่ในญี่ปุ่น เราเป็นอันดับ 4 รองจากโตโยต้า นิสสัน ฮอนด้า ส่วนในอินโดนีเซีย เราเป็นอันดับ 3 รองจากโตโยต้า และมิตซูบิชิ ส่วนในอินเดียและปากีสถานเราเป็นเบอร์หนึ่ง ส่วนในตลาดยุโรป เราก็พอ ๆ กับรถญี่ปุ่นยี่ห้ออื่น แต่ในเมืองไทยเรายังเป็นอย่างนี้ (ทำมือเกือบติดพื้น พร้อมกับหัวเราะ) นี่เป็นผลที่ได้จากการทำวิจัย คือตอนที่เข้ามาใหม่ ๆ เราได้มีการสอบถามความคิดเห็นของคนไทยประมาณ 1,000 คน ว่า ซูซูกิคืออะไร ปรากฏว่าเกือบทั้งหมดบอกว่า ซูซูกิเป็นยี่ห้อของรถมอเตอร์ไซค์ ด้วยเหตุนี้หลังจากที่ ซูซูกิ มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น เข้ามาในเมืองไทยในปี 2546 เราจึงเข้าไปปรากฏตัวในงาน บางกอกมอเตอร์โชว์ มอเตอร์เอ็กซ์โป หรือการทำโรดโชว์อื่น ๆ เพื่อให้คนไทยได้เห็นรถยนต์ซูซูกิมากขึ้น เพราะก่อนหน้านั้น 5-6 ปี รถยนต์ซูซูกิ ไม่เคยเข้าไปร่วมงานเหล่านี้เลย ทำให้คนจำได้แต่รถมอเตอร์ไซค์ซูซูกิ ขณะที่ในประเทศอื่น ๆ คนจะรู้ว่า ซูซูกิ เป็นรถยนต์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#3366ff;"&gt;ความหลากหลายของรถที่ทำตลาดในเมืองไทย น่าจะมีผลทำให้คนไทยรู้จักกับรถยนต์ซูซูกิน้อย ตรงนี้จะทำอย่างไร&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;ส่วนหนึ่งของปัญหานี้น่าจะเนื่องมาจากว่า ที่ผ่านมาคนไทยมักชอบใช้รถประเภท รถกระบะ 1 ตัน หรือรถที่มีเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ ซึ่ง ซูซูกิ ไม่ได้ผลิตรถเหล่านี้ ทำให้รถยนต์ซูซูกิที่ทำตลาดในเมืองไทยส่วนใหญ่เป็นรถที่อยู่ใน Niche Market คือยู่ในเฉพาะรถขับเคลื่อนสี่ล้อ และเราทำตลาดแต่รถประเภทนี้มานาน จนทำให้คนไทยไม่รู้ว่าซูซูกิก็ผลิตรถยนต์รุ่นอื่น ๆ อยู่ด้วย ทำให้รถยนต์ซูซูกิเป็นที่รู้จักของคนไทยในกลุ่มแคบ ๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#3366ff;"&gt;เหตุนี้ ซูซูกิ จึงแนะนำรถยนต์ซูซูกิ เอพีวี เข้าสู่ตลาดเมืองไทยในปีนี้&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;ใช่ส่วนหนึ่ง เพราะเราเชื่อว่าตอนนี้ความต้องการของคนไทยเปลี่ยนไปแล้ว เช่น หันมาให้ความสนใจกับรถครอบครัวมากขึ้น เห็นได้จากตลาดรถอเนกประสงค์ ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ประมาณ 6 หมื่นคัน แต่ส่วนใหญ่จะมีราคาค่อนข้างสูงกว่า 1 ล้านบาท ไม่ว่าจะเป็น โตโยต้าวิช, ฮอนด้าสตรีม, มิตซูบิชิ สเปซแวนก้อน เราจึงมองว่ามีช่องว่างที่ ซูซูกิ จะเข้ามาเล่น เราจึงนำเสนอ ซูซูกิ เอพีวี ซึ่งมีราคาขายอยู่ที่ประมาณ 7 แสนบาท เพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้ต้องการใช้รถประเภทนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#3366ff;"&gt;แสดงว่าจุดได้เปรียบของ อีซูซุเอพีวี คือเรื่องราคา&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;ไม่ใช่ครับ แม้ว่าราคาของเราจะถูกกว่าคู่แข่ง แต่ผมไม่คิดว่าจุดได้เปรียบของ เอพีวี เป็นแค่เรื่องราคาเท่านั้น สิ่งสำคัญที่ถือว่าเป็นจุดแข็งของ เอพีวี มีอยู่ด้วยกัน 3 อย่างคือ ระบบเครื่องปรับอากาศในรถที่เป็นระบบ Twin Air-condition คือ จะมีการติดตั้งระบบแอร์ไว้ 2 ตัว ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ทำให้ผู้โดยสารทุกคนเย็นทั่วถึง อย่างที่สองคือการออกแบบให้ตัวรถมีตำแหน่งที่ค่อนข้างสูง เพื่อป้องกันไม่ให้เครื่องยนต์ต้องมีปัญหาในเวลาที่เกิดน้ำท่วม ส่วนข้อที่สามก็คือเครื่องยนต์ ซึ่งมีขนาด 1.6 ลิตร แต่ได้มีการออกแบบให้มีกำลังมากพอที่จะรองรับน้ำหนักผู้โดยสารถึง 8 คนได้อย่างสบาย และไม่กินน้ำมัน สรุปแล้วก็คือรถคันนี้เหมาะสำหรับลูกค้ากลุ่มที่เป็นครอบครัว และเท่าที่ได้พูดคุยกับดีลเลอร์ทำให้ทราบว่า รถรุ่นนี้เป็นที่สนใจของลูกค้ากลุ่มครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นครอบครัวใหญ่ หรือครอบครัวธรรมดา เพราะเขาต้องการที่จะใช้รถรุ่นนี้สำหรับเป็นยานพาหนะในการท่องเที่ยวกับครอบครัวในวันหยุด นอกจากนี้แม้ว่าจะเป็นรถนำเข้าจากอินโดนีเซีย แต่รถคันนี้ใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในเมืองไทย 30 % ผมจึงเชื่อว่ารุ่นนี้จะได้รับการต้อนรับที่ดีจากผู้บริโภคชาวไทย เพราะเป็นรถที่ช่วยสนับสนุนอุตสาหกรรมการผลิตของประเทศไทยด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#3366ff;"&gt;วางแผนทำตลาดรถรุ่นนี้ไว้อย่างไร&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;เราคงเน้นที่จะสร้าง Awareness ให้กับทั้งตัวรถ เอพีวี และแบรนด์ของซูซูกิ ไปพร้อม ๆ กัน โดยผ่านแคมเปญโฆษณา ซึ่งคีย์เมสเซสของเราก็คือ การนำเสนอภาพ เอพีวี ในความเป็นยานยนต์อเนกประสงค์ ที่ให้ประโยชน์ใช้งานสูงสุดแก่ลูกค้า นอกจากนี้จะมีการนำรถไปแสดงตามที่ต่าง ๆ ซึ่งที่ผ่านมาเราก็มีการนำรถไปเปิดตัวที่งาน มอเตอร์เอ็กซ์โป เมื่อปลายปีผ่านมา และต่อจากนี้จะมีการทำโรดโชว์ และกิจกรรมต่าง ๆ ตามมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งช่วงแรกจะเน้นหนักอยู่ในกรุงเทพฯ ผมก็ไม่ทราบว่าเป็นความโชคดีหรือโชคร้าย ที่ร้อยละ 60 ของรถประเภทนี้จะอยู่ในกรุงเทพฯ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#3366ff;"&gt;ตั้งเป้ายอดขายไว้เท่าไหร่&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;คงเป็นเรื่องยากที่เราจะระบุไปเลยว่าต้องการยอดขายเท่าไหร เนื่องจากตัวผมเองไม่อยากที่จะให้เกิด Over Supply หรือมีสินค้าในสต็อกเยอะ ๆ เพราะจะเป็นการกดดันให้ดีลเลอร์ของเราต้องสร้างแอคทิวิตี้ ทำโปรโมชั่น หรือลดราคา เพื่อทำยอดขาย เพราะฉะนั้นตั้งแต่เริ่มเปิดตัวเอพีวี ผมก็พยายามที่จะทำให้รถขาดตลาด ซึ่งเป็นวิธีการที่จะช่วยให้ดีลเลอร์ของเราได้กำไรต่อยูนิตดีกว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#3366ff;"&gt;แต่เท่าที่ประเมิน คุณค่าว่าน่าจะขายได้สักกี่คัน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;มันขึ้นอยู่กับผลการทำโฆษณา ทำกิจกรรมการตลาด และ ผมเองก็ไม่อยากที่จะระบุให้แน่ชัดลงไปว่าเท่าไหร่ แต่หวังว่าภายในสิ้นปีนี้น่าจะขายได้ประมาณ 2,000 คันซึ่งรวมกับรถรุ่นอื่น ๆ อย่างรุ่นสปอร์ตี้ และแกรนด์วิทาร่า แล้ว รถยนต์ซูซูกิ จะมียอดขาย 3,000 คัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#3366ff;"&gt;ไม่คิดว่าน้อยไปหรือ เมื่อเทียบกับจุดเด่นหลาย ๆ อย่างที่คุณอธิบาย ทั้งเรื่องราคา และสมรรถนะ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;นั่นเป็นเพราะว่าเราไม่ต้องการทำให้เกิด Over Supply อย่างที่บอก เพราะแบรนด์เรายังไม่แข็งแกร่ง หากตั้งเป้าการขายสูง ๆ ดีลเลอร์ของเราอาจจะต้องขายแข่งกันจนต้องลดราคา หรือทำโปรโมชั่นจนทำให้ลูกค้าเกิดความสับสน ซึ่งจะมีผลต่อราคารถมือสองของเรา เพราะราคาของรถมือสองจะขึ้นอยู่กับดีมานด์ในตลาด ถ้าเราพยายามเค้นการขายมาก ๆ จะทำให้รถเราเกิด Over Supply ซึ่งเราไม่ต้องการ เราต้องการประกันราคารถให้กับลูกค้าด้วย เพื่อให้เขาได้ประโยชน์ที่คุ้มค่าที่สุด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#3366ff;"&gt;นอกจากเรื่องยอดขาย ในเชิงกลยุทธ์ การทำตลาดรถซูซูกิเอพีวีจะทำให้ ซูซูกิ แข็งแกร่งขึ้นในตลาดรถยนต์เมืองไทยอย่างไรบ้าง&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;สิ่งที่สำคัญก็คือ เราหวังว่าคนไทยจะเปลี่ยนทัศนคติว่า ซูซูกิ ไม่ได้มีแต่รถมอเตอร์ไซค์ และก็ไม่ได้มีแค่รถยนต์ขับเคลื่อน 4 ล้อเพียงอย่างเดียว ผมคิดว่าคนไทยจะได้รู้จักรถยนต์ซูซูกิมากขึ้นหลังจากเราทำตลาด ซูซูกิเอพีวี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#3366ff;"&gt;แต่ลำพังแค่รถซูซูกิเอพีวีรุ่นเดียวอาจจะไม่พอหรือเปล่า&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;ครับ ผมถึงได้สัญญากับดีลเลอร์ว่า เราจะมีรถรุ่นใหม่ออกสู่ตลาดทุกปี อย่างน้อยปีละหนึ่งรุ่น โดยเราจะพยายามแนะนำรถยนต์รุ่นใหม่ ที่ไม่ใช่รถยนต์ขับเคลื่อน 4 ล้อมากขึ้น อย่างในปีหน้าเราก็มีแผนที่จะแนะนำรถยนต์นั่งเข้าสู่ตลาดเมืองไทย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#3366ff;"&gt;แล้วเมื่อไหร่จะได้เห็นรถยนต์ซูซูกิที่ผลิตในเมืองไทย เพื่อคนไทย&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;ถ้าจะมีโรงงานผลิตในเมืองไทย ผมคิดว่าเราควรจะต้องมียอดขายถึง 5 หมื่นคันก่อน ซึ่งคงต้องรอดูว่าจะเป็นไปได้เมื่อไร ส่วนในปี 2007 ผมตั้งเป้าที่จะสร้างยอดขายรถยนต์ซูซูกิให้ได้ถึง 10,000 คัน โดยนอกจากการแนะนำรถยนต์รุ่นใหม่เข้าสู่ตลาดแล้ว เราก็คงต้องพยายามยกระดับภาพลักษณ์ของแบรนด์ ซูซูกิ ให้เข้มแข็งขึ้นด้วย เพื่อให้ไปถึงเป้าหมายที่วางไว้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Thai_News/07-05-23/3.jpg"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#3366ff;"&gt;ล้อมกรอบ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;เส้นทางการทำงานของ มร.โยชิอากิ ทามาอิ&lt;br /&gt;ตุลาคม 1977 ร่วมงานกับบริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น&lt;br /&gt;ตลาคม 1977-พฤษภาคม 1981 เจ้าหน้าที่แผนกการตลาดรถยนต์ต่างประเทศ&lt;br /&gt;มิถุนายม 1981-กันยายน 1989 COO บริษัท ซูซูกิ ฝรั่งเศส เอส.เอ.&lt;br /&gt;ตุลาคม 1989-พฤษภาคม 1991 ผู้ช่วยผู้จัดการ,ฝ่ายตลาดต่างประเทศ รถมอเตอร์ไซค์&lt;br /&gt;มิถุนายม 1991- สิงหาคม 1994 CEO บริษัท ซูซูกิ ฝรั่งเศส เอส.เอ.&lt;br /&gt;กันยายน 1994-มิถุนายม 1996 ผู้จัดการ ฝ่ายตลาดต่างประเทศรถมอเตอร์ไซค์&lt;br /&gt;มิถุนายน1996-ธันวาคม 2000 CEO บริษัท ซูซูกิ เวียดนาม คอร์ป&lt;br /&gt;มกราคม 2001-มีนาคม 2002 ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายตลาดต่างประเทศ ธุรกิจรถยนต์&lt;br /&gt;เมษายน 2002-เมษายน 2003 ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายตลาดต่างประเทศ(เอเชีย) ธุรกิจรถยนต์&lt;br /&gt;พฤษภาคม 2003 –ปัจจุบัน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ซูซูกิ ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;--มาร์เก็ตเธียร์ ฉบับที่ 63/พฤษภาคม 2548--&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9121136793600780935-2126583374756666803?l=suzukiclubthai.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://suzukiclubthai.blogspot.com/feeds/2126583374756666803/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9121136793600780935&amp;postID=2126583374756666803' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9121136793600780935/posts/default/2126583374756666803'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9121136793600780935/posts/default/2126583374756666803'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://suzukiclubthai.blogspot.com/2007/05/blog-post_24.html' title='โยชิอากิ ทามาอิ “ซูซูกิ ไม่ใช่แค่รถมอเตอร์ไซค์ หรือรถขับเคลื่อนสี่ล้อ”'/><author><name>webmaster</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04682246217302500999</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='31' src='http://photos1.blogger.com/x/blogger2/4225/1104169234043570/410/101593/gse_multipart61735.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9121136793600780935.post-8428807407617094574</id><published>2007-05-21T13:28:00.000+07:00</published><updated>2007-05-21T13:28:23.979+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='Swift'/><title type='text'>แบบโมเดลกระดาษซูซูกิ Swift Sport</title><content type='html'>&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Swift/07-05-21/07-05-21animated_swift.gif" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;สำหรับผู้ที่ชื่นชอบซูซูกิสวิฟท์ครับ ทำเองได้ง่ายๆ&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;วิธีทำ&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;1. คลิ๊กขวาที่แบบตัดแปะแล้วเลือก save picture as...&lt;br /&gt;2. เก็บรูปในเครื่องคอมพิวเตอร์ของท่าน เพื่อรอการพิมพ์&lt;br /&gt;3. สั่งเครื่องพิมพ์โดยพิมพ์ลงบนกระดาษ A4&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;หมายเหตุ ควรใช้กระดาษที่มีคุณภาพเพื่อให้ได้ชิ้นงานที่สวยงาม&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Swift/07-05-21/07-05-21paper_swift.jpg"&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Swift/07-05-21/07-05-21paper_swift_thumb.jpg" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;คลิ๊กที่รูปเพื่อขยายแบบ&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Swift/07-05-21/07-05-21finish_work.jpg" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;ภาพหลังจากทำเสร็จแล้ว&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9121136793600780935-8428807407617094574?l=suzukiclubthai.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://suzukiclubthai.blogspot.com/feeds/8428807407617094574/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9121136793600780935&amp;postID=8428807407617094574' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9121136793600780935/posts/default/8428807407617094574'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9121136793600780935/posts/default/8428807407617094574'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://suzukiclubthai.blogspot.com/2007/05/swift-sport.html' title='แบบโมเดลกระดาษซูซูกิ Swift Sport'/><author><name>webmaster</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04682246217302500999</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='31' src='http://photos1.blogger.com/x/blogger2/4225/1104169234043570/410/101593/gse_multipart61735.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9121136793600780935.post-5366620940639378989</id><published>2007-05-20T13:56:00.000+07:00</published><updated>2007-05-20T13:56:25.826+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='Review'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='Carry_Pick-up'/><title type='text'>รีวิวซูซูกิ แครี่ ปิกอัพ ใหม่</title><content type='html'>&lt;strong&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#336699;"&gt;ราคาเล็กแต่ประโยชน์ใช้สอยเกินตัว&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Carry/07-05-20/icon.gif" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หลังจากประสปความสำเร็จกับการเปิดตัวซูซูกิ APV รถยนต์อเนกประสงค์ 8 ที่นั่งไปได้ไม่นาน ทางซูซูกิ ออโตโมบิล (ประเทศไทย) ก็ได้นำเข้ารถกระบะหน้าตาน่ารักแต่แข็งแกร่งสามารถรองรับการบรรทุกได้ถึง 1 ตัน มาเปิดตัวครั้งแรกในงานมหกรรมยานยนต์ 2006 โดยมีราคาเพียง 329,000 บาท ซึ่งเป็นราคาที่ได้รับการสนับสนุนเป็นพิเศษจากทางซูซูกิ ญี่ปุ่น ซึ่งมีผู้สนใจเป็นจำนวนมากและมียอดขายที่น่าพอใจ เนื่องจากมีความโดดเด่นด้านคุณภาพของตัวรถ, รูปลักษณ์, ประโยชน์ใช้สอย และราคาที่คุ้มค่ามาก อีกทั้งยังเหมาะแก่การนำไปติดตั้งก๊าซ NGV หรือ LPG เนื่องจากเป็นรถกระบะที่ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 1,590 ซีซี จึงสามารถติดตั้งระบบก๊าซรถยนต์ได้ทันที ซึ่งแตกต่างกับรถปิกอัพเครื่องยนต์ดีเซล ที่จะติดตั้งแก๊ส ต้องใช้ระบบผสมดีเซลกับแก๊สเท่านั้น และด้วยรูปโฉมสไตล์รถการ์ตูน น่ารัก และมีไฟหน้าแบบฮาโลเจนให้ความสว่างกว่าแบบเดิม ทำให้หลายคนให้ความสนใจนำไปดัดแปลงเป็นรถโมบายสำหรับกิจกรรมต่างๆ เช่นรถส่งขนมปัง รถส่งดอกไม้ หรือแม้กระทั่งเป็นคีออสรับแลกเปลี่ยนเงินเคลื่อนที่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ซูซูกิ แครี้ รูปโฉมใหม่คันนี้จึงเป็นทางเลือกที่ดีมากสำหรับวันนี้และในอนาคต เหมาะสำหรับงานบรรทุกขนาด 1 ตันและการใช้งานเชิงพาณิชย์ มีพื้นที่สำหรับการขึ้นลงสินค้ามากกว่าด้วยกระบะที่เปิดออกได้ทั้ง 3 ด้าน ให้พลังขับเคลื่อนที่ดีขึ้นผนวกกับความทนทานและความเชื่อถือได้ในคุณภาพ ทั้งหมดนี้ยังมาพร้อมกับห้องโดยสารที่สะดวกสบาย ตอบสนองทุกความต้องการของการใช้งาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;suzukiclubthai.com จึงถือโอกาสทำรีวิวเล็กๆเกี่ยวกับปิกอัพตัวใหม่จากซูซูกิ เพื่อนำเสนอรายละเอียดเกี่ยวกับรถและความคิดเห็นจากผู้ที่ใช้งานจริง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#336699;"&gt;ภายนอก&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;รูปโฉมใหม่หมดทั้งคันและอาศัยดีไซน์ส่วนหัวจาก APV จึงมีรูปลักษณ์ที่มีความทันสมัยแตกต่างจากรถกระบะราคาถูกจากประเทศจีนอย่างมาก มีจุดเด่นที่การออกแบบให้ไฟหน้าอยู่สูงและมีกันชนขนาดใหญ่ดูแล้วโดดเด่นน่ารักไม่จำเจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Carry/07-05-20/1.jpg" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Carry/07-05-20/2.jpg" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Carry/07-05-20/3.jpg" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;รูป 1-3 ซูซูกิ แครี้ รูปโฉมใหม่หมดทั้งคัน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Carry/07-05-20/1-1.jpg" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;รูป 1-1 โดดเด่นด้วยไฟหน้าหลอกฮาโลเจนรูปลักษณ์ทันสมัย&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;span style="color:#336699;"&gt;ภายใน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;ตกแต่งธรรมดาๆแต่เรียบร้อย คอนโซลสีดำตัดกับเบาะสีเทาคล้ายกับรถเก๋ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Carry/07-05-20/4.jpg" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แผงคอนโซลให้ความรู้สึกเหมือนกับรถเก๋ง มาพร้อมกับแผงควบคุมและช่องเก็บสำภาระเพิ่มประโยชน์ใช้สอย มีไฟให้ความสว่างห้องโดยสาร 3 จุด เบาะนั่งบุด้วยวัสดุไวนิลอย่างดี ซูซูกิแครี่ยังมาพร้อมกับพวงมาลัยพาวเวอร์เพิ่มความสบายในการขับขี่เช่นเดียวกับรถเก๋งซีดานและแอร์คุณภาพเยี่ยมให้ความเย็นสบายขณะขับขี่มาเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#336699;"&gt;ประโยชน์ใช้สอย&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;ซูซูกิแครี่ถูกออกแบบมาโดยคำนึงถึงประโยชน์ในการงานจริงๆ ด้วยฝากระบะอเนกประสงค์เปิดออกได้ทั้ง 3 ด้านเพื่อความสะดวกในการขนถ่ายสินค้าและกระบะบรรทุกที่ปราศจากซุ่มล้อ จึงบรรทุกได้เต็มเนื้อที่ใช้สอย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Carry/07-05-20/5-7.jpg" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;รูป 5 ตัวล๊อกฝากระบะเพิ่มความปลอกภัย&lt;br /&gt;รูป 6 มีตะขอที่ขอบฝากระบะสะดวกในการใช้เชือกรัดสินค้า&lt;br /&gt;รูป 7 แผงป้องกันสินค้ากระทบกับกระจกห้องโดยสาร&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Carry/07-05-20/8.jpg" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Carry/07-05-20/8-1.jpg" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Carry/07-05-20/9.jpg" border="0" /&gt; &lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Carry/07-05-20/10.jpg" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;รูป 8, 8-1 พื้นที่ความจุของกระบะกว้างขวาง มีความกว้าง 1,585 มม. x ยาว 2,200 มม. ไม่ต่างจากรถกระบะโตโยต้าวีโก้ที่มีความกว้าง 1,520 มม. x ยาว 2,315 มม.&lt;br /&gt;รูป 9 ฝากระบะอเนกประสงค์เปิดออกได้ทั้ง 3 ด้านเพื่อความสะดวกในการขนถ่ายสินค้า&lt;br /&gt;รูป 10 จุได้เต็มที่ด้วยกระบะบรรทุกที่เรียบตลอดผืนไร้โป่งจากซุ่มล้อ (แตกต่างจากรถกระบะทั่วไปที่มีซุ่มล้อรถ ทำให้เสียพื้นที่บรรทุก)&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#336699;"&gt;เครื่องยนต์&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;เครื่องยนต์ที่สามารถตอบสนองความต้องการกำลังในการขับเคลื่อนและน้ำหนักบรรทุก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Carry/07-05-20/11.jpg" border="0" /&gt; &lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Carry/07-05-20/12.jpg" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;รูป 11-12 เครื่องยนต์ 1.5 และ 1.6 ลิตร 16 วาวล์ ทำจากอลูมิเนียม ให้กำลังบิดสูงได้ยามต้องการและประหยัดน้ำมันเป็นเยี่ยม&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วิศวกรของซูซูกิยังได้ออกแบบให้ซูซูกิแครี่ขับเคลื่อนด้วยล้องหลัง เนื่องจากเป็นที่ทราบกันดีว่ารถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยล้อหลังนั้นเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการใช้งานที่ต้องบรรทุกสิ่งของโดยจะมีน้ำหนักถ่ายลงที่ล้อหลังมากกว่าล้อหน้า และยังช่วยเพิ่มความสามารถในการควบคุมการเลี้ยวแก่ล้อหน้าอีกด้วย เนื่องจากล้อหน้าไม่ต้องทำหน้าที่หลายอย่างในเวลาเดียวกัน จึงใช้ในการควบคุมทิศทางเพียงอย่างเดียว ทำให้ขับได้ขับสนุกและปลอดภัยกว่า&lt;br /&gt;ส่วนข้อด้อยของรถขับเคลื่อนล้อหลังคืออัตราสิ้นเปลืองน้ำมันจะมากกว่าและสูญเสียกำลังม้าไปบ้างจากการถ่ายทอดกำลังไปตามระยะห่างของเพลาสู่เฟืองทดที่ล้อหลัง และมีค่าใช้จ่ายในการผลิตที่สูงกว่ารถขับเคลื่อนล้อหน้า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#336699;"&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;อุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยเพิ่มความมั่นใจในการขับขี่&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;แม้จะมีราคาที่ประหยัด ซูซูกิแครี่ยังคงเพียบพร้อมด้วยอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยเฉกเช่นเดียวกับรถเก๋งในราคาที่สูงกว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Carry/07-05-20/13-16.jpg" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;รูป 13 โครงสร้างตัวถังแบบ TECT ลิขสิทธิ์เฉพาะของรถยนต์ซูซูกิ จะช่วยหันเหแรงกระแทกจากการชนปะทะออกไปจากห้องโดยสาร และโครงสร้างตอนหน้ารถจะเสมือนกันชน เพื่อการปกป้องที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น&lt;br /&gt;รูป 14 ห้องโดยสารเสริมความแข็งแกร่งด้วยคานเหล็กกันกระแทกด้านข้าง เพื่อต้านทานการบุบเบี้ยวของตัวรถ และเสริมความปลอดภัยยิ่งขึ้นให้แก่ห้องโดยสาร&lt;br /&gt;รูป 15 กระบะแครี่ มาพร้อมกับระบบดิสก์เบรกแบบระบายอากาศที่ล้อหน้า และดรัมเบรก ที่เชื่อถือได้ที่ล้อหลัง&lt;br /&gt;รูป 16 ไฟหน้าติดตั้งสูง เพื่อทรรศนะการมองที่สว่างชัดรอบทิศทาง และช่วยลดความเสี่ยงในการแตกหักในกรณีการชนกระแทกเล็กน้อย&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Carry/07-05-20/17-18.jpg" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;รูป 17 ช่วงล่างคู่หน้าระบบแม็คเฟอร์สันสตรัท ขนาดกะทัดรัด น้ำหนักเบา ออกแบบเพื่อให้มีความเที่ยงตรงเชื่อถือได้&lt;br /&gt;รูป 18 ยางขอบ 14" นิ้วมากับล้อเหล็กยึดด้วยดุมล้อ 5 ตัว เพิ่มความทนทาน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;span style="color:#336699;"&gt;อุปกรณ์อำนวยความสะดวกเพิ่มความพึงพอใจแก่ผู้ใช้&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Carry/07-05-20/19-22.jpg" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;รูป 19-20 ฐานรองเหยียบและมือจับพยุงตัว ช่วยให้ผู้โดยสารในการเข้า-ออกจากรถได้อย่างสะดวก&lt;br /&gt;รูป 21-22 ช่องเก็บของและลิ้นชักเก็บของชิ้นเล็กๆ สะดวกในการใช้งาน&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#336699;"&gt;อุปกรณ์มาตรฐานที่มากับรถ&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;พวงมาลัยพาวเวอร์สองก้าน/ ไฟให้ความสว่างห้องโดยสาร 3 จุด/&lt;br /&gt;ฉากบังแสงแดด/ แบาะไวนิลสีเทา/ มือจับพยุงตัวช่วยการเข้า-ออกจากรถ/&lt;br /&gt;ไฟหน้าหลอกฮาโลเจน/ ที่ปัดน้ำฝน/ บังโคลนล้อคู่หน้า/&lt;br /&gt;เข็มขัดนิรภัย 3 จุด/ คานเหล็กกันกระแทกด้านข้าง/ แอร์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;span style="color:#336699;"&gt;ข้อมูลทางเทคนิค&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Carry/07-05-20/spec.jpg" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;ขณะที่เขียนบทความนี้มีเพียงรุ่นเครื่องยนต์ 1,590 ซีซี เข้ามาขายเท่านั้น ซึ่งรายละเอียดและกำลังเครื่องของทั้งสองรุ่นนี้แตกต่างกันเพียงเล็กน้อยเท่านั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Carry/07-05-20/24.jpg" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#336699;"&gt;ข้อคิดเห็นจากสื่อ&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;จากผลสำรวจของ "ฐานเศรษฐกิจ" พบว่า ผู้นิยมรถยนต์ซูซูกิ ต่างให้ความสนใจซูซูกิ แครี่ ปิกอัพ เป็นอย่างมาก เนื่องจากมีรูปโฉมรถที่มีพื้นฐานเดียวกับรถอเนกประสงค์ ซูซูกิ เอพีวี เบาะที่นั่งคนขับสูงกว่ารถปิกอัพทั่วไปให้ทัศนะวิสัยที่ดีกว่า รูปโฉมเหมือนรถ เอพีวี แต่ด้านหน้า เปลี่ยนกระจังและคันชนเป็นสีดำ ไม่มีไฟตัดหมอก ฝากระบะด้านท้ายสามารถเปิดออกทั้ง 3 ด้าน พื้นกระบะแบนราบ ไม่มีซุ้มล้อเหมือนรถกระบะขนาด 1 ตันทั่วไป สะดวกสบายในการขนสัมภาระด้านคัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นอกจากนี้ราคาจำหน่ายที่ 329,000 บาท ทำให้ ซูซูกิ แครี่ ปิกอัพ เป็นรถบรรทุกขนาด 1 ตัน ที่มีราคาถูกที่สุดในตลาดรถยนต์เมืองไทย เพราะค่ายรถรายใหญ่ๆอย่างโตโยต้า อีซูซุ ฟอร์ด มาสด้า นิสสัน มิตซูบิชิ รุ่นประหยัดสุด สำหรับบรรทุก จะมีราคาสูงกว่า 400,000 บาทด้วยกันทั้งสิ้น ส่วนรถบรรทุกจากประเทศจีน ที่มีการจำหน่ายในชื่อ "วู่หลิง" รุ่น สคอร์เปียน จัดจำหน่ายโดยบริษัท พีวีเอ มอเตอร์ 2056 จำกัด เป็นรถบรรทุกขนาด 0.5 ตัน ที่ใช้เครื่องยนต์ขนาด 1,000 ซีซี. ให้กำลังสูงสุด 43 แรงม้าเท่านั้น และจำหน่ายในราคาประมาณ 300,000 บาท&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#336699;"&gt;การดัดแปลงเพื่อเพิ่มประโยชน์ใช้สอย&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Carry/07-05-20/23.jpg" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Carry/07-05-20/23-1.jpg" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;รูป 23, 23-1 แสดงการติดตั้งหลังคาเหล็กและหลังคาไฟเบอร์ให้แก่ซูซูกิแครี่&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#336699;"&gt;การดัดแปลงเพื่อประหยัดเชื้อเพลิง&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;เนื่องจากเป็นรถปิกอัพที่ใช้เครื่องยนต์เบนซิน จึงสามารถติดตั้งระบบแก๊สเอ็นจีวีหรือแก๊สแอลพีวีได้ทันที ซึ่งแตกต่างกับรถปิกอัพเครื่องยนต์ดีเซล ที่จะติดตั้งแก๊ส ต้องใช้ระบบผสมดีเซลกับแก๊สเท่านั้น ซึ่งทำให้ประหยัดค่าเชื้อเพลิงได้ประมาณครึงหนึ่งหลังจากติดตั้งระบบแก๊สรถยนต์ ดังแผนภูมิเปรียบเทียบค่าเชื้อเพลิงด้านล่าง&lt;br /&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Carry/07-05-20/25.jpg" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Carry/07-05-20/26.jpg" border="0" /&gt; &lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Carry/07-05-20/27.jpg" border="0" /&gt; &lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Carry/07-05-20/28.jpg" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;รูป 25-26 แสดงการติดตั้งถังแก๊สที่บริเวณกระบะหลัง ติดกับห้องโดยสาร&lt;br /&gt;รูป 27 แสดงการติดตั้งถังแก๊สที่บริเวณใต้ท้องรถ โดยวางถังแก๊สตามแนวยาวของรถ&lt;br /&gt;รูป 28 แสดงการติดตั้งถังแก๊สที่บริเวณใต้ท้องรถ โดยถังแก๊สอยู่ที่ท้ายรถ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Carry/07-05-20/29.jpg" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/Carry/07-05-20/30.jpg" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;รูป 29 แสดงแผนภูมิเปรียบเทียบอัตราสิ้นเปลืองระหว่างการใช้น้ำมันกับแก๊ส (หน่วย กม./ ลิตร)&lt;br /&gt;รูป 30 แสดงแผนภูมิเปรียบเทียบอัตราสิ้นเปลืองระหว่างการใช้น้ำมันกับแก๊ส (หน่วย บาท/ กม.)&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จากตารางด้านบนจะเห็นว่า ในระยะทาง 1 กิโลเมตรเท่ากัน หากใช้น้ำมันจะมีค่าใช้จ่าย 3.53 บาท สำหรับการใช้งานในเมือง และ 2.75 บาท สำหรับการใช้งานนอกเมือง&lt;br /&gt;หากใช้แก๊สจะมีค่าใช้จ่าย 1.31 บาท สำหรับการใช้งานในเมือง และ 1.21 บาท สำหรับการใช้งานนอกเมือง&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;*หมายเหตุ เราใช้ผลทดสอบของรถAPV แทนเนื่องจากกระบะแครี่ใช้เครื่องยนต์ตัวเดียวกันกับAPV&lt;br /&gt;**ค่าที่ได้เป็นค่าโดยประมาณเนื่องจากอัตราสิ้นเปลืองนั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายสิ่งขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้งาน เช่น น้ำหนักบรรทุก, สภาพเครื่องยนต์, วิธีการขับขี่ และอื่นๆ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#336699;"&gt;สรุปโดย &lt;span style="font-size:85%;"&gt;suzukiclubthai.com&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;เป็นรถกระบะที่มีความคุ้มค่ากับราคา เหมาะแก่การใช้งานบรรทุกและดัดแปลงกระบะหลังให้ตรงกับลักษณะการใช้งานต่างๆ และยังเป็นรถเครื่องยนต์เบนซินที่เหมาะแก่การนำไปติดตั้งระบบแก๊สรถยนต์ไม่ว่าจะเป็น NGV หรือ LPG&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9121136793600780935-5366620940639378989?l=suzukiclubthai.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://suzukiclubthai.blogspot.com/feeds/5366620940639378989/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9121136793600780935&amp;postID=5366620940639378989' title='9 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9121136793600780935/posts/default/5366620940639378989'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9121136793600780935/posts/default/5366620940639378989'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://suzukiclubthai.blogspot.com/2007/05/blog-post_20.html' title='รีวิวซูซูกิ แครี่ ปิกอัพ ใหม่'/><author><name>webmaster</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04682246217302500999</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='31' src='http://photos1.blogger.com/x/blogger2/4225/1104169234043570/410/101593/gse_multipart61735.jpg'/></author><thr:total>9</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9121136793600780935.post-5777569917587006520</id><published>2007-05-10T20:54:00.000+07:00</published><updated>2007-05-10T20:54:10.242+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='Review'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='APV'/><title type='text'>ข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจติดแก๊สให้ซูซูกิ APV</title><content type='html'>&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/APV/07-05-10/07-05-10Gas_APV.gif"/&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บทความนี้เขียนขึ้นเพื่อตอบคำถามหลักๆที่ผู้ใช้รถ APV อยู่อยากรู้ก่อนตัดสินใจเปลี่ยนไปใช้แก็สแทนน้ำมัน ซึ่งไม่เน้นข้อมูลทางเทคนิคมากนัก เพราะเมื่อท่านตัดสินใจใช้แก๊สแล้วก็สามารถหาข้อมูลเชิงลึกได้จากเว็บ gasthai.com ซึ่งมีข้อมูลเชิงลึกอยู่อย่างมากมาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ข้อมูลส่วนใหญ่ในบทความรวบรวมมาจากองค์ความรู้ในกระทู้ของผู้ใช้ APV ในเว็บบอร์ดต่างๆ, เว็บ gasthai.com และเว็บผู้ประกอบการติดตั้งแก๊ส&lt;br /&gt;หากมีข้อมูลใดๆที่ไม่ถูกต้อง ผมต้องขออภัยทุกท่านมา ณ ที่นี้และหากท่านมีข้อแนะนำใดๆก็สามารถเขียนมาถึงผมได้ที่ webmaster@suzukiclubthai.com&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;strong&gt;บทความนี้จะตอบคำถามหลักๆ 3 ข้อ&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;1. APV กินน้ำมันมากเท่าใหร่?&lt;br /&gt;2. เมื่อติดแก๊สแล้วประหยัดขึ้นมากแค่ใหน?&lt;br /&gt;3. ติดแก๊สแล้วมีผลเสียอะไรบ้าง เสียค่าใช้จ่ายเท่าใหร่ในการติดตั้ง?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;เริ่มกันที่ APV กินน้ำมันมากเท่าใหร่?&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;แน่นอนที่สุดว่าผู้ใช้เท่านั้นที่รู้จริง ผมจึงได้รวบรวมตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันจากผู้ใช้ APV ที่โพสลงในกระทู้จำนวน 22 ท่าน โดยได้แยกเป็น 2 ค่า คืออัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยเมื่อวิ่งในเมืองและอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยเมื่อวิ่งนอกเมืองซึ่งการวิ่งในเมืองจะมีอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยมากกว่าเพราะมีรถติด เรามาดูข้อเท็ดจริงจากตัวเลขกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/APV/07-05-10/1-1.jpg" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ค่าเฉลี่ยอัตราสิ้นเปลืองของ APV จากการใช้งานจริงคือ 8.38 และ 10.77 กม./ ลิตร สำหรับการใช้งานในเมืองและนอกเมืองตามลำดับ ซึ่งมีความสอดคล้องกับผลการทดสอบของนิตยสารนักเลงรถกระบะที่ทดสอบเมื่อ มกราคม 2548 ที่ได้ 11.87 กม./ ลิตร ที่ความเร็ว 90 กม./ ชม. และ 10.21 กม./ ลิตร ที่ความเร็ว 110 กม./ ชม. ในการขับไปหัวหิน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;มาถึงคำถามที่ 2 เมื่อติดแก๊สแล้วประหยัดขึ้นมากแค่ใหน?&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เช่นเคยเราใช้ข้อมูลจากเจ้าของรถ APV ที่ได้นำรถไปติดแก็ส และได้โพสผลลัพธ์ลงในกระทู้จำนวน 10 ท่าน โดยได้แยกเป็น 2 ค่า คืออัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยเมื่อวิ่งในเมืองและอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยเมื่อวิ่งนอกเมือง ซึ่งทั้ง 10 คันเลือกติดระบบก๊าซ LPG (แก๊สหุงต้ม) ผมจึงไม่ขอกล่าวถึง NGV ในบทความนี้เนื่องจากไม่มีข้อมูลเพียงพอและขณะนี้ยังไม่เป็นที่นิยม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/APV/07-05-10/2.jpg" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/APV/07-05-10/3.jpg" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/APV/07-05-10/4.jpg" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จากตารางด้านบนจะเห็นว่า ในระยะทาง 1 กิโลเมตรเท่ากัน หากใช้น้ำมันจะมีค่าใช้จ่าย 3.53 บาท สำหรับการใช้งานในเมือง และ 2.75 บาท สำหรับการใช้งานนอกเมือง&lt;br /&gt;หากใช้แก๊สจะมีค่าใช้จ่าย 1.31 บาท สำหรับการใช้งานในเมือง และ 1.21 บาท สำหรับการใช้งานนอกเมือง&lt;br /&gt;สรุปว่าประหยัดไปประมาณครึ่งๆครับ หากประหยัดได้แบบนี้แล้วผู้ใช้ APV ทุกคนควรติดตั้งระบบแก๊สรถยนต์ทันทีหรือไม่ และการติดแก๊สจะส่งผลข้างเคียงกับรถ APV หรือจะคุ้มค่ากับความประหยัดที่ได้มาหรือไม่อย่างไร หัวข้อต่อไปมีคำตอบครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;หัวข้อสุดท้าย ติดแก๊สแล้วมีผลเสียอะไรบ้าง เสียค่าใช้จ่ายเท่าใหร่ในการติดตั้ง?&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;ก่อนอื่นขอตอบข้อสงสัยหลักๆเกี่ยวกับเรื่องแก๊สก่อน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;จริงหรือไม่ – ติดแก๊สแล้วเครื่องจะพังก่อนกำหนด&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;ต้องยอมรับว่าการใช้แก๊สไม่ว่าจะเป็น LPG หรือ NGV ล้วนแต่ไม่ได้เป็นผลดีกับเครื่องทั้งนั้น&lt;br /&gt;เพราะเครื่องยนต์ถูกพัฒนามาให้ใช้น้ำมันเบ็นซิน คุณสมบัติที่แตกต่างของเชื้อเพลิงทำให้ให้เครื่องยนต์ชำรุดก่อนกำหนด ซึ่งทั้งหมดล้วนมีปัญหาจากอุณหภูมิขณะสันดาปของเชื้อเพลิงที่สูงขึ้นทำให้การขยายตัวของวัสดุผิดปกติ ผู้ติดแก๊สจึงต้องดูแลเครื่องยนต์เป็นพิเศษมากกว่าการใช้น้ำมัน โดยหมั่นทำความสะอาดใส้กรองอากาศ ใส้กรองแก๊ส และใช้น้ำมันเครื่องที่มีคุณภาพ ก็จะช่วยยืดอายุเครื่องยนต์ได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;จริงหรือไม่ – ติดแก๊สแล้วเครื่องกำลังตก เร่งไม่ขึ้น&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;ไม่จริง ผู้ใช้ส่วนใหญ่บอกว่าไม่แตกต่าง แต่ก็มีในกรณีที่กำลังตก เร่งไม่ขึ้นมีสาเหตุมาจากการจูนปริมาณแก๊สไม่พอดี หรือใช้อุปกรณ์แก๊สที่ขนาดไม่เหมาะสมกับขนาดเครื่องยนต์ ซึ่งเป็นปัญหาจากการติดตั้ง มิใช่จากชนิดของเชื้อเพลิง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;จริงหรือไม่ – รถชนแล้วจะระเบิด&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;ขึ้นอยู่กับลักษณะอุบัติเหตุและความแรง ปัจจุบันถังแก๊สมีมาตรฐานและปลอดภัยสูงมากที่ถังมีวาล์วที่บังคับด้วยไฟฟ้า วาล์วจะปล่อยแก๊สออกจากถังก็ต่อเมื่อมีไฟฟ้ามาเลี้ยง ดังนั้นตอนดับเครื่อง จอดอยู่ หรือถ้าท่อแก๊สรั่วและเครื่องดับ แก๊สจะไม่ออกจากถังเลย และถังยังผ่านการทดสอบโดยการนำไปเผาไฟ เมื่อมีความร้อนสูงมาก วาล์วลดความดันที่ถังก็จะปล่อยแก๊สออกมาเพื่อป้องกันการระเบิดจากความดันที่สูงภายในถัง หากเป็นอุบัติเหตุที่ทำให้ถังแก๊สแตกก็ต้องเป็นอุบัติเหตุที่แรงมากเนื่องจากตาม พรบ. ก็ได้กำหนดตำแหน่งที่ติดให้ห่างจากท้ายรถไม่น้อยกว่า 35 เซ็นติเมตรอยู่แล้ว ด้วยความแรงขนาดนั้นหากเป็นรถที่ใช้ถังน้ำมันก็ยังคงไม่ปลอดภัยเช่นกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;จริงหรือไม่ – ติดแก๊สแล้วหมดประกันศูนย์และศูนย์ไม่รับซ่อม&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;จริง ศูนย์จะไม่รับประกันเครื่องยนต์ที่ผ่านการติดตั้งแก๊สแต่ก็ยังดูแลและซ่อมให้โดยเสียค่าใช้จ่าย ส่วนอุปกรณ์อื่นๆที่ไม่เกี่ยวข้องกับเครื่องยนต์ก็ยังคงรับประกันเหมือนเดิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;จริงหรือไม่ – ถ้าจะใช้แก๊สผู้ขับต้องมีความรู้เกี่ยวกับการจูนแก๊สด้วย&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;ไม่จำเป็น แต่ก็ต้องยอมรับว่าการติดแก๊สนั้นอาจต้องมีการจูนปรับแต่งบ้างเป็นธรรมดาหลังจากติดตั้งเพื่อให้ได้ค่าที่เหมาะสมกับเครื่องยนต์ ส่วนใหญ่ก็จะให้อู่ที่ติดตั้งจูนให้ ดังนั้นควรเลือกอู่ที่มีความชำนาญงาน จะได้ผิดพลาดและเสียเวลาน้อยที่สุด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ปัญหาที่เกิขึ้นบ่อยหลังจากติดแก๊สคือ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;ไฟ Check engine ขึ้น, ไม่ผ่านการตรวจมาตรฐานจากกรมขนส่งทางบกเนื่องจากติดตั้งถังแก๊สในตำแหน่งไม่ถูกต้องตามข้อกำหนดใน พรบ. , ท่ออากาศขาดจากอาการแบ็คไฟร์ (อาการการเผาไหม้ย้อยกลับ), เริ่มสตาร์ทด้วยน้ำมันติดยาก, แก๊สรั่วซึม&lt;br /&gt;ปัญหาที่กล่าวมาทั้งหมดสามารถป้องกันและแก้ไขได้จากผู้ติดตั้งที่มีความชำนาญ ซึ่งผมจะไม่ลงลึกถึงสาเหตุและวิธีแก้ไข เนื่องจากจะเกินขอบเขตวัตถุประสงค์ของบทความนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;เสียค่าใช้จ่ายเท่าใหร่ในการติดตั้ง?&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;ระบบดูด (Mixer) 17,500 – 24,000 บาท&lt;br /&gt;ระบบหัวฉีด (Injection) 31,000 – 45,000 บาท&lt;br /&gt;รถ APV สามารถเลือกที่จะติดตั้งระบบใดก็ได้ ซึ่งให้ผลลัพท์ที่ไม่แตกต่างกันมากนัก ขอให้ดูความชำนาญของอู่ที่ติดตั้งว่ามีความชำนาญในระบบใดมากกว่า ที่ระบบหัวฉีดมีราคาสูงกว่าเพราะว่าใช้อุปกรณ์ที่มีความซับซ้อนและไฮเทคมากกว่าระบบดูด แต่ผลลัพธ์ด้านประสิทธิภาพนั้นขึ้นอยู่กับความชำนาญในการติดตั้งและการจูนมากกว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;สรุป&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;การติดแก๊สให้ APV นั้นจะทำให้ประหยัดเงินอย่างแน่นอน แต่ต้องยอมรับว่าเครื่องยนต์ของ APV นั้นได้ผลิตออกมาจากโรงงานเพื่อใช้กับน้ำมัน การใช้แก๊สจึงเป็นการปรับแต่งเครื่องยนต์นอกโรงงานซึ่งจะทำได้ดีหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับความชำนาญของอู่และช่างที่ทำการติดตั้งเป็นส่วนสำคัญอันดับต้นๆเลยทีเดียว เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นส่วนใหญ่เกิดมาจากการติดตั้งที่ไม่ได้มาตรฐานและขาดความเชี่ยวชาญ จึงขอแนะนำให้ท่านที่สนใจเลือกอู่ที่เคยติดตั้งแก๊สให้แก่ APV มาแล้วหลายๆคันเท่านั้นเพื่อลดปัญหาที่เกิดจากการลองผิดลองถูก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ภาคผนวก&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;ภาพตัวอย่างการติดแก๊สใน APVทั้ง 2 รูปแบบ&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;ระบบหัวฉีด (Injection)&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/APV/07-05-10/5.jpg" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;ภาพแสดงวาล์วควบคุมการฉีดแก๊สในระบบหัวฉีด&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/APV/07-05-10/6.jpg" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;ภาพแสดงการเจาะท่อไอดีเพื่อติดท่อฉีดแก๊สในระบบหัวฉีด&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;ระบบดูด (Mixer)&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/APV/07-05-10/7.jpg" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;ภาพแสดงช่องผสมแก๊ส Mixer ในระบบดูด ซึ่งจะติดตั้งบริเวณท่ออากาศ&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/APV/07-05-10/8.jpg" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;ภาพแสดงการติดตั้งช่องผสมแก๊ส Mixer ที่ท่ออากาศในระบบดูด&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ตำแหน่งการติดตั้งถังแก๊ส&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;ตำแหน่งการติดตั้งถังแก๊สใน APV มีอยู่ 3 ที่หลักๆคือ&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;1. ภายในรถหลังเบาะนั้งแถวที่สาม&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/APV/07-05-10/9.jpg" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;การติดในรูปแบบนี้จะสามารถติดถังได้มีขนาดใหญ่ที่สุด&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;2. ใต้ท้องรถบริเวณท้ายรถ&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/APV/07-05-10/10.jpg" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/APV/07-05-10/11.jpg" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;แบบมีแผ่นเหล็กกันกระแทกปิด&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;หมายเหตุ การติดตั้งในรูปแบบที่ 1 และ 2 อาจไม่ผ่านการตรวจมาตรฐานการติดตั้งของกรมขนส่งเนื่องจากถังแก๊สมีความห่างจากท้ายรถไม่เกิน 35 เซ็นติเมตร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;3. ใต้ท้องรถบริเวณกลางรถตรงข้ามกับถังน้ำมัน (วางถังตามแนวยาวของรถ)&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/APV/07-05-10/12.jpg" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/APV/07-05-10/13.jpg" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/APV/07-05-10/14.jpg" /&gt;&lt;br /&gt;การติดแบบนี้จะต้องดัดแปลงท่อไอเสีย ซึ่งมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม แต่ดีตรงที่ไม่ต้องย้ายยางอะไหล่และไม่ขัดต่อข้อกำหนดใน พรบ. เพราะจะอยู่ห่างจากท้ายรถ 35 เซ็นติเมตรแน่นอน หากมีแผ่นเหล็กและวัสดุกันความร้อนหุ้มก็จะยิ่งดีเพราะอยู่ใกล้เพลาหมุนและห้องเกียร์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ตำแหน่งการติดตั้งหัวเติมแก๊ส&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/APV/07-05-10/15.jpg" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;ภาพแสดงการติดตั้งหัวเติมแก๊สบริเวญท้ายรถ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/APV/07-05-10/16.jpg" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;ภาพแสดงการติดตั้งหัวเติมแก๊สบริเวณเดียวกับที่เติมน้ำมัน แต่ต้องเจาะตัวถัง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;รูเดินสายแก๊สและการติดตั้งสวิตซ์ควบคุมภายในรถ&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/APV/07-05-10/17.jpg" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;การเดินสายแก๊สสามารถใช้ประโยชน์จากรูของตัวถังที่เจาะมาจากโรงงาน โดยใส่หัวรูพลาสติกเข้าไปดังรูปด้านล่าง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/APV/07-05-10/18.jpg" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/APV/07-05-10/19.jpg" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;ภาพแสดงการติดตั้งสวิตซ์ภายในรถยนต์ ติดบริเวณช่องสวิตซ์เดิมได้&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;- จบ -&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ที่มาของข้อมูลและภาพประกอบ&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขอขอบคุณ&lt;br /&gt;องค์ความรู้ในกระทู้ของผู้ใช้ APV ในเว็บบอร์ดต่างๆ&lt;br /&gt;GasThai.com&lt;br /&gt;PTC GAS LEADER AND SERVICES&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9121136793600780935-5777569917587006520?l=suzukiclubthai.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://suzukiclubthai.blogspot.com/feeds/5777569917587006520/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9121136793600780935&amp;postID=5777569917587006520' title='2 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9121136793600780935/posts/default/5777569917587006520'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9121136793600780935/posts/default/5777569917587006520'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://suzukiclubthai.blogspot.com/2007/05/apv_10.html' title='ข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจติดแก๊สให้ซูซูกิ APV'/><author><name>webmaster</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04682246217302500999</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='31' src='http://photos1.blogger.com/x/blogger2/4225/1104169234043570/410/101593/gse_multipart61735.jpg'/></author><thr:total>2</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9121136793600780935.post-4823294687704390304</id><published>2007-05-07T20:53:00.000+07:00</published><updated>2007-05-22T21:18:27.814+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='Global_News'/><title type='text'>ซูซูกิเซอร์โว (Cervo) รุ่นใหม่เปิดตัวในญี่ปุ่นแล้ว</title><content type='html'>&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/News/07-05-07/1.jpg" /&gt;&lt;br /&gt;บทความจากนิตยสารไทยไดร์ฟเวอร์ คอลลัมน์ NEW CAR&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;SUZUKI CERVO&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;ปั ด ฝุ่ น ชื่ อ เ ก่ า ม า ใ ช้ กั บ ร ถ เ ล็ ก คั น ใ ห ม่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ศึกรถเล็กกลุ่ม K-CAR ประจำปีนี้ที่ญี่ปุ่นดูท่าจะยังคึกคักไม่เลิกราง่ายๆ เพราะผู้ผลิตแต่ละค่ายทยอยเข็นรถยนต์รุ่นใหม่ออกสู่ตลาดเอาใจลูกค้า ชนิดไม่กลัวว่าวิศวกรและพนักงานของตนจะทำงานโอเวอร์โหลด ยิ่งเมื่อไดฮัทสุ ยักษ์รองในตลาดกลุ่มนี้ทุ่มเปิดตัวรถเล็กรุ่นใหม่อย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ต้นปี มีหรือที่ซูซูกิในฐานะเจ้าตลาดหลักจะยอมอ่อนข้อให้ง่ายๆ นั่นคือเหตุผลที่ทำให้ซูซูกิตัดสินใจนำชื่อเซอร์โว กลับมาปัดฝุ่นใช้ใหม่กับรถเล็ก 5 ประตูคันใหม่ เปิดตัวแล้วเมื่อ 7 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/News/07-05-07/2.jpg" /&gt; &lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/News/07-05-07/3.jpg" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;HASUIKE TOSHIAKI ; CHIEF ENGINEER ของโครงการพัฒนาเซอร์โว กล่าวในงานเปิดตัวรถเล็กรุ่นใหม่นี้ว่า ตลาดรถยนต์ขนาดจิ๋ว K-CAR (ขนาดเครื่องยนต์ ไม่เกิน 660 ซีซี ไม่เกิน 64 แรงม้า) เริ่มมีแนวโน้มความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมลูกค้าสุภาพสตรีเป็นลูกค้ากลุ่มหลักของรถยนต์ประเภทนี้มาโดยตลอดทว่าหลายปีมานี้สัดส่วนของลูกค้าสุภาพบุรุษเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่เพียงเท่านั้นกลุ่มอายุของลูกค้าที่ซื้อรถยนต์ K-CAR ก็มีพัฒนาการที่เปลี่ยนไปเช่นกัน กล่าวคือ จากเดิมที่มีแต่คนรุ่นหนุ่มสาวเป็นลูกค้าหลัก แต่ในวันนี้ลูกค้าวัยทำงานระดับผู้ใหญ่ต่างพากันหันมาอุดหนุนรถเล็กประเภทนี้มากขึ้นดังนั้นซูซูกิจึงเลือกจะพัฒนาให้เซอร์โวใหม่ยังคงความเป็นรถยนต์ขนาดจิ๋วที่มีบุคลิกสปอร์ตเหมือนเช่นเดิมที่เคยเป็นมา ก่อนยุติสายการผลิตไปในปี 1998 แต่จะเพิ่มคุณค่าใหม่ๆ ในด้านต่างๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าสุภาพสตรีมากยิ่งขึ้น ทั้งกลุ่มผู้หญิงที่มีรสนิยมในแนวน่ารัก หรือแนวอบอุ่นสุขุม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นั่นคือที่มาของการกำหนดแนวคิดในการพัฒนาเซอร์โวใหม่ที่ว่า FIT ON MY STYLE หรือการสร้างความลงตัวสอดคล้องกับบุคลิกของลูกค้ากลุ่มเป้าหมายที่มีความคิดอิสระเป็นตัวของตัวเอง และพิถีพิถันในการใช้ชีวิต ถึงจะสาธยายมายืดยาวขนาดนี้ แต่ลึกๆ แล้วจุดประสงค์ของการนำชื่อเซอร์โวกลับมาใช้อีกครั้งไม่มีอะไรมากไปกว่าความพยายามของซูซูกิในการสร้างรถยนต์ K-CAR รุ่นใหม่ เพื่อจะต่อกรกับไดฮัทสุโซนิกา และซูบารุ R1 รวมทั้ง R2 นั่นเองเพราะตลาดของรถยนต์ เค-คาร์ในแบบซีดานดูเหมือนถูกละเลยไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/News/07-05-07/4.jpg" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หลังจากกระแสรถเล็กแบบ TALL BOY ที่เริ่มปูพื้นจากมิตซูบิชิ มินิกา ท็อปโป ตามด้วย ซูซูกิ แวกอน-อาร์ และไดฮัทสุมูฟ จะพุ่งสู่ความนิยมอย่างสูงในช่วงปี 1993 เป็นต้นมาโครงสร้างตัวถังที่มีความยาว 3,395 มม. กว้าง 1,475 มม. สูง 1,535-1,545 มม. ฐานล้อ 2,360 มม. (เท่ากับโตโยต้า โซลูนา รุ่นแรก) ถูกออกแบบให้มีเส้นสายที่เฉียบคม ผสานความโค้งมนในเวลาเดียวกัน ไฟหน้ามาในสไตล์เรียวแหลม แต่ด้านท้ายยังคงเน้นการใช้เส้นสาย J-LINE มาตัดเชื่อมกันกับประตูห้องเก็บของด้านหลังแผงหน้าปัดมาในสไตล์เรียบง่าย แต่ออกแบบและวางตำแหน่งอุปกรณ์ต่างๆ ชวนให้นึกถึงแผงหน้าปัดของพี่ใหญ่รุ่นสวิฟต์ได้อย่างสนิทใจ เบาะนั่งคู่หน้าเป็นแบบบักเก็ตซีตมาในสไตล์สปอร์ตโอบกระชับลำตัวพร้อมคันโยกปรับระดับสูง-ต่ำของชุดเบาะขณะที่เบาะหลัง กลับออกแบบให้ดูเรียบง่ายจนต่างกันอย่างเด่นชัดและแบ่งพับได้ในอัตราส่วน 50:50 เพื่อเพิ่มพื้นที่ห้องเก็บของด้านหลังตามมาตรฐานรถเล็กท้ายตัดของญี่ปุ่นจุดเด่นอยู่ที่การติดตั้งระบบเชื่อมต่อสัญญาณโทรศัพท์ไร้สายแบบ BLUETOOTH ระบบรีโมตคีย์การ์ด สั่งล็อกและปลดล็อกประตูรถ และติดเครื่องยนต์ได้โดยไม่ต้องใช้กุญแจแบบเดียวกับนิสสัน เทียนา และโตโยต้า ยาริส/คัมรี ในบ้านเรา ส่วนชุดเครื่องเสียงติดรถ สามารถต่อเชื่อมกับเครื่องเล่น iPOD จากค่ายแอปเปิลได้ขุมพลังมีรหัสเดียว ยกมาจากสหกรณ์เครื่องยนต์ของซูซูกิ เป็นแบบ K6A DOHC 12 วาล์ว 658 ซีซี แต่มีให้เลือก 2 ระดับความแรงทั้งเวอร์ชันธรรมดา ที่มาพร้อมระบบแปรผันวาล์ว VVT 54 แรงม้า(PS) ที่ 6,500 รอบฯ แรงบิด 6.4 กก.-ม.ที่ 3,500 รอบฯส่วนเวอร์ชันแรงสุดพ่วงเทอร์โบ พร้อมอินเตอร์คูลเลอร์ 60 แรงม้า(PS) ที่ 6,000 รอบฯ แรงบิด 8.5 กก.-ม.ที่ 3,000 รอบฯ ทั้งคู่ เลือกได้ทั้งระบบขับเคลื่อนล้อหน้า หรือ 4 ล้อตลอดเวลา แต่ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 4 จังหวะ แบบขั้นบันได พร้อมโหมดบวกลบให้เลือกเปลี่ยนเกียร์ได้เอง เพียงแบบเดียวเหมือนกันระบบกันสะเทือนหน้าแม็กเฟอร์สันสตรัต หลังแบบ ISOLATED TRAILING LINK อันเป็นรูปแบบที่ซูซูกินิยมใช้กับรถเล็กของตน ถูกปรับเซตให้เอาใจลูกค้าที่ชอบความมั่นคงในการขับขยิ่งขึ้น พวงมาลัยแร็กแอนด์พิเนียนพร้อมเพาเวอร์ เซตอัตราทดเฟืองเกียร์ให้กระชับขึ้นรัศมีวงเลี้ยวแคบเพียง 4.1 เมตร ระบบเบรกแบบหน้าดิสก์หลังดรัมเสริมด้วยเอบีเอส และระบบกระจายแรงเบรกอีบีดี โดยมีเฉพาะรุ่นท็อปTX ที่ได้ใช้ดิสก์เบรกหน้าพร้อมรูระบายความร้อนด้านความปลอดภัยยังคงยืนหยัดอยู่กับโครงสร้างตัวถังนิรภัย TECT ประกอบด้วยถุงลมนิรภัยคู่หน้า เข็มขัดนิรภัยพร้อมระบบดึงกลับอัตโนมัติ ฝากระโปรงหน้า กันชนหน้า ออกแบบให้ลดความบาดเจ็บเมื่อชนคนเดินเท้า และการบุเสาขอบเพดานหลังคา ด้วยวัสดุที่ลดการบาดเจ็บของศีรษะเมื่อเกิดการกระแทกด้วยค่าตัวที่ต่ำกว่าคู่แข่งในท้องตลาดที่ระดับ 330,000-440,000 บาท ทำให้ซูซูกิมั่นใจจะตั้งเป้ายอดจำหน่ายของเซอร์โวผ่านเครือข่ายจำหน่าย ARENA และผู้จำหน่ายรายย่อยของตนไว้ที่ 5,000 คัน/เดือน ส่วนตลาดเมืองนอกจะมีเวอร์ชันตัวถังกว้างและเพิ่มขนาดเครื่องยนต์อีกหรือไม่ต้องรอดูกันต่อไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/News/07-05-07/5.jpg" /&gt; &lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/News/07-05-07/6.jpg" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;SUZUKI CERVO&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;• แบบตัวถัง แฮทช์แบ็ก 5 ประตู&lt;br /&gt;• เครื่องยนต์ 3 สูบ DOHC 12 วาล์ว EPI&lt;br /&gt;• ความจุ 658 ซีซี&lt;br /&gt;• กระบอกสูบ x ช่วงชัก 68.0 x 60.4 มม.&lt;br /&gt;• อัตราส่วนการอัด 8.9:1&lt;br /&gt;• กำลังสูงสุด 60 แรงม้า (PS) ที่ 6,000 รอบ/นาที&lt;br /&gt;• แรงบิด 8.5 กก.-ม. ที่ 3,000 รอบ/นาที&lt;br /&gt;• ระบบส่งกำลัง อัตโนมัติ 4 จังหวะ&lt;br /&gt;• ระบบขับเคลื่อน ล้อหน้า/4 ล้อตลอดเวลา&lt;br /&gt;• ระบบบังคับเลี้ยว แร็กแอนด์พิเนียนพร้อมเพาเวอร์&lt;br /&gt;• ระบบกันสะเทือนหน้า แม็กเฟอร์สันสตรัต&lt;br /&gt;• ระบบกันสะเทือนหลัง ITL เทรลลิงลิงก์&lt;br /&gt;• ระบบเบรกหน้า/หลัง ดิสก์/ดรัม พร้อมเอบีเอส&lt;br /&gt;• ผู้จำหน่าย บริษัท สยามอินเตอร์เนชันแนลคอร์ปอเรชั่น จำกัด&lt;br /&gt;• โทรศัพท์ 0-2245-1171&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;THE COMPLETE HISTORY OF CERVO&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;ร ถ เ ล็ ก สุ ด เ ฉี่ ย ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ช่วงทศวรรษที่ 1970 หลังจากญี่ปุ่นก้าวเข้าสู่ยุคประชายนต์นิยม (MOTORIZATION) เต็มตัว ความต้องการรถยนต์ในแนวสปอร์ตหรือรถยนต์แบบ SPACIALTY COUPE เพิ่มขึ้นอย่างมาก นอกเหนือจากผู้ผลิต รายหลัก เช่น โตโยต้า นิสสัน และมิตซูบิชิ ซูซูกิในฐานะผู้ผลิตรถยนต์ขนาดเล็กรายใหญ่ที่สุดจากเมืองฮามามัตสึ ก็เริ่มชิมลางตลาดกลุ่มนี้เป็นครั้งแรกด้วยการเปิดตัวซูซูกิ ฟรอนเต้ คูเป้ เป็นครั้งแรกเมื่อเดือนกันยายน 1971 เพื่อออกมาต่อกรกับ มิตซูบิชิ มินิกา สกิปเปอร์ (MINICA SKIPPER) ฮอนด้า Z และไดฮัทสุ เฟลโล แม็กซ์ ฮาร์ดท็อป (FELLO MAX HARDTOP)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/News/07-05-07/7.jpg" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;FRONTE COUPE&lt;br /&gt;LC10W • กันยายน 1971-1976&lt;br /&gt;ชื่อรุ่นก็บอกชัดอยู่แล้วว่าเป็นการเพิ่มทางเลือกให้สายพันธุ์ ฟรอนเต้ อันถือเป็นรถยนต์นั่งขนาดเล็กที่เก่าแก่ที่สุดรุ่นหนึ่งของซูซูกิ จุดเด่นอยู่ที่เส้นสายตัวถังอันเป็นผลงานของ GIORGETTO GIUGIARO นักออกแบบรถยนต์ชื่อดังจากสำนักอีตัลดีไซน์ แห่งอิตาลีมิติตัวถังยาว 2,995 มม. กว้าง 1,295 มม. สูง 1,190 มม. ฐานล้อ 2,010 มม. รวมทั้งการวางเครื่องยนต์ 3 สูบ 2 จังหวะ 356 ซีซี คาร์บูเรเตอร์ 37 แรงม้า (PS) ที่ 6,500 รอบฯ แรงบิด 4.2 กก.-ม. ที่ 4,500 รอบฯ ไว้ด้านหลัง ขับเคลื่อน ล้อหลัง (RR : REAR ENGINE , REAR WHEEL DRIVE) การปรับโฉมมีเพียงไม่กี่ครั้ง เริ่มจากกุมภาพันธ์ 1972 เพิ่มรุ่นเบาะนั่งแบบ 2+2 ที่นั่ง ชื่อ GXF 37 แรงม้า (PS) รวมทั้งรุ่น GXPF ที่ลดความแรงลงเหลือ 34 แรงม้า (PS) จากนั้นมิถุนายน 1972 เพิ่มรุ่นท็อป GXCF 37 แรงม้า (PS) เพิ่มดิสก์เบรกคู่หน้า และเพิ่มเบาะนั่งเป็นแบบ 2+2 ที่นั่ง ส่วนรุ่น GAF ลดกำลังลงเหลือ 31 แรงม้า (PS) และ GXF-T พ่นสีทูโทน ตุลาคมปีเดียวกัน ยกเลิกรุ่น 2 ที่นั่งธรรมดา จากนั้นพฤษภาคม 1974 ปรับปรุงขุมพลังอีกรอบ ให้มีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงและมลพิษต่ำลง ตามมาตรฐานของญี่ปุ่น ส่งผลให้สมรรถนะลดลงเหลือ 35 แรงม้า (PS) ฟรอนเต้ คูเป้ อยู่ในตลาดจนถึงปี 1976 จึงยุติการผลิตไปแต่เพื่อไม่ให้เกิดช่องว่างในตลาดกลุ่ม SPACIALTY K-CAR นี้นานนัก ซูซูกิจึงนำฟรอนเต คูเป้ มาปรับปรุงรายละเอียดทางเทคนิคและการตกแต่งเสียใหม่ให้เอาใจกลุ่มลูกค้าเป้าหมายอัน&lt;br /&gt;เป็นสุภาพสตรี และออกขายในชื่อซูซูกิ เซอร์โวนั่นเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/News/07-05-07/8.jpg" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;1st GENERATION&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;SS20 • ตุลาคม 1977-9 มิถุนายน 1982&lt;br /&gt;ประเด็นสำคัญในการปรับปรุงฟรอนเต้ คูเป้ ให้กลายมาเป็นเซอร์โว อยู่ที่การเพิ่มความกว้างตัวถังจากเดิม 1,295 เป็น 1,395 มม. โดยยังคงรูปแบบตัวถังเดิมที่ออกแบบโดย จูเจียโร รวมทั้งยังคงวางเครื่องยนต์ด้านหลัง ขับเคลื่อนล้อหลัง (RR : REAR ENGINE ,REAR WHEEL DRIVE) และยกระดับเครื่องยนต์ให้มีขนาดใหญ่ขึ้นจาก 356 ซีซี เป็น 539 ซีซี ตามความเปลี่ยนแปลงของกฎหมายการแบ่งจำแนกประเภทภาษีรถยนต์ K-CAR ในยุคนั้น (ก่อนมาเป็นขนาดไม่เกิน 660 ซีซี 64 แรงม้า ในปัจจุบัน) มิติตัวถังยาว 3,190 มม. กว้าง 1,395 มม. สูง 1,210 มม. ฐานล้อ 2,030 มม. วางเครื่องยนต์รหัส T5A 3 สูบ 2 จังหวะ 539 ซีซี คาร์บูเรเตอร์ 28 แรงม้า (PS) ที่ 5,000 รอบฯ แรงบิด 5.3 กก.-ม. ที่ 5,000 รอบฯระบบกันสะเทือนหน้าปีกนกคอยล์สปริง หลังเซมิเทรลลิงอาร์ม คอยล์สปริงระบบเบรกหน้าดิสก์-หลังดรัมในตลาดส่งออกเปลี่ยนเป็น SC100 และเปลี่ยนเครื่องยนต์ใหญ่ขึ้นเป็นแบบ 4 สูบ SOHC 970 ซีซี ขณะที่ในอังกฤษจะเรียกรุ่นนี้ว่า WHIZZKID&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/News/07-05-07/9.jpg" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กันยายน 1978 เพิ่มรุ่น CX-L เอาใจสุภาพสตรีด้วยกระจกแต่งหน้า ในแผงบังแดด ปรับเปลี่ยนให้พนักศีรษะกับเบาะนั่งแยกชิ้นกันนิตยสาร CAR GRAPHIC ของญี่ปุ่น เคยทำบทความทดสอบเซอร์โวรุ่นแรกไว้และให้ข้อมูลว่า เครื่องยนต์ดูเหมือนจะกวาดขึ้นไปยังรอบสูงสุดที่ 7,000 รอบฯ แต่กลับมีอาการเดินไม่เรียบ สะดุดในรอบเครื่องยนต์ต่ำ ทำให้ตัวรถสั่นสะท้านไปทั้งคันและก่อให้เกิดความไม่สบายในการขับความเร็วสูงสุดที่ทำได้คือ 111.80 กิโลเมตร/ชั่วโมง อัตราเร่ง 0-400 เมตรหรือควอเตอร์ไมล์ ใช้เวลานานถึง 23 วินาที ด้วยการวางเครื่องยนต์ไว้ด้านหลังทำให้เซอร์โวถือเป็นรถขับสนุก และเดาได้ไม่ยากว่าการควบคุมจะเบาและคล่องตัวเพียงใด ขณะเดียวกัน การทรงตัวถือว่าทำได้ดีเกินคาด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/News/07-05-07/10.jpg" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;2nd GENERATION&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;SS40 • 9 มิถุนายน 1982-มีนาคม 1988&lt;br /&gt;การเปลี่ยนโฉมครั้งแรก ถือเป็นการพลิกโฉมใหม่ทั้งคัน เพราะถือเป็นเซอร์โวรุ่นแรกที่ย้ายตำแหน่งติดตั้งเครื่องยนต์จากด้านหลังมาไว้ด้านหน้า และเปลี่ยนมาใช้ระบบขับเคลื่อนล้อหน้า (FF ; FRONT ENGINE, FRONT WHEEL DRIVE) ตามเพื่อนพ้องร่วมยุคสมัย อีกทั้งยังเปลี่ยนมาใช้เครื่องยนต์ 4 จังหวะ และเริ่มเปลี่ยนมาใช้พื้นตัวถังร่วมกับรถเล็กขายดีที่สุดในญี่ปุ่นร่วมยุคอย่าง อัลโต้/ฟรอนเต (ALTO/ FRONTE) มิติตัวถังยาว 3,195 มม. กว้าง 1,395 มม. สูง 1,290-1,295 มม. ฐานล้อ 2,150 มม. วางเครื่องยนต์รหัสเดียว F5A 3 สูบ 543 ซีซี คาร์บูเรเตอร์ 31 แรงม้า (PS) ที่ 6,000 รอบฯ แรงบิด 4.4 กก.-ม. ที่ 4,000 รอบฯ พ่วงทั้งเกียร์ธรรมดา 4 จังหวะ หรือเกียร์อัตโนมัติ 2 จังหวะพวงมาลัยแร็กแอนด์พิเนียน ระบบกันสะเทือนหน้าสตรัต คอยล์สปริง หลังคานแข็งพร้อมแหนบ ระบบเบรกเป็นแบบดรัม 4 ล้อ ยาง 5.20-10-4PR ดูสเป็กแล้ว ลูกค้าที่เคยชื่นชอบในความแรงสมตัวของรุ่นเดิมแทบร้องไห้เพราะรุ่นนี้เปิดตัวออกมาในช่วงแรกด้วยสเป็กที่ต่ำมาก แม้เครื่องยนต์จะแรงขึ้น 2 แรงม้า แต่โปรดสังเกตว่าช่วงล่างด้านหลัง กลับหันไปหาคานแข็งและแหนบ ขณะที่ระบบดรัมเบรก 4 ล้อ ยังอุตส่าห์หลุดรอดหลงเหลือมาจนถึงทศวรรษ 1980 ได้อีกด้วย!! การปรับปรุงรายละเอียดมีขึ้นเพียงไม่กี่ครั้ง ทั้งการเพิ่มเกียร์ธรรมดา 5 จังหวะให้กับรุ่น 31 แรงม้า (PS) เมื่อ 20 กันยายน 1982 และการปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ ย้ายตำแหน่งกระจกมองข้าง จากบนตัวถัง มาไว้ที่กรอบประตูรถทั้งสองฝั่งเมื่อ 11 พฤษภาคม 1983 แต่หลังทนเสียงเรียกร้องไม่ไหว 11 พฤศจิกายน 1983 ซูซูกิจึงเพิ่มรุ่น CT-G นำขุมพลังเดิมมาพ่วงเทอร์โบ แรงขึ้นเป็น 40 แรงม้า (PS) 6,000 รอบฯ แรงบิด 5.54 กก.-ม. ที่ 4,000 รอบฯ มีเฉพาะเกียร์ธรรมดา 5 จังหวะระบบเบรกเปลี่ยนมาใช้ดิสก์เบรกเฉพาะคู่หน้า สวมยางขนาด 145/70SR 12 เพิ่มสกู๊ปดักอากาศบนฝากระโปรงหน้า เปลี่ยนกระจังหน้าลายตาข่าย และเพิ่มสติ๊กเกอร์คาดตัวถังบริเวณเสาหลังคากลาง B-PILLAR&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/News/07-05-07/11.jpg" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;MIGHTY BOY (SS40T)&lt;br /&gt;รุ่นพิเศษ • 1983-1987&lt;br /&gt;เป็นการนำเซอร์โวมาปรับปรุงตัวถังด้านหลัง ให้กลายเป็นรถกระบะขนาดเล็กเอาใจวัยรุ่นที่อยากได้รถเล็กไว้ขับใช้งาน ได้รับความนิยมตามสมควรทั้งในญี่ปุ่นและตลาดส่งออก คือ ออสเตรเลียวางเครื่องยนต์ F5A 3 สูบ SOHC 543 ซีซี 28 แรงม้า (PS) ที่ 6,000 รอบฯแรงบิด 4.2 กก.-ม. ที่ 3,500 รอบฯ มีให้เลือกทั้งเกียร์ธรรมดา 4 จังหวะ และอัตโนมัติ 2 จังหวะ รายละเอียดพื้นฐานใช้ร่วมกันกับเซอร์โวได้แทบทั้งหมด มีให้เลือกทั้งรุ่นล่างสุด PS-A ใส่กระทะล้อเหล็กขนาดแค่ 10 นิ้วมาให้ ไปจนถึงรุ่นกลางและรุ่นแพง PS-L และPS-QL ที่ใส่ล้อ 12 นิ้วมาให้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/News/07-05-07/12.jpg" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;3rd GENERATION&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;CERVO F • CG72V CH72V • มีนาคม 1988-18 กรกฎาคม 1990&lt;br /&gt;จริงอยู่ว่าเป็นการเปลี่ยนโฉมใหม่จากรุ่นเดิมทั้งคัน ทว่า ในความเป็นจริงแล้วเซอร์โวรุ่นที่ 3 เป็นการนำอัลโตรุ่นที่ 2 มาผ่าครึ่งคัน แล้วออกแบบบั้นท้ายสไตล์ใหม่ ในแบบคูเป้แวกอน 3 ประตูนั่นเองตัวถังมีความยาว 3,195 มม. กว้าง 1,395 มม. สูง 1,330-1,350 มม. ฐานล้อ 2,175 มม. วางเครื่องยนต์ F5B 3 สูบ SOHC 12 วาล์ว 547 ซีซี 40 แรงม้า (PS) ที่ 7,500 รอบฯ แรงบิด 4.2 กก.-ม. ที่ 4,500 รอบฯ ระบบกันสะเทือนหน้าแม็กเฟอร์สันสตรัต หลังแบบ I.T.L ระบบเบรกหน้าดิสก์-หลังดรัมจุดเด่นในงานออกแบบคือ ในบางรุ่นจะมีหลังคากระจกแบบ PANORAMIC GLASS ROOF ที่ติดตั้งต่อเนื่องจากกระจกบังลมหน้า ถือได้ว่าเป็นรถญี่ปุ่นสำหรับทำตลาดจริงรุ่นแรกสุดที่มีหลังคากระจกแบบต่อเนื่องจากกระจกบังลมหน้าเช่นนี้ และถือว่า มีมาก่อนเมอร์เซเดส-เบนซ์ อี-คลาส รุ่นปัจจุบัน ถึง 15 ปี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;4th GENERATION&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;CERVO MODE • CN31S CP31S CN21S CP21S CN32S CP32S CN22S CP22S • 19 กรกฎาคม 1990-ตุลาคม 1998&lt;br /&gt;เปลี่ยนโฉมใหม่ทั้งคันบนพื้นตัวถังใหม่ร่วมกับอัลโตเช่นเดิม คราวนี้เน้นกลุ่มลูกค้าผู้ชายและผู้หญิงโสดเป็นหลัก ด้วยเส้นสายที่โค้งมนเรียบง่ายและร่วมยุคสมัยตัวถังมีความยาว 3,295 มม. กว้าง 1,395 มม. สูง 1,370-1,400 มม. ฐานล้อ 2,335 มม. ช่วงแรกวางขุมพลัง 2 ความแรง ทั้งรหัส F6A 3 สูบ SOHC 6 วาล์ว 657 ซีซี เทอร์โบ อินเตอร์คูลเลอร์ 61 แรงม้า (PS) ที่ 6,000 รอบฯ แรงบิด 9.2 กก.-ม. ที่ 3,500 รอบฯ และรหัส F6B 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว 658 ซีซี เทอรโบ 64 แรงม้า (PS) ที่ 7,000 รอบฯ แรงบิด 8.4 กก.-ม. ที่ 3,500 รอบฯ เกียร์ธรรมดา 5 จังหวะและอัตโนมัติ 3 จังหวะระบบกันสะเทือนหน้าแม็กเฟอร์สันสตรัต พร้อมเหล็กกันโคลง หลังแบบ I.T.Lระบบเบรกหน้าดิสก์หลังดรัม การปรับปรุงสายพันธุ์รุ่นนี้ มีขึ้น อย่างต่อเนื่อง เริ่มจากเพิ่มตัวถัง 5ประตูแฮทช์แบ็ก L-TYPE และรุ่นโลว์ออพชัน S-TYPE เมื่อ 2 พฤศจิกายน 1990 โดยขุมพลัง F6A 3 สูบ 657 ซีซี มีให้เลือกถึง 3 เวอร์ชัน เริ่มจากรุ่นพื้นฐาน SOHC 6 วาล์ว คาร์บูเรเตอร์ 42 แรงม้า (PS) ที่ 5,500 รอบฯ แรงบิด 5.6 กก.-ม. ที่ 5,000 รอบฯตามด้วยเวอร์ชัน SOHC 12 วาล์ว 657 ซีซี มี 2 เวอร์ชัน ทั้งรุ่น คาร์บูเรเตอร์ 52 แรงม้า (PS) ที่ 7,000 รอบฯ แรงบิด 5.7 กก.-ม. ที่ 4,500 รอบฯและรุ่นจ่ายเชื้อเพลิงด้วยหัวฉีด EPI 55 แรงม้า (PS) ที่ 7,500 รอบฯ แรงบิด 6.1กก.-ม.ที่ 4,500 รอบฯส่วนรุ่น 61 แรงม้า (PS) ถูกยกระดับสมรรถนะขึ้นเป็น 64 แรงม้า (PS) ที่ 6,000 รอบฯ แรงบิด 10.0 กก.-ม.ที่ 4,000 รอบฯ ทุกรุ่นเลือกได้ทั้งรุ่นขับล้อหน้าหรือสี่ล้อ และเลือกได้ทั้งเกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ หรืออัตโนมัติ 3 จังหวะ ส่วนรหัส F6B ถูกลดทอนให้ใช้ได้แค่เกียร์ธรรมดา 5 จังหวะเท่านั้น ทั้งรุ่นขับล้อหน้าและสี่ล้อจากนั้นปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์เล็กน้อยเมื่อ 2 กันยายน 1991 และเพิ่มรุ่น L S M และ MC ตามด้วยการเพิ่มรุ่น M SELECTION มอบแอร์เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน และ ลายผ้าเบาะใหม่ เมื่อ 19 ตุลาคม1993&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://i149.photobucket.com/albums/s45/suzukiclubthai/image/article/News/07-05-07/13.jpg" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;13 เมษายน 1994 เพิ่มรุ่นล่างพื้นฐาน A ตามด้วย 6 มิถุนายน 1994 เพิ่มรุ่นตกแต่งพิเศษในชื่อ LOFT (จับมือกับร้านขายของ GIFT SHOP ชื่อดังของญี่ปุ่นซึ่งมีสาขาในไทยที่สยามดิสคัฟเวอรี และพารากอน) เพิ่มมาตรวัดรอบ กระจกไฟฟ้าลายผ้าเบาะพิเศษ ฯลฯ 9 ตุลาคม 1995 เปลี่ยนกระจังหน้าใหม่ กันชนหน้าใหม่ และเปลี่ยนชุดไฟท้ายใหม่เป็นแบบเต็ม จากเดิม แบบ 2 ช่องแถว ให้ดูร่วมสมัยยิ่งขึ้น เปลี่ยนดีไซน์แผงควบคุมช่องแอร์บนคอนโซลกลางของแผงหน้าปัดใหม่ เพิ่มรุ่นย่อยใหม่ B, C, E และ X 2 สิงหาคม 1996 กระแสการนำรถยนต์ขนาดเล็ก มาตกแต่งในสไตล์คลาสสิกย้อนยุค กำลังฮิตในญี่ปุ่น ยิ่งเมื่อ ซูบารุ เปิดตัว วิวีโอ บริสโต อันเป็นเวอร์ชันตกแต่งด้วยโครเมียมสไตล์คลาสสิค ซูซูกิ รีบเกาะกระแส ด้วยการเปิดตัว เซอร์โว-ซี (CERVO-C) ตกแต่งในสไตล์คลาสสิก ด้วยกระจังหน้า คิ้วกันกระแทก ฯลฯ ด้วยโครเมียมตกแต่งภายในด้วยพลาสติกขึ้นรูปลายไม้ ฯลฯ วางเครื่องยนต์ F6A SOHC 12 วาล์ว 657 ซีซี มี 2 เวอร์ชัน ทั้งรุ่นคาร์บูเรเตอร์ 52 แรงม้า (PS) มีทั้งรุ่นขับล้อหน้าพ่วงทั้งเกียร์ธรรมดา 5 จ
